
ตามที่ วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2561 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ

ตามที่ วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2561 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วูล์ฟเฟีย (Wolffia globosa) ที่คนไทยเรียกว่า ผำ หรือ ไข่ผำ คือพืชน้ำชนิดที่ลอยน้ำ และเป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.2 มม. มีลักษณะใบกลม ไม่มีราก บางชนิดอาจมีรากแต่จะไม่มีขนราก จัดอยู่ในวงศ์บอน (Araceae family) วงศ์ย่อยแหน (Lemnoideae subfamily) ตามระบบการจัดวงศ์แบบ Angiosperm Phylogeny Group (APG) หรือ จัดอยู่ในวงศ์แหน (Lemnaceae family) ตามการจัดวงศ์พืชระบบเดิม โดยทั่วไปผำมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่สะอาด ตั้งแต่โบราณคนไทยจึงนิยมนำมาประกอบเป็นอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรสชาติของผำนั้นมีรสจืด และไม่ได้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แต่อย่างใด ทำให้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนนิยมเอามาเสริมแต่งอาหาร เพราะจะไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติเดิม และยังได้รสสัมผัสของผำเพิ่มเติมอีกด้วย ยกตัวอย่างเมนูอาหาร เช่น แกงไข่ผำ ไข่ผำผัดไข่ ไข่เจียวไข่ผำ ยำไข่ผำ และอื่น ๆ อีกหลากหลายเมนู นอกจากนี้ผำยังมีโภชนาการอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน รวมไปถึงกรดอะมิโนอีกหลากหลายชนิด เช่น […]
โรคฝีดาษลิงคืออะไร โรคฝีดาษลิงหรือไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) เป็นโรคที่ใกล้เคียงกับโรคอีสุกอีใสแต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ผู้ป่วยจะมีไข้ร่วมกับมีตุ่มผื่นตุ่มหนองทั่วตัว และต่อมน้ำเหลืองโต เกิดจากไวรัส Othopoxvirus ซึ่งเป็นไวรัสที่เกิดโดยธรรมชาติ พบในตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ โรคฝีดาษลิงมีต้นกำเนิดมาจากไหน เป็นโรคที่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศคองโก โดยพบการติดเชื้อของสัตว์ตระกูลลิง พบที่แรกในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ใช้ลิงในการทดลอง โรคฝีดาษลิงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์แอฟริกากลางมีความรุนแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตและสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกากลางมากซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้ โรคฝีดาษลิงติดต่อได้อย่างไร โรคฝีดาษลิง สามารถติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์ได้โดยการสัมผัสทางผิวหนัง หรือผ่านเยื่อเมือก เช่น จมูก ปาก ตา ของสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค การนำซากสัตว์ที่ป่วยมาปรุงอาหาร การถูกสัตว์ป่วยข่วน และการใช้เครื่องมือที่สัมผัสกับสัตว์ที่ป่วยได้อีกเช่นกัน โรคนี้จะมีระยะฟักตัวเฉลี่ย 7–14 วัน หรืออาจนานถึง 24 วัน แม้ว่าโรคฝีดาษลิงจะมีโอกาสติดจากคนสู่คนได้น้อย แต่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้สามารถเสียชีวิตได้ โดยมีอัตราการเสียชีวิต 1-10% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก โรคฝีดาษลิงตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างไร แพทย์จะทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยวิธี PCR ของเหลวจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หากพบว่าเป็นโรคฝีดาษลิง สามารถรักษาโดยให้ยาต้านไวรัส […]
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากทั่วโลก เพื่อที่จะควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว การตรวจคัดกรองโรคและการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนที่ไม่ติดเชื้อจึงควรรีบจัดการทันทีแต่การตรวจด้วยวิธี RT-PCR เป็นวิธีที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และใช้เวลาในการตรวจ ทำให้ไม่สามารถตรวจตัวอย่างที่มีปริมาณมากได้ทัน กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างมากแล้ว ดังนั้นการจัดการควบคุมโรคจึงทำได้ยากขึ้น ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาชุดตรวจที่ช่วยลดขั้นตอน และประชาชนทั่วไปใช้งานได้สะดวกสามารถนำมาใช้ตรวจเองได้ที่บ้าน นั่นคือชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Antigen rapid test) หรือที่เรารู้จักกันคือ ชุดตรวจ ATK (Antigen test kits) โดยมีอุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่าง เช่น ไม้เก็บตัวอย่าง, แถบตรวจตัวอย่าง, สารละลายที่บรรจุในหลอดทดสอบ เป็นต้น ซึ่งสารละลายนี้คือสารละลายบัฟเฟอร์ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำเกลือ (Saline solution) และมีสารอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รักษาสภาพของสารละลายและสารที่ช่วยในการทำลายเชื้อไวรัส ดังนั้นจึงอาจต้องระมัดระวังในการใช้ ถ้ามีการสัมผัสกับผิวหรือดวงตาต้องรีบล้างด้วยน้ำทันที ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีลักษณะรูปแบบของอุปกรณ์และการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงต้องอ่านฉลากให้เข้าใจทุกครั้งก่อนการใช้งาน หลักการที่นำมาใช้ในการทำชุดตรวจ ATK เพื่อใช้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเทคนิควิธีการทดสอบทางอิมมูโนวิทยา (Immunological methods) ที่อาศัยปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนและแอนติบอดี (Antigen-antibody interaction) โดยสารทั้งสองชนิดจะจับกันได้ต้องมีโครงสร้างที่เหมาะสมกัน ลักษณะเหมือนแม่กุญแจและลูกกุญแจ (Lock and key) โดยชุดตรวจนี้แอนติเจนที่เราจะตรวจคือ SAR-CoV-2 […]
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยวัยละอ่อน ผู้เขียนเคยได้ฟังเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเธอทำด้วยอะไร” เนื้อเพลงได้เปรียบเทียบถึงความแข็งแรงของหินกับความบอบบางของกล้ามเนื้อหัวใจ ครั้นเติบโตขึ้นมาจึงได้เรียนรู้ว่าในบรรดาหินหลากหลายชนิด มีหินบางชนิดที่ชื่อแสดงถึงความนุ่มนวล นั่นคือ หินอ่อน มารู้จักหินอ่อนกันสักนิดว่าอ่อนจริงเหมือนชื่อหรือไม่ หินอ่อน (marble) คือหินที่แปรสภาพมาจากกลุ่มหินตะกอนชนิดหินปูน (limestone) เกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลไซต์ (calcite) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) นั่นเอง ด้วยสมบัติของแร่ชนิดนี้ที่มีความแข็งตามโมห์สเกลในระดับ 3 สามารถขูดเข้าได้โดยเล็บ และทำปฏิกิริยาเกิดเป็นฟองฟู่เห็นเด่นชัดเมื่อโดนกรดเจือจาง ด้วยความแข็งแรงเพียงระดับนี้ของหินอ่อน การรับแรงกระแทกจากหยดน้ำฝนบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้หินอ่อนเกิดความเสียหายได้ ซ้ำร้ายบางครั้งเจอหยดน้ำฝนรวมเข้ากับมลพิษในอากาศมีฤทธิ์เป็นกรด จะสามารถกัดผิวทำลายหินอ่อนให้เสียหายได้มากกว่าเดิมอีก ส่วนที่มาของชื่อเรียกนั้น เป็นเพราะว่าคุณสมบัติความแข็งที่มีมากไม่เท่าหินชนิดอื่น ๆ และเราสามารถใช้เครื่องมือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น หินชนิดนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า หินอ่อน นั่นเอง อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว รู้จักหินอ่อนมากขึ้นหรือยัง อ้างอิง แร่:กรมทรัพยากรธรณี FacebookFacebookXTwitterLINELine
