ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมน้ำทะเลมีสีฟ้า?
มีใครเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมน้ำทะเลที่เห็นจึงมีสีฟ้า บ้างก็มีสีเขียว หรือสีน้ำเงินเข้ม แต่เมื่อเราใช้แก้วน้ำตักน้ำทะเลขึ้นมา กลับมีสีใสเหมือนน้ำที่เราใช้ดื่มหรือใช้อาบในทุกวัน ไม่ได้มีสีสันสวยงามเหมือนที่เรามองเห็นเลยแม้แต่น้อย ความจริงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์การกระเจิงแสง โดยการที่เราสามารถมองเห็นสีสันของสิ่งต่าง ๆ ได้นั้น เกิดจากแสงที่มีแหล่งกำเนิดมาจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับพื้นผิวน้ำหรือสิ่งของต่าง ๆ แล้วแสงนั้นสะท้อนมายังดวงตา จึงทำให้เรามองเห็นสีสันของสิ่งต่าง ๆ แต่สำหรับน้ำ เมื่อแสงที่มีช่วงคลื่นของสีต่าง ๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงินที่มีความยาวคลื่นสั้นตกกระทบกับน้ำ จะเกิดการกระเจิงหรือการแพร่กระจายของแสงในน้ำได้ดีที่สุดและถูกโมเลกุลของน้ำดูดกลืนไว้ได้น้อย ต่างจากช่วงแสงสีแดงที่จะถูกดูดกลืนไว้ได้มาก และช่วงแสงสีเขียวรองลงมา เมื่อแสงสีแดงและแสงสีเขียวถูกโมเลกุลของน้ำดูดกลืนไว้ได้ดีกว่าสีน้ำเงิน แสงทั้งสองสีนี้จึงหายไปได้ง่ายเมื่อลงสู่น้ำ สีน้ำทะเลที่ปรากฏออกมาให้เห็นจึงเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินนั่นเอง แต่แล้วทำไมน้ำทะเลบางที่ถึงมีสีเขียว สีน้ำเงิน หรือสีฟ้า แตกต่างกันออกไป สิ่งนี้เกิดจากความตื้นและลึกของน้ำทะเล และสิ่งเจือปนต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำทะเล การที่น้ำในทะเลลึกอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินมาก จะมีสิ่งเจือปนต่าง ๆ อยู่น้อย น้ำในบริเวณนี้จะใสมากและเกิดการดูดกลืนแสงสีแดงและแสงสีเขียวอย่างสมบูรณ์ จึงเห็นเพียงแสงสีน้ำเงินเข้มเท่านั้นที่กระเจิงได้ดีและโดดเด่นขึ้นมา ต่างจากบริเวณชายฝั่งที่มีสิ่งเจือปนอยู่มาก สีของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งจึงมีสีที่ผิดเพี้ยนแตกต่างกันออกไปตามสีของสิ่งเจือปนนั้น ๆ แต่สำหรับทะเลบางที่ที่มีสีเขียว จะแสดงถึงทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก บริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนพืช ซึ่งแพลงก์ตอนเหล่านี้จะดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสะท้อนแสงสีเขียวออกมาแทน จึงทำให้น้ำทะเลมีสีเขียวสวยงาม อ้างอิง https://bit.ly/2YlqVOChttps://bit.ly/3Fn3aH FacebookFacebookXTwitterLINELine
กว่าจะมาเป็นผ้าอนามัยในปัจจุบัน
เมื่อถึงวันนั้นของเดือน เหล่าสุภาพสตรีต่างทราบกันดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตน และเริ่มมองหาตัวช่วยในการป้องกันไม่ให้เลือดประจำเดือนไหลเลอะเปรอะเปื้อนไปตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันนั้น สิ่งที่เป็นที่นิยมมากที่สุดนั่นคือ ผ้าอนามัย ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความชื่นชอบ เช่น ผ้าอนามัยแบบแผ่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือผ้าอนามัยแบบสวมใส่เหมือนกางเกงชั้นใน เป็นต้น แต่กว่าจะมาเป็นผ้าอนามัยที่ใช้ได้อย่างสะดวกสบายเฉกเช่นทุกวันนี้ ทราบหรือไม่ว่าผู้หญิงในสมัยก่อนเขาจัดการกับปัญหานี้กันอย่างไร ประจำเดือน หรือ รอบเดือน เกิดจากการเจริญของเยื่อบุผนังมดลูกชั้นใน (Endometrium) จนผนังมดลูกมีความหนามากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบพันธุ์ แต่หากไม่มีการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ เยื่อบุผนังมดลูกชั้นในจะหลุดลอกออกมาและกลายเป็นประจำเดือนในที่สุด โดยการเป็นประจำเดือนจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเพศหญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุประมาณ 11-50 ปี เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้หญิง ซึ่งมาพร้อมกับความยากลำบากในการดูแลหรือรักษาความสะอาด และในแต่ละยุคสมัยที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เท่ากัน เครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันการไหลของประจำเดือนก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ในสมัยก่อนแต่ละประเทศยังไม่สามารถติดต่อสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้มากนัก ทำให้เทคโนโลยีและวัฒนธรรมยังมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ส่งผลให้วิธีการจัดการกับประจำเดือนในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะเป็นการใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ เช่น การใช้ผ้าหรือกระดาษที่อ่อนนุ่ม เยื่อไม้ สำลี หรือแม้แต่ขนสัตว์ วางเป็นแผ่น ๆ ซ้อนกันจนหนาพอที่จะซึมซับประจำเดือนได้ นำมาลอดผ่านระหว่างขาแล้วใช้เชือกหรือเข็มขัดผูกคาดไว้กับช่วงเอว ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการคิดค้นผ้าที่สามารถใช้ซับเลือดของทหารในสงคราม จึงมีการนำแนวคิดนี้มาดัดแปลงใช้กับผ้าอนามัยในสมัยนั้น เกิดเป็นผ้าอนามัยแบบห่วง ที่ใช้ผ้าในการดูดซับประจำเดือน แต่ยังคงต้องใช้เข็มขัดคาดไว้กับเอว บางยี่ห้อสามารถซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่บางยี่ห้อเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ทำให้ผู้ใช้ส่วนมากมักเป็นสตรีที่มีฐานะเสียมากกว่า ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา […]
แสงแดดภัยร้ายใกล้ตัวคุณ
ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนที่มีอากาศร้อนมากโดยเฉพาะในหน้าร้อน แล้วอย่างนี้เราจําเป็นจะต้องใส่เสื้อแขนยาว กางร่ม หลบแดด หรือทาครีมกันแดดหรือไม่ แล้วถ้าเราอยู่ในร่มยังจําเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม แล้วถ้าเราไม่ทาครีมกันแดด หรือหลบแดดจะมีผลเสียอะไรหรือไม่บทความนี้มีคําตอบไปอ่านกันเลย แสงแดดคืออะไร แสงแดดประกอบด้วยรังสีและแสงหลายชนิด ที่แตกต่างกันตามความยาวคลื่น โดยแบ่งเป็น แสงอินฟราเรด (Infrared) หรือแสงที่ให้ความร้อน มีปริมาณ 50% ของแสงแดดทั้งหมด และมีพลังงานต่ำกว่าแสงที่ให้ความสว่าง ดังนั้นจึงมีพลังงานต่ำที่สุด โดย Infrared A เป็นคลื่นแสงที่ทําให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) ย่อยสลายคอลลาเจน (Collagen breakdown) และเกิดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง เพราะสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้ แต่ต้องใช้ปริมาณสูงมาก แสงที่มองเห็น (Visible light) มีปริมาณ 45% ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานต่ำ แต่ถ้าได้รับเป็นเวลานานก็ทําให้ผิวคล้ำเสีย กระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น หรือผิวเสื่อมจากแดดได้ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ แสงที่มองไม่เห็น (Invisible Light) มีปริมาณ 5% ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานสูง และเป็นสาเหตุสําคัญของผิวไหม้แดง ผิวคล้ำมะเร็งผิวหนัง และผิวชราจากแดด เช่น อัลตราไวโอเลต (Ultraviolet […]
แก้วตาเสือ (Tiger’s eye) ได้มาจากแก้วตาของเสือจริงหรือไม่
หินสีสวย เล่นแสงเหลือบวับวาวดูลึกลับมีพลังอำนาจข่มขวัญลายคล้ายนัยน์ตาของเสือ ด้วยลักษณะเด่นที่แตกต่างจากหินและแร่ทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ ทำเครื่องรางนำโชคตามความเชื่อของแต่ละบุคคล แก้วตาเสือ..ชื่อนี้มีที่มา แก้วตาเสือ มีสมบัติทั่วไปคล้ายแร่ควอตซ์ทุกประการ มีส่วนประกอบทางเคมี คือ SiO2 ความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล มีความถ่วงจำเพาะ 2.65 โปร่งใสถึงโปร่งแสง มีความวาวแบบแก้ว บางครั้งอาจพบว่ามีความวาวคล้ายน้ำมันหรือยางสน เป็นต้น มักพบสีเหลืองแกมน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแดง บางครั้งพบสีน้ำเงินอีกด้วย แก้วตาเสือ หรือ Tiger’s eye เกิดจากการที่แร่ควอตซ์เข้าไปแทนที่แร่โครซิโดไลต์เดิมซึ่งมีลักษณะเป็นเสี้ยน โดยรูปร่างภายนอกของผลึกแร่ยังคงสภาพเดิมทุกประการ ซึ่งการแทนที่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า สัณฐานเทียม หรือ Pseudomorph ทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบพราวเป็นแถบคล้ายเส้นไหม ปรากฏการณ์เหลือบแสงเช่นนี้เรียกว่า chatoyancy หรือ chatoyance หรือ cat’s eye effect ซึ่งสามารถพบได้ในแร่ที่มีโครงสร้างแบบเสี้ยน ซึ่งจากการที่แร่มีผลึกเรียงตัวในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบนี้ เมื่อมีแสงตกกระทบจึงทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบเป็นแนวดังกล่าวเช่น การเหลือบแสงของพลอยตาแมวพบในแร่คริโซเบอริล (Chrysoberyl) และการเหลือบแสงของหินแก้วตาเสือพบในแร่โครซิโดไลต์ (Crocidolite) เป็นต้น จากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นของหินแก้วตาเสือ ประกอบกับสีสันและลักษณะภายนอกที่ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมดุดันคล้ายกับแววตาของเสือที่จับจ้องเหยื่อ จึงทำให้ได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อเอาใจนักสะสมหาไว้มาประดับสะสมตามความชอบ เช่น […]

