ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
จรวดขวดน้ำ (WATER ROCKET)
จรวดขวดน้ำ (water rocket) เป็นรูปแบบหนึ่งในแบบจำลองของจรวด โดยการสูบลมเข้าไปที่จรวดขวดน้ำที่ได้เติมน้ำไว้แล้ว ลมหรือแก๊สที่สูบเข้าไปนั้น จะทำให้เกิดแรงดันภายในจรวด เมื่อปล่อยจรวด แรงดันภายในจรวดจะดันอากาศและน้ำพุ่งออกมาด้านท้ายของจรวด ทำให้จรวดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เป็นไปตามกฏของการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s Laws of Motion) ข้อที่ 3 หรืออาจเรียกว่ากฏของกิริยาและปฏิกิริยา (Law of action and reaction) บอกถึงลักษณะสมมาตรในธรรมชาติของแรงระหว่างวัตถุ เช่น ถ้าวัตถุ A ออกแรงกระทำกับวัตถุ B (แรงกิริยา) วัตถุ B จะกระทำกับวัตถุ A ด้วยขนาดของแรงที่เท่ากัน แต่ทิศทางตรงกันข้าม (แรงปฏิกิริยา) อ้างอิง จรวด Water Rockets Water Rockets POP BOTTLE ROCKET, PART III: FORCE AND MASS FacebookFacebookXTwitterLINELine
อิมัลชัน ความต่างที่เข้ากันได้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้วนั้นว่า ถ้าเราผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน สุดท้ายแล้วสารทั้ง 2 ชนิดก็จะแยกชั้นไม่สามารถผสมกันได้ แต่อิมัลชัน (emulsion) สามารถทำให้สารที่เข้ากันไม่ได้นี้สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยใช้สารที่มีส่วนของโมเลกุลที่ชอบน้ำ (hydrophilic) และไม่ชอบน้ำหรือชอบน้ำมัน (hydrophobic) เรียกสารนี้ว่า อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ซึ่งช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างสารทั้ง 2 ชนิด ทำให้เราสามารถผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันได้ อิมัลชันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ น้ำมันในน้ำ (oil in water, O/W) ตัวอย่างเช่น น้ำนม ซึ่งมีไขมันนมกระจายตัวอยู่ในน้ำ ทำให้มองเห็นน้ำนมเป็นสีขาวขุ่นจากแสงที่เกิดการสะท้อน เมื่อกระทบลงบนหยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่ในน้ำ อิมัลชันอีกประเภทหนึ่งคือ น้ำในน้ำมัน (water in oil, W/O) ตัวอย่างเช่น มาการีน ซึ่งมีหยดน้ำกระจายตัวอยู่ในน้ำมันพืช ตัวอย่างอิมัลชันที่เราสามารถเตรียมได้อย่างง่าย ๆ คือ การทำน้ำสลัด ที่ต้องใช้น้ำมันและน้ำ (หรือบางสูตรใช้น้ำส้มสายชู) ตีผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้น้ำมันแตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจายในน้ำ แต่ถ้าเราไม่ใช้สารอิมัลซิไฟเออร์สุดท้ายสารทั้ง 2 ต้องแยกออกจากกันอยู่ดี […]
ถ้าไส้เดือนถูกตัด…จะตายหรือไม่
เรามักพบไส้เดือนอาศัยชอนไชอยู่ในดินที่มีความชื้น ไส้เดือนเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตัวเดียวกัน พวกมันหายใจทางผิวหนัง ผิวของพวกมันจะเปียกด้วยน้ำเมือกเหนียวลื่น เพราะต้องอาศัยความชื้นของผิวหนังในการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้าน้ำเมือกหายไป ไส้เดือนก็จะตาย ถ้าเรานำไส้เดือนมาตัดออกเป็นท่อน ๆ มันจะเป็นอย่างไร มันจะตายหรือจะมีชีวิตอยู่โดยกลายเป็นไส้เดือนหลายตัว จากการทดลองพบว่า หากไส้เดือนถูกตัดเป็น 2 ท่อน มันจะไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นไส้เดือน 2 ตัวได้ แต่จะมีชีวิตอยู่เพียงท่อนเดียวเท่านั้น คือ ส่วนท่อนที่มีปล้องข้อต่อที่พองออกติดอยู่ ไส้เดือนส่วนหัวกับส่วนหางมีอวัยวะแตกต่างกัน ส่วนหัวของไส้เดือนมีปมประสาท (ganglion) ซึ่งเป็นสมองของสัตว์ชั้นต่ำ ระบบเลือดแบบพื้นฐานที่มีหัวใจ 5 ดวง และระบบสืบพันธุ์ ขณะที่ส่วนหางจะมีแค่ลำไส้ที่ทอดผ่านแต่ละปล้องเท่านั้น ดังนั้น ส่วนหางของไส้เดือนจึงไม่มีโอกาสรอดหรืองอกเป็นตัวใหม่ได้เลยหลังจากโดนตัดแยกจากส่วนหัว นอกจากนี้ ไส้เดือนเป็นตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมของดิน เราสามารถสังเกตความอุดมสมบูรณ์ของดินได้จากการอยู่อาศัยของไส้เดือนในบริเวณนั้น ๆ อ้างอิง ถ้าเราตัดไส้เดือนออกเป็นครึ่งหนึ่ง อะไรจะเกิดขึ้น?? FacebookFacebookXTwitterLINELine
โลกของแมว มองเห็นเป็นสีอะไรกันนะ?
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งในด้านพฤติกรรมและลักษณะทางกายภาพ หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนานก็คือ ความสามารถในการมองเห็นของแมว โดยเฉพาะการรับรู้สี หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า แมวสามารถมองเห็นสีต่าง ๆ ได้เหมือนกับมนุษย์หรือไม่ หรือโลกของแมวนั้นเป็นเพียงภาพขาวดำเท่านั้น คำถามเหล่านี้นำไปสู่การศึกษาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบการมองเห็นของแมว ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างจากมนุษย์ในหลายประการ และเผยให้เห็นว่าโลกในมุมมองของแมวนั้นไม่ได้ไร้สีสันอย่างที่เคยเข้าใจกัน การมองเห็นของแมวขึ้นอยู่กับการทำงานของเซลล์รับแสงภายในดวงตา ซึ่งประกอบด้วยเซลล์หลัก 2 ประเภท ได้แก่ เซลล์แท่ง (rod cells) และเซลล์กรวย (cone cells) เซลล์แท่งมีบทบาทในการรับรู้ความสว่างและการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย ในขณะที่เซลล์กรวยทำหน้าที่รับรู้และแยกแยะสี แมวมีเซลล์กรวยอยู่ 3 ประเภท เช่นเดียวกับมนุษย์ ทำให้สามารถแยกแยะสีได้หลายเฉด ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ความไวต่อแสงของเซลล์กรวยในแมวนั้นแตกต่างจากของมนุษย์อย่างมาก ส่งผลให้การรับรู้สีของแมวมีข้อจำกัด โดยแมวสามารถแยกแยะเฉดสีฟ้าและสีเขียวได้ดี แต่มีความยากลำบากในการแยกแยะสีแดงและสีชมพู ซึ่งมักปรากฏเป็นสีเทาหรือสีที่มีความจางในสายตาของพวกมัน ส่วนสีม่วงอาจถูกรับรู้เป็นสีน้ำเงิน การมองเห็นสีของแมวจึงคล้ายคลึงกับผู้ที่มีภาวะตาบอดสีบางประเภท โครงสร้างของเรตินาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การมองเห็นของแมวแตกต่างจากมนุษย์อย่างชัดเจน เรตินาเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณด้านหลังของดวงตา มีหน้าที่ในการแปลงแสงที่เข้าสู่ดวงตาให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนจะส่งต่อไปยังสมองเพื่อประมวลผลเป็นภาพที่มองเห็น ในมนุษย์เรตินาจะประกอบด้วยเซลล์กรวยเป็นปริมาณมาก จึงส่งผลให้มีความสามารถในการรับรู้สีที่หลากหลาย แต่ในแมว กลับมีเซลล์แท่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า จึงทำให้แมวสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและมีความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ดีกว่ามนุษย์ แม้ว่าการมองเห็นสีของแมวจะมีขีดจำกัด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของสัตว์นักล่า […]

