ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว
ไขมัน (Fat) เป็นสารที่เกิดจากสารประกอบหลายชนิดร่วมกัน สามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์แต่ไม่ละลายน้ำ ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแต่ต้องได้รับในปริมาณที่พอดีเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมากจนเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน และไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันชนิดทรานส์ (Trans Fat) หรือที่เราเรียกกันว่า ไขมันทรานส์ คือ ไขมันจำพวกไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) ซึ่งในธรรมชาติจะพบกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดซิส (Cis) เป็นหลัก แต่กรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenation) เพื่อทำให้เปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลว เช่น เนยเทียม เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม กระบวนการไฮโดรจีเนชัน (Hydrogenation) เป็นวิธีการแปรรูปน้ำมันพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (Full Hydrogenation) เป็นกระบวน การผลิตขั้นสูงมีขั้นตอนที่ซับซ้อน น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการนี้จะไม่เกิดไขมันทรานส์ แต่จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวแทน และอีกวิธีคือ การเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) ดังที่ได้กล่าวข้างต้น กระบวนการเติมไฮโดรเจนนี้มักดำเนินไปอย่างไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้น […]
ปลวก นักย่อยสลายบำรุงดิน
หากเราพูดถึงปลวก หลายๆคนอาจจะมองว่าปลวกเป็นแมลงรบกวนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ในธรรมชาตินั้นปลวกกลับมีประโยชน์อย่างมากในระบบนิเวศ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย (Decomposer) ช่วยในการบำรุงดิน การย่อยสลายนั้น ปลวกมีตัวช่วยเป็นจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ นั่นคือ โปรโตซัว (Protozoa) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวกซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันแบบภาวะพึ่งพา (Mutualism) ปลวกย่อยสลายไม้ได้อย่างไร? แหล่งอาหารของปลวกเป็นจำพวกเนื้อไม้ เศษไม้ ซากพืช ซึ่งปลวกสามารถกินไม้เหล่านี้ได้ แต่ไม่สามารถย่อยสลายเซลลูโลส (Cellulose) ได้ จึงต้องอาศัยโปรโตซัวที่มีชื่อว่า ไตรโคนิมฟา (Trichonympha sp.) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลายเซลลูโลสให้กลายเป็นอาหารแก่ปลวก ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารให้กับโปรโตซัวเองด้วย ประโยชน์จากการย่อยสลาย การย่อยสลายซากพืช เศษไม้ของปลวกในธรรมชาติทำให้เกิดการสลายสารอินทรีย์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัส (Humus) เกิดการหมุนเวียนแร่ธาตุในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบนิเวศต่อไป ที่มา : ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม TPA NEWS คบเด็กสร้างบ้าน ตอน 2 ปลวก ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา ปลวกผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศ รูปภาพ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมจึงต้องใช้เพชรมาตัดเพชร
“เพชรตัดเพชร” หมายความว่าอย่างไร ทำไมจึงต้องใช้เพชรมาตัดเพชร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า เพชรตัดเพชร หมายถึง คนที่มีสติปัญญาความสามารถทัดเทียมกันมาต่อสู้ประชันกันเพราะเหตุใด จึงนำแร่ธรรมชาติเช่นเพชรมาเปรียบเทียบกับคน… เพชร (Diamond) เป็นแร่ธรรมชาติที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นธาตุคาร์บอน คล้ายกันกับแร่แกรไฟต์ (Graphite) แต่แตกต่างกันที่โครงสร้างและสมบัติทางกายภาพรวมถึงสมบัติทางไฟฟ้า โดยปกติแล้วมักพบเพชรสีอ่อนหรือไร้สี แต่การที่พบเพชรหลากสีในบางครั้งเนื่องจากมีธาตุมลทินเข้าไปปะปน เพชรมีความโปร่งใสถึงโปร่งแสง บางครั้งอาจมีสีดำหรือทึบแสงได้เช่นกัน สมบัติเด่นของเพชร คือ ความแข็งระดับ 10 ซึ่งเป็นความแข็งสูงสุดตามโมห์สเกล ความแข็งระดับนี้สามารถขูดขีดแร่ตามธรรมชาติอื่น ๆ เป็นรอยได้ทั้งหมด เพชรมีความถ่วงจำเพาะ 3.51 มีรอยแตกแบบก้นหอยและมีแนวแตกเรียบ 4 แนวแบบสมบูรณ์ เพชรในสภาพผลึกตามธรรมชาติจะมีความวาวคล้ายน้ำมันฉาบ แต่หากได้รับการเจียระไนแล้วจะมีความวาวเจิดจ้าประกายเพชร สมบัติทางกายภาพเหล่านี้นับว่าเหมาะสมหากจะใช้ทำเครื่องประดับ และเพชรมีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีอีกด้วย ในประเทศไทยเพชรเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำเหมืองแร่ดีบุกที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา นอกจากมูลค่าและความงามของเพชร ที่ทำให้ได้รับความนิยมนำมาเครื่องประดับแล้ว ยังมีเพชรที่ถึงแม้ว่าเกรดไม่ถึงการนำมาเครื่องประดับ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีสมบัติของเพชรทุกประการและยังนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นได้มากมาย เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันการสึกกร่อน แต่ประโยชน์จากเพชรที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เช่น การใช้ทำผงขัดในการเจียระไนเพชรพลอย ใช้ทำที่ตัดกระจก หรือใช้ทำหัวขุดเจาะ เป็นต้น ด้วยความงามและคุณสมบัติความแข็งของเพชรที่มีเหนือแร่ธรรมชาติชนิดอื่น จึงมักนำคนมีสติปัญญาหลักแหลมเปรียบเทียบกับเพชรซึ่งมีมูลค่าสูงและมีสมบัติด้านความแข็งสูง สามารถขูดขีดแร่ธรรมชาติชนิดอื่นได้ทั้งหมด […]
เหตุไฉนเล่าท้องถึงร้อง
เราเคยได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองบ้างไหม…? หรือเคยได้ยินเสียงมันดังออกมาจากท้องของคนอื่นบ้างหรือเปล่า ยิ่งเวลามีประชุม เรียนหนังสือในห้องหรือติดอยู่ในลิฟท์เงียบ ๆ กับคนที่เราไม่ได้รู้จักด้วยแล้วนั้นยิ่งทำให้เรารู้สึกเขินอายหรือในบางคนอาจเกิดขึ้นบ่อยจนขาดความมั่นใจกันเลยทีเดียว เคยสงสัยไหมว่าท้องร้องเกิดจากอะไร? อาการท้องร้องเกิดจากการทำงานของร่างกายในขณะที่กระเพาะของเรามีสารอาหารไม่เพียงพอ “สมอง” จะเป็นส่วนที่กระตุ้นให้เรา “รู้สึกหิว” นึกอยากอาหารขึ้นมาและจากนั้นก็จะหลั่งนำ้ย่อยออกมา บริเวณกล้ามเนื้อของกระเพาะอาหารจะมีการหดตัวและเกิดการสั่นจนได้ยินเป็นเสียงร้องจ๊อก ๆ หรือเสียงโครกครากออกมานนั่นเอง แล้วทำไม…? หลังจากทานอาหารแล้วท้องก็ยังมีเสียงร้องเกิดขึ้นได้ เสียงท้องร้องไม่ได้เกิดจากเสียงในกระเพาะอาหารเพียงอย่างเดียวมันยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการบีบตัวของลำไส้เล็กอีกด้วยซึ่งเสียงจากลำไส้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตอนที่หิว (ท้องว่าง) หรือ ตอนที่ไม่หิว (ทานอาหารอิ่มแล้ว) ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาหารที่รับเข้าไปด้วย เช่น ถ้าทานอาหารที่มีรสจัดหรือทานในปริมาณเยอะเกินไป ดื่มนำ้อัดลมจนทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นต้น ก็อาจมีผลต่อกระบวนการย่อยอาหารเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามแม้เสียงท้องร้องจะไม่มีผลอันตรายสุขภาพขนาดนั้นแต่หากเกิดอาการอื่นร่วมด้วย เช่น การปวดท้องรุนแรง จุกเสียด อาเจียน อาจจะส่งผลก่อใหเ้กิดโรคอื่น ๆ ตามมาเราจึงควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันการเกิดอาการของโรคต่าง ๆ เราจึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และตรงต่อเวลาอย่างสม่ำเสมอ อ้างอิง http://1ab.in/Q1chttps://1th.me/QnJoS FacebookFacebookXTwitterLINELine

