ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมรุ้งกินน้ำถึงเป็นเส้นโค้ง ทั้งที่แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ?
หลังฝนหยุดตก คุณเคยสังเกตเห็นรุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้ากันบ้างไหมแล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ารุ้งกินน้ำที่เราเห็นกันทำไมถึงเป็นเส้นโค้ง ทำไมไม่เป็นรูปร่างอื่นบ้าง เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือเส้นตรงแล้วมีหลักการทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้างที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ในช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก และยังสามารถพบได้บริเวณน้ำพุ น้ำตก หรือ ละอองน้ำจากกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ ซึ่งมักจะพบรุ้งกินน้ำในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ โดยเกิดจากหลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า การหักเห และสะท้อนกลับหมดของแสง รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ หรือแสงขาวตกกระทบเข้าไปในละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหลังฝนตกจะเกิดการหักเห และการสะท้อนลับหมดของแสงออกมา ทำให้แสงสีทั้ง 7 สีของแสงขาวกระจายออกจากกัน แต่เนื่องจากแสงมีการเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน (จากอากาศสู่น้ำ) ผ่านผิวของละอองน้ำ ทำให้แสงสีต่าง ๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวภายในของละอองน้ำ หลังจากนั้นจะเกิดการหักเหจากภายในละอองน้ำออกสู่อากาศอีกครั้ง และละอองน้ำมีจำนวนมาก จึงทำให้แสงเกิดการหักเหเข้าตาเราไปในทิศทางที่แกต่างกัน โดยมีทั้งหักเหเป็นมุมโค้งขึ้น โค้งลง และโค้งออกมาทางด้านข้างละอองน้ำ แต่เราจะเห็นเพียงแสงที่หักเหเข้าสู่สายตาเป็นมุมออกมาประมาณ 40-42 องศาเท่านั้น ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุทำให้เราเห็นรุ้งกินน้ำเป็นเส้นโค้ง โดยมีสีเรียงจากล่างขึ้นบน คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แต่ในบางครั้งเราก็สามารถเห็นรุ้งกินน้ำ 2 ตัวได้ในเวลาพร้อมกัน รุ้งกินน้ำตัวแรกอยู่ด้านล่างคือ รุ้งปฐมภูมิ ที่เราคุ้นเคยกันคือแถบสีม่วงอยู่ข้างล่าง และแถบสีแดงอยู่ข้างบน ส่วนรุ้งกินน้ำตัวที่สองอยู่ด้านบนเรียกว่า […]
5 อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” กันมาบ้าง เคยสงสัยไหมว่าอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร แล้วสารต้านอนุมูลอิสระนั้นมีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย อนุมูลอิสระ (Free Radicle) คือ โมเลกุลหรืออะตอมที่ไม่เสถียรเนื่องจากขาดอิเล็กตรอน โดยปกติในร่างกายของเรามีโมเลกุลหรืออะตอมที่มีอิเล็กตรอนอยู่เป็นจำนวนคู่ ในกรณีที่ร่างกายมีการสูญเสียอิเล็กตรอนจากการถูกอนุมูลอิสระแย่งจับ จะทำให้โมเลกุลของเซลล์ในร่างกายไม่เสถียร ขาดความสมดุล ซึ่งส่งผลทำให้เซลล์ร่างกายเสียหายได้ สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นสารประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติแล้วในกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายจะสร้างของเสียออกมา ซึ่งของเสียหนึ่งในนั้นก็คือสารอนุมูลอิสระ ดังนั้นเราจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยทำให้โมเลกุลที่ไม่เสถียรนี้มีความเป็นกลาง และช่วยปกป้องร่างกายจากการเสื่อมโทรมของเซลล์เหล่านี้ อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง 1. ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีปริมาณโกโก้มากกว่าช็อกโกแลตทั่วไป จึงทำให้มีแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า จากการวิเคราะห์หาปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระชองดาร์กช็อกโกแลต พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 15 มิลลิโมล ต่อ 3.5 ออนซ์ (100 กรัม) ทั้งยังช่วยในการทำให้การอักเสบน้อยลงและลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ 2. ผักเคล (Kale) หรือเรียกอีกชื่อว่า “ผักคะน้าใบหยิก” เป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก และยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินเค และวิตามินซีจากการวิเคราะห์หาปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระของผักเคล พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 2.7 มิลลิโมล […]
ไขข้อข้องใจการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่เกิดจากอะไร
ทำไมเวลาที่คนดื่มแอลกอฮอล์ถึงเมาชนิดที่ว่าเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งเป็นคำที่หลาย ๆ คนคงต้องเคยได้ยินกันมาจากเพลงดังที่กล่าวถึงอาการเมาหลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไร้สติ แถมยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั่นเอง ในวันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยว่าหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำไมถึงมีอาการเมา ประเภทของแอลกอฮอล์ที่เราสามารถบริโภคได้ คือ แอลกอฮอล์ที่เกิดจากกระบวนการหมักผลผลิตทางการเกษตรกับยีสต์ได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือที่เรียกกันว่า เอทานอล เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วแอลกอฮอล์ก็จะถูกดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ไปกดการทำงานของสมองที่ส่งผลต่ออาการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่ดังนี้ 1. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานบริเวณต่าง ๆ ของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) กดการทำงานสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะทำให้จำไม่ค่อยได้ ความคิด บุคลิก และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กดการทำงานสมองกลีบข้าง (Parietal loab) การประมวลผลการรับรู้ตำแหน่งจะแย่ลง และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กดการทำงานสมองกลีบขมับ (Temperalloab) จะไปทำให้การรับกลิ่นเสียงและความรู้สึกแย่ลง กดการทำงานสมองกลีบหลัง (Occipital loab) จะทำให้การรับรู้ภาพแย่ลง ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด 2. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ทำให้ความรู้และความทรงจำเสียหาย เมื่อตื่นมาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ เวลาเมาจะหวนคิดถึงความหลังที่น่าเศร้าและไม่แปลกที่จะพบว่าคนเมามักจะชอบร้องไห้ 3. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) มีผลต่อการทรงตัวทำให้ยืนไม่ตรง เดินเซ ถือของไม่ไหวและสุดท้ายหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากก็จะหลับไปในที่สุด 4. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานก้านสมอง (Brain stem) […]
เฉลย…ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน
“ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่เรามักถูกถามกันเล่นในทุกยุคทุกสมัย และมีหลากหลายคำตอบที่เคยได้ยิน แต่วันนี้ วิทยาศาสตร์มีคำตอบของปัญหานี้ให้กับเราแล้ว ลองมาดูกันว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันแน่ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Sheffield และ Warwick ในประเทศอังกฤษ ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของเปลือกไข่ และค้นพบโปรตีน Ovocledidin-17 (OC-17) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ผลิตเปลือกไข่ เหมือนกับโปรตีนในการสร้างเปลือกหอย หรือกระดูก โปรตีน Ovocledidin-17 นี้ จำเป็นในการเริ่มต้นและเร่งกระบวนการเปลี่ยนสภาพของแคลเซียมคาร์บอเนตจากในตัวไก่ ให้อยู่ในรูปของเปลือกแข็งที่ใช้ห่อหุ้มไข่แดงและไข่ขาว และเป็นโปรตีนที่มีเฉพาะในรังไข่ของไก่เท่านั้น หากไม่มีไก่ กระบวนการนี้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่า ไก่ต้องเกิดก่อนไข่ เพราะต้องมีแม่ไก่ที่มีสาร Ovocledidin-17 ในรังไข่เพื่อสร้างเปลือกให้กับไข่เสียก่อน ไข่จึงจะเกิดขึ้นได้ เชื่อแน่ว่า มีอีกหลายคนที่ยังสงสัยว่า ไก่ตัวแรกของโลกเกิดมาจากไหน นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้อย่างง่าย ๆ คือ ไดโนเสาร์ที่เป็นบรรพบุรุษของไก่ ใช้เวลาหลายล้านปีเพื่อวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และกลายพันธุ์มาจนถึงจุดหนึ่งที่กลายเป็นไก่ โดยมีดีเอ็นเออย่างที่เราพบในไก่ปัจจุบันนี้ ยีนถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จึงทำให้ไก่ตัวนั้นสามารถสร้างโปรตีน OC-17 ขึ้นในตัวเอง และออกไข่ได้ในที่สุด ท้ายนี้ มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับไข่ไก่มาฝากทุกท่าน หากต้องการรู้ว่าไก่ตัวไหนจะออกไข่เปลือกสีอะไร ให้สังเกตสีบริเวณติ่งหูของแม่ไก่ แม่ไก่ที่มีติ่งหูสีขาวจะออกไข่เปลือกสีขาว […]

