ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ย้อนเวลารู้จักกับ “หนังกลางแปลง”
ปัจจุบันหนังกลางแปลงเป็นกิจกรรมรื่นเริงชนิดหนึ่งที่จัดขึ้นในเวลากลางคืนในที่โล่งแจ้ง โดยจะใช้เครื่องฉายหนังชนิดฟิล์ม หรือเครื่องฉายเตาถ่าน ในการฉายภาพลงบนผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ มักจัดขึ้นในงานวัด หรืองานรื่นเริงประจำหมู่บ้านในละแวกพื้นที่นั้น ที่มาของหนังกลางแปลง ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์หนังกลางแปลงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตกลายเป็นประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลก เนื่องด้วยทั้งสองฝั่งมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่เป็นของตนเอง และมุ่งหวังให้ไทยเป็น “ป้อมปราการต่อต้านคอมมิวนิสต์” หนังกลางแปลงจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่อุดมการณ์ในด้านการเมือง อีกทั้งยังใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ในด้านรัฐบาล และเอกชน รวมไปถึงใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายใน หมู่บ้านนั้นๆ อีกด้วย หนังกลางแปลงถูกเรียกอีกหลากหลายชื่อ เช่น หนังล้อมผ้าหรือหนังล้อมรั้ว หนังเร่ หนังขายยา หน่วยประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยแต่ละชื่อจะใช้เรียกตามบรรยากาศที่มองเห็นจากภายนอก อย่างเช่น หนังล้อมผ้าหรือหนังล้อมรั้ว จะใช้เรียกเมื่อพื้นที่ของหนังกลางแปลงจะล้อมไปด้วยผ้า หรือสังกะสี โดยหนังดังกล่าวจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายก่อนการเข้ารับชม ในส่วนของหนังขายยา จะเป็นหนังกลางแปลงที่เข้ารับชมฟรี แต่จะมีการขายผลิตภัณฑ์สลับกับการฉายหนัง และในชื่อหน่วยประชาสัมพันธ์ ก็เป็นการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารภายในหมู่บ้านนั่นเอง เอกลักษณ์ของหนังกลางแปลงที่เป็นที่รู้จักกันในอดีตนั่นคือหนังกลางแปลงจะฉายในเวลากลางคืน ใช้เครื่องฉายฟิล์มฉายลงบนผืนผ้าสีขาวขนาดใหญ่ ควบคู่กับเครื่องขยายเสียง และนักพากย์สดพร้อมกับหนัง แต่ในปัจจุบันจะเป็นการฉายหนังพร้อมเสียงพูดที่มาพร้อมกับหนัง ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์ของนักพากย์สดจะหายไป หนังกลางแปลงก็ถือว่ายังเป็นที่นิยมและเป็นความบันเทิงในกลุ่มคนที่ชอบความย้อนยุคอีกด้วย ภาพยนตร์ถูกนำมาฉายได้อย่างไร ภาพยนตร์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยคณะละครเร่ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า เอส จี มาร์คอฟสกี (S.G. Marchovsky) โดยภาพยนตร์ที่ได้ถูกนำมาจัดแสดงสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรก เป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศสฉายเมื่อวันที่ […]
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาว ๆ คล้ายเชื้อราแบบนี้กินได้มั้ยนะ?
หลาย ๆ คนคงเคยสังเกตเห็นฝ้าขาว ๆ ที่บนผิวช็อกโกแลต อาจจะไม่กล้ากินเพราะคิดว่าเป็นเชื้อรา จริง ๆแล้วเกิดจากส่วนผสมของช็อกโกแลตเปลี่ยนสภาพจากอุณหภูมิและความชื้น ทำให้มีการเรียงตัวของโมเลกุลใหม่แยกตัวออกจากเนื้อช็อกโกแลตไปอยู่ที่ผิวช็อกโกแลต เราจึงเห็นช็อกโกแลตจากเดิมที่ผิวเงาสวยกลายเป็นฝุ่นฝ้าขาว หรือลายสีน้ำตาลอ่อนบนผิวช็อกโกแลต ปรากฏการณ์ในลักษณะนี้ เรียกว่า Chocolate Bloom ทำไมจึงเกิด Chocolate Bloom ช็อกโกแลตมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจึงสามารถเกิด Chocolate Bloom ได้จากการเก็บช็อกโกแลตที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม โดยมักเกิดเมื่อนำช็อกโกแลตที่แช่ตู้เย็นนำออกมาไว้ที่อุณหภูมิห้องและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดบนพื้นผิวของช็อกโกแลต ทำให้ช็อกโกแลตไม่เงาสวยเหมือนเดิม สามารถแบ่งลักษณะการเกิด Chocolate Bloom ได้เป็น 2 กรณี คือ Sugar bloom เกิดเมื่อมีความชื้นจากการที่เรานำช็อกโกแลตจากตู้เย็นออกมาที่อุณหภูมิห้อง ความชื้นนี้ไปละลายผลึกน้ำตาลที่แยกตัวจากเนื้อช็อกโกแลตมาที่พื้นผิวจากการเปลี่ยนอุณหภูมิ เมื่อความชื้นหายไปน้ำตาลตกผลึกเห็นเป็นฝุ่นเม็ดเล็ก ๆ หรือจุดดวงขาว ๆ ที่อยู่บนผิวช็อกโกแลต Fat bloom เกิดจากการผันแปรของอุณหภูมิในการเก็บ เมื่ออุณหภูมิสูงช็อกโกแลตเกิดการละลายทำให้โมเลกุลของไขมันที่เรียงตัวเกิดการแยกตัวจัดรูปแบบใหม่ เมื่ออุณหภูมิเย็นลงช็อกโกแลตกลับมาแข็งตัวใหม่เกิดลักษณะเป็นฝ้าขาวหรือเป็นลายเส้นสีน้ำตาลอ่อนบนผิวช็อกโกแลต ช็อกโกแลตที่เกิด Chocolate Bloom ไม่เป็นอันตรายในการบริโภค แต่มีผลกับรสชาติและเนื้อสัมผัสของช็อกโกแลต วิธีการป้องกันการเกิด Chocolate Bloom การเก็บช็อกโกแลต – ควรเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม […]
Seagrass beds สิ่งมีชีวิตในเขตน้ำตื้น
ทรัพยากรธรรมชาติมีความสำคัญมากต่อระบบนิเวศ สำหรับระบบนิเวศท้องทะเลหนึ่งในทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ หญ้าทะเล ซึ่งเป็นทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารอัน อุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลจำนวนมากรวมถึงเป็นแหล่งทำมาหากินที่สำคัญของชุมชนชายฝั่งทะเล หญ้าทะเล หรือ Seagrass เป็นกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีดอกสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณ ทะเลน้ำตื้นที่มีแสงแดดส่องถึง พบได้บริเวณชายฝั่งทะเลตั้งแต่เขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น หญ้าทะเล สามารถสืบพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ โดยหญ้าทะเลจะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศด้วยการแตกกิ่งก้านจากเหง้าหรือลำต้นใต้ดินที่เรียกว่า ไรโซม ส่วนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศหญ้าทะเลจะสร้างดอกและถ่ายละอองเกสรโดยอาศัยน้ำและคลื่นลมเป็นตัวช่วยพัดพา เมื่อมีการปฏิสนธิดอกตัวเมียจะพัฒนาเป็นผล ภายในมีเมล็ดที่ใช้ในการขยายพันธุ์ต่อไปได้ โดยทั่วไปแล้วหญ้าทะเลมีลักษณะโครงสร้างประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ด้วยลักษณะโครงสร้างของใบที่ค่อนข้างซับซ้อนทำให้หญ้าทะเลมีความเหมาะสมในการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอนุบาลตัวอ่อน แหล่งหากินของสัตว์ทะเลรวมถึงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และยังมีส่วนช่วยใน การปรับปรุงคุณภาพน้ำ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน จึงทำให้เราสามารถพบสัตว์ทะเลหายากและ ใกล้สูญพันธุ์ได้ โดยสัตว์ที่พบในระบบนิเวศหญ้าทะเลแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ตามแหล่งอาศัย คือ หญ้าทะเลมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลในเขตน้ำตื้นเป็นอย่างมาก ระบบนิเวศหญ้าทะเลจึงเป็นระบบนิเวศแรกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ บนผืนแผ่นดิน ทั้งที่เกิดจากมนุษย์และเกิดจากธรรมชาติเอง เช่น การที่ผู้คนสร้างที่อยู่อาศัยใกล้ชายฝั่งทะเล การพัฒนาด้านเกษตรกรรม และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศหญ้าทะเล เนื่องจากหญ้าทะเลเป็นแนวกั้นของชายฝั่งกับพื้นที่ทะเล เมื่อมีการทำกิจกรรมต่างๆจึงเกิด การเสื่อมโทรมได้ง่าย ดังนั้น แล้วหากเราไม่อนุรักษ์หรือตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต […]
สัตว์น่ารักอันตรายกว่าที่คิด
สิ่งมีชีวิตมี “พิษ” ที่เปรียบเสมือนอาวุธที่ใช้เอาชีวิตรอด เมื่อพูดถึงสัตว์มีพิษหลายคนคงคิดถึงงู หรือแมลงต่าง ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าสัตว์ที่มีหน้าตาน่ารักอย่าง “นางอาย” ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมนั้นจะมีพิษร้ายแรงด้วยเหมือนกัน อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันนี้มีคนที่เลี้ยงสัตว์แปลก ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งนางอายก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่มีคนแอบลักลอบเลี้ยง นอกจากผิดกฎหมายแล้วยังอันตรายกว่าที่คุณคิด เนื่องจากนางอายมีต่อมผลิตพิษใต้แขน โดยมันจะเลียพิษที่ออกมาจากต่อมผสมกับน้ำลายก่อนกัดจะทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าและกลายเป็นหลุมทำให้เนื้อตายในภายหลังและถ้ากัดคนพิษของมันอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หายใจไม่ออกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนางอายก็ยังมีตุ่นปากเป็ดที่มีเดือยพิษที่ฝ่าเท้าด้านหลังไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่จะทำให้สัตว์ผู้ล่ารู้สึกระคายเคืองเจ็บปวดจนไม่อยากกินมันได้ ถึงแม้สัตว์บางตัวจะหน้าตาน่ารักแค่ไหนเราก็ไม่ควรที่จะไปสัมผัสหรือนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ควรปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติและชื่นชมอย่างห่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยสัตว์และตัวเราเอง อ้างอิง https://www.bbc.com/thai/features-51414582https://www.bbc.com/thai/international-55608809http://realmetro.com/slow-lorishttps://board.postjung.com/1069220 FacebookFacebookXTwitterLINELine

