ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ความเปรี้ยวรสชาติลับจากเมล็ดกาแฟ
กลิ่นหอมอบอวลที่ลอยมาในอากาศทุกครั้งที่สัมผัสกับความร้อน กลิ่นที่หลายคนโปรดปรานชวนให้รู้สึกผ่อนคลายกลิ่นนั้นเป็นของเจ้าเมล็ดสีดำนามว่า “กาแฟ” กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วหรือเรียกว่า ผลเชอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งมีสายพันธุ์หลัก ๆ ที่นิยมปลูกคืออาราบิก้าและโรบัสต้า นอกจากกลิ่นที่ชวนหลงใหล รสชาติที่กลมกล่อมก็ชวนให้หลายคนตกหลุมรักได้ แล้วเราเคยสงสัยกันไหมทำไมบางครั้งกาแฟที่รับประทานจึงมีรสชาติเปรี้ยวออกมาด้วย กาแฟแต่ละประเภทจะมีเอกลักษณ์ของรสชาติทั้งความหวาน เปรี้ยว ขม ฝาด และกลิ่นผลไม้ เฉพาะที่แตกต่างกัน นั่นอาจเป็นเพราะพื้นที่ปลูกและภูมิอากาศที่มีความแตกต่างกัน โดยหนึ่งในรสชาติที่มักจะพบในกาแฟ ที่ทำให้ผู้ดื่มกาแฟบางคนชอบและบางคนไม่ชอบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ากาแฟเสีย นั้นคือ ความเปรี้ยว (acidity) ที่อยู่ในเมล็ดกาแฟ รสชาติเปรี้ยวที่เรารับรู้ได้จากการรับประทานกาแฟส่วนหนึ่งมาจากผลเชอร์รี่ของกาแฟ เมื่อสุกเต็มที่จะสร้างรสชาติและความหอมของสายพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งเมล็ดกาแฟจะมีกรดธรรมชาติที่พบได้ในผลไม้ เช่น กรดมาลิก ซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวกับที่พบในแอปเปิ้ลเขียว ทำให้กาแฟที่ชงออกมามีรสชาติเปรี้ยวนุ่มคล้ายแอปเปิ้ลเขียว กรดซิตริก ให้รสเปรี้ยวคล้ายเลม่อนและเนคทารีน (ผลไม้ที่หน้าตาคล้ายพีช) กรดอะซิติก ให้รสเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู กรดควินิก ที่ให้รสขม ฝาดและเปรี้ยวโดด นอกจากความเปรี้ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากแหล่งปลูก ความสูงของพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ชนิดและสายพันธุ์กาแฟ รวมทั้งวิธีการแปรรูปและกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟก็มีผลเช่นกัน สำหรับระดับความเปรี้ยวของกาแฟสามารถควบคุมได้จากการคั่ว โดยเรียงลำดับจากรสเปรี้ยวมากไปน้อยได้แก่ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม คั่วอ่อน ใช้อุณหภูมิความร้อน 350 […]
เรื่องยุ่ง ๆ ของยุงตัวร้าย
หลายคนคงจะรู้สึกรำคาญจากเสียงหึ่ง ๆ เมื่อยุงเข้ามาบินอยู่ใกล้และรู้สึกคัน บริเวณที่ถูกยุงกัด จากน้ำลายของยุงที่ปล่อยออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัวในระหว่างที่ยุงกำลังดูดเลือดของเรา ร่างกายจึงตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดอาการแพ้ที่มีทั้งอาการที่ไม่รุนแรง อย่างตุ่มบวมแดง อาการคัน จนถึงอาการหนักที่ทำให้รู้สึกหน้ามืดจนหายใจไม่ออก เป็นต้น นอกจากนี้ยุงยังเป็นแมลงพาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย ที่ทำให้เกิดโรคที่รุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต โดยมักพบยุงที่เป็นปัญหาหลัก 4 สายพันธุ์ คือ ยุงเหล่านี้จึงกลายมาเป็นพาหะของการเกิดโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา ซึ่งโดยปกติแล้วอาหารของยุงตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียนั้น คือ น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ แต่หลังจากการผสมพันธุ์แล้ว ยุงตัวเมียจะต้องใช้เลือดเป็นแหล่งของโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้ในการเจริญเติบโตของไข่ ยุงตัวเมียจึงออกหาเลือดที่ได้จากคนและสัตว์ ดังนั้นยุงที่มากัดเราจึงเป็นยุงเพศเมีย แต่ก็มียุงบางชนิดที่ตัวเมียจะไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์เลย การแพร่เชื้อโรคจากยุงมาสู่คนนั้น เกิดขึ้นในระหว่างที่ยุงกำลังดูดเลือดนั่นเอง โดยเมื่อยุงไปดูดเลือดคนที่ป่วยแล้วเชื้อก็เจริญเติบโตอยู่ในตัวยุง เมื่อเชื้อโรคอยู่ในระยะแพร่เชื้อ มันจะไปอยู่ภายในต่อมน้ำลายยุง เมื่อยุงที่เป็นพาหะนี้มาดูดเลือดของเรา ยุงก็จะปล่อยน้ำลายที่มีเชื้อปนอยู่เข้าสู่ร่างกายของเรา ทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยอย่างที่ไม่ทันรู้ตัว การป้องกันหรือกำจัดยุง สามารถทำได้ง่าย เช่น การใช้สารไล่ยุง อย่างยาจุดกันยุง ยาทากันยุงที่มีทั้งแบบที่เป็นสารเคมี และสมุนไพรอย่าง ตะไคร้หอม ส้ม ผิวมะกรูด เป็นต้น การกางมุ้งนอน การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น กำจัดขยะบริเวณรอบบ้าน ขัดล้างไข่ยุงในภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อไม่ให้เป็นที่วางไข่ของยุง, เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้มีบริเวณอับทึบที่สามารถเป็นแหล่งที่อยู่ของยุง, ปิดฝาถังน้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันบ่อย […]
นิทรรศการชีวิตพิศวง (The Miracle of Life)
สถานที่จัดแสดง : ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ Concept : ความพิศวงของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นจุดเริ่มต้นในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านอวัยวะรับความรู้สึกคือ ตา ลิ้น จมูก หู และมือ (ผิวหนัง) นิทรรศการจัดแสดงโดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบประสาทสัมผัสของร่างกายโดยนำเสนอผ่านเกมและเครื่องเล่นรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย รอให้น้อง ๆ มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง โซนของการจัดแสดง 5 โซน ได้แก่ 1. มือ (ผิวหนัง) – การได้สัมผัส 2. หู – การได้ยิน 3. ตา – การได้เห็น 4. จมูก – […]
ภาวะโลกร้อนกำเนิดหมีพิซลี อวสานหมีขั้วโลก
ในภาวะที่สภาพอากาศแปรปรวนเพราะภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับสัตว์อย่างหมีขั้วโลก เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกที่เป็นที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกเกิดละลายทำให้น้ำแข็งที่เคยกั้นขวางระหว่างหมีขั้วโลก (polar bears) และหมีกริซลี (grizzly bears) ที่อาศัยอยู่ห่างไกลกันในเขตอาร์กติกต้องเดินทางเพื่อมาหาอาหาร และได้มาพบรักต่างสายพันธุ์จนให้กำเนิด “หมีพิซลี (pizzly bears)” แต่มันไม่ได้เป็นผลที่ดีนัก เพราะเจ้าหมีลูกผสมนั้นเพิ่มจำนวนไปทั่วพื้นที่เขตขั้วโลกเหนือในขณะที่หมีขั้วโลก ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นลดน้อยลงและเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เนื่องจากหมีขั้วโลกมีหัวกะโหลกทรงยาวเหมาะสำหรับการจับแมวน้ำผ่านรูในผืนน้ำแข็ง ประกอบกับมีฟันกรามที่เล็กและบดเคี้ยวของแข็งได้ไม่ดีนัก ทำให้มันกินชั้นไขมันของแมวน้ำเป็นอาหารหลัก แต่เมื่อน้ำแข็งละลายก็ทำให้ยากต่อการหาอาหารเกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนักทำให้หมีขั้วโลกต้องเดินทางขึ้นไปหากินบนบกเป็นอุปสรรคต่อการหาอาหารเลี้ยงลูก ๆ ของมัน แต่ฝั่งของเจ้าหมีพิซลีนั้นมันมีฟันกรามที่ใหญ่และแข็งแรงสามารถเลือกกินอาหารได้หลากหลายชนิดเหมือนกับหมีกริซลี รวมไปถึงมีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศในปัจจุบันพอสมควรแม้ว่ามันจะมีพฤติกรรมที่มาจากหมีขั้วโลกค่อนข้างมาก แต่ก็สามารถอยู่ในอากาศอบอุ่นได้ดีกว่าหมีขั้วโลก ทำให้มันมีโอกาสรอดมากกว่าในภาวะที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ในสถานการณ์ภาวะโลกร้อนเช่นนี้เป็นเหตุให้โลกของเราอาจจะสูญเสียหมีขั้วโลกไปในไม่ช้า และการที่เราจะช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลกของเราไว้ได้ก็คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด หากน้ำแข็งขั้วโลกละลายน้อยลงหมีขั้วโลกก็จะยังมีที่อยู่อาศัยและสามารถหาอาหารต่อไปได้ อ้างอิง https://1th.me/g4AQdhttps://1th.me/9DfGuhttps://1th.me/g4AQdhttps://1th.me/Gorrz FacebookFacebookXTwitterLINELine

