ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
จรวดขวดน้ำ (WATER ROCKET)
จรวดขวดน้ำ (water rocket) เป็นรูปแบบหนึ่งในแบบจำลองของจรวด โดยการสูบลมเข้าไปที่จรวดขวดน้ำที่ได้เติมน้ำไว้แล้ว ลมหรือแก๊สที่สูบเข้าไปนั้น จะทำให้เกิดแรงดันภายในจรวด เมื่อปล่อยจรวด แรงดันภายในจรวดจะดันอากาศและน้ำพุ่งออกมาด้านท้ายของจรวด ทำให้จรวดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เป็นไปตามกฏของการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s Laws of Motion) ข้อที่ 3 หรืออาจเรียกว่ากฏของกิริยาและปฏิกิริยา (Law of action and reaction) บอกถึงลักษณะสมมาตรในธรรมชาติของแรงระหว่างวัตถุ เช่น ถ้าวัตถุ A ออกแรงกระทำกับวัตถุ B (แรงกิริยา) วัตถุ B จะกระทำกับวัตถุ A ด้วยขนาดของแรงที่เท่ากัน แต่ทิศทางตรงกันข้าม (แรงปฏิกิริยา) อ้างอิง จรวด Water Rockets Water Rockets POP BOTTLE ROCKET, PART III: FORCE AND MASS FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย
ในปัจจุบันแมวหรือเจ้าเหมียว เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่บรรดาคนรักสัตว์ทั้งหลายอยากจะเป็นเจ้าของ ด้วยนิสัยที่ขี้อ้อนและชอบคลอเคลียของมัน ทำให้หลายคนตกหลุมรักและยอมเป็นทาสแมวโดยไม่รู้ตัว เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย การที่แมวเอาส่วนหัว ส่วนสีข้างตัวหรือส่วนหางมาถูคลอเคลียกับเรานั่นหมายความว่าแมวต้องการทิ้งกลิ่นของตัวเองเอาไว้ โดยในตัวของแมวมีต่อมกลิ่น (Glands) มากมายหลายจุดในร่างกายถูกสร้างขึ้นเพื่อให้แมวมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีต่อมกลิ่นสำคัญ ๆ 5 จุด กลิ่นเหล่านี้ กระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในการแสดงความอ่อนโยนและเป็นมิตรของแมวอีกด้วย ดังนี้ 1. ต่อมขมับ ต่อมขมับแมวจะใช้ต่อมกลิ่นนี้ถูวัตถุต่าง ๆ รวมทั้งคนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและกลิ่นจากขมับหรือหน้าผากยังช่วยบอกตำแหน่งและทำเครื่องหมายเวลาเดินทางไปที่ต่าง ๆ 2. ต่อมแก้ม ต่อมแก้มแมวบางตัวมี 2 ต่อม บางตัวมี 1 ต่อม ทำหน้าที่เหมือนต่อมขมับ 3. ต่อมใต้ขากรรไกร ต่อมใต้ขากรรไกรมี 1 จุดกึ่งกลางของคางพอดีจะผลิตน้ำมันที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำหน้าที่แบบเดียวกับต่อมขมับและต่อมแก้ม 4. ต่อมอุ้งเท้า ต่อมอุ้งเท้ามี 4 จุดตามเท้าแต่ละข้างเป็นต่อมให้กลิ่นแรงสุด กลิ่นจะทำหน้าที่ทันทีเมื่อแมวเหยียดและกางเล็บออกโดยการ “ฝนเล็บ” เป็นการกระจายกลิ่นอุ้งเท้าเพื่อแสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของ 5. ต่อมหาง ต่อมหางอยู่ทั่วบริเวณหางจะผลิตกลิ่นเวลาแมวใช้หางในการสื่อสาร ถ้าแมวโกรธหางฟูตั้งตรงแข็งบริเวณหางก็จะกระจายกลิ่นให้ตัวอื่นรับรู้ด้วย อ้างอิง ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย..เอาตัวมาถู..เข้ามาอ้อน https://bit.ly/3f1ZJNh FacebookFacebookXTwitterLINELine
“สีน้ำตาล” โทนสีแห่งปี กับปฏิกิริยาทางเคมีของสีน้ำตาลในอาหาร
Pantone Color of the Year เทรนด์สีประจำปีที่ถูกกำหนดขึ้นก่อนเริ่มปีใหม่ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจการพิมพ์และการออกแบบในสหรัฐอเมริกาอย่าง Pantone LLC สำหรับสีที่เป็น Pantone ในแต่ละปีจะมีอิทธิพลกับงานออกแบบในหลายวงการ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ แฟชั่น รวมถึงงานศิลปะ ซึ่งในปี 2025 นี้ สีที่ถูกประกาศให้เป็นสีแห่งปี คือ “Mocha Mousse” หรือโทนสีน้ำตาล สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แสดงถึงความสุขและความสบายใจ นอกจากสีน้ำตาลจะถูกกำหนดให้เป็นสีประจำปี ที่ผู้คนให้ความสนใจในการนำมาใช้เป็นสีประจำกายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแต่งกายหรือการแต่งหน้า ที่หลายคนล้วนนำสีน้ำตาลมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้สร้างความมั่นใจ เรายังสามารถพบเจอสีน้ำตาลได้ในอาหารที่รับประทานอีกด้วย ซึ่งสีน้ำตาลที่พบในอาหารนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจของโทนสีประจำปีในปีนี้ นั่นคือ โกโก้ กาแฟ และช็อกโกแลต แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่าสีน้ำตาลในอาหารเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร การเกิดสีน้ำตาลในอาหาร เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่อาหารเปลี่ยนสีในระหว่างการแปรรูปและเก็บรักษา ซึ่งปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลแบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1.ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ (Enzymatic browning reaction) ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณผิวหน้าของอาหาร ส่งผลให้ให้มีการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ พบได้ใน ผัก ผลไม้ ชา กาแฟ […]
หน่วยวัดความเผ็ดของพริก
ถ้าหากพูดถึงอาหารไทย หลายคนคงนึกถึงอาหารที่มีความเผ็ดเป็นแน่ ซึ่งสังเกตได้จากอาหารหลาย ๆ อย่างจะต้องมีพริกเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหาร ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า พริกที่ให้ความเผ็ดนั้นใช้หน่วยอะไรในการวัดระดับกันนะ หน่วยวัดความเผ็ดในพริก เรียกว่า “สโกวิลล์ ฮีต ยูนิต” หรือ“เอสเอชยู” (Scoville Heat Unit ; SHU) โดยคำว่า Scoville มาจากชื่อของผู้คิดค้นวิธีการวัดระดับ คือ วิลเบอร์ สโกวิลล์ (Wilber Scoville) นักเคมีชาวอเมริกัน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1912 จากการใช้วิธีทดสอบความเผ็ดของพริกโดยทดสอบทางประสาทสัมผัส และใช้แอลกอฮอล์ละลายสารให้ความเผ็ดหรือแคปไซซิน (Capsaicin) แล้วนำไปเจือจางในน้ำ ทดลองให้คนชิมแล้วเพิ่มปริมาณขึ้นทีละนิดจน 3 ใน 5 คนที่เป็นผู้ทดลองชิมจะไม่สามารถรับรู้ถึงรสเผ็ดได้ ถ้าหากมีการเจือจางมากครั้งก็แสดงว่าพริกนั้นเผ็ดมากถ้าเจือจางน้อยครั้งก็แสดงว่าเผ็ดน้อย ปัจจุบันความเข้มข้นของแคปไซซินถูกกำหนดโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการทดสอบทั่วไปนั้นจะใช้วิธี High Pressure Liquid Chromatography (HPLC) เป็นการวัดแคปไซซินโดยตรงที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำกว่าวิธีทางประสาทสัมผัส ค่าตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งทำให้พริกมีระดับความเผ็ดมากเท่านั้น เรามาดูตัวอย่างระดับความเผ็ดของพริกแต่ละชนิดกันเลย อ้างอิง https://1th.me/Gz6t0https://1th.me/JPfPV FacebookFacebookXTwitterLINELine

