ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
รู้หรือไม่…ว่ามีอันตรายจากสิ่งเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นอยู่รอบตัว
รู้หรือไม่ว่า อากาศ ที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กเช่น pm 2.5 รวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ และยังมีสารปนเปื้อนอีกมากมาย ซึ่งควรต้องป้องกันหรือหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย รู้หรือไม่ว่า ฝุ่น pm2.5 มีอนุภาคขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอนหรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 25 ส่วนของขนาดเส้นผมมนุษย์ มีขนาดเล็กมากจนขนจมูกไม่สามารถกรองฝุ่นได้ ดังนั้นฝุ่นจึงแพร่เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายดาย รู้หรือไม่ว่า ไวรัสบางชนิดก่อให้เกิดโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจชนิดที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น โรคหวัด จากเชื้อไวรัสประเภทคอรีซา (Coryza virus) โรคไข้หวัดใหญ่จากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) หรือแม้กระทั่งโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพียงเพราะแค่ละอองจามหรือไอที่แพร่ผ่านอากาศก็สามารถทำให้เชื้อโรคติดต่อกันได้ รู้หรือไม่ว่า หน้ากาก n95 แบบมาตรฐานที่เราใช้สำหรับป้องกันฝุ่นเป็นคนละชนิดกับหน้ากาก n95 ในทางการแพทย์ เนื่องจาก n95 แบบมาตรฐานนั้นมีประสิทธิภาพสำหรับกันฝุ่นละอองและฟูมโลหะ (Metal fume) ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ n95 ในทางการแพทย์นั้น จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันการซึมผ่านหรือพ่นกระเซ็นของของเหลวเพิ่มขึ้นอีกด้วย ** ฟูม คือ อนุภาคของแข็งที่มีขนาดเล็กมาก […]
ทำความรู้จักเบื้องต้นเกี่ยวกับ NFT
NFT กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ แถมยังเป็นกระแสและได้รับความสนใจจากกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวงการศิลปะ วงการบันเทิง วงการเกม นักสะสม และอื่น ๆ มากมาย ถ้าหากใครที่กำลังสนใจหรืออยากลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องมาทำความรู้จักกับ NFT เบื้องต้นกันก่อน NFT คืออะไร NFT (Non-Fungible Token) คือ เหรียญที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เทคโนโลยีโดยการนำเข้าสู่ระบบบล็อกเชน ทำให้สามารถแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ๆ โดยสามารถเป็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานสะสม ภาพวาด ภาพมีม งานศิลปะ เพลง ดนตรี คลิปวิดีโอ เกม ที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละสินทรัพย์นั้น ทำให้ผลงานชิ้นนั้นกลายเป็นผลงานชิ้นเดียวในโลก NFT มีความเฉพาะและแตกต่างจากเหรียญดิจิทัลแบบอื่น ๆ เพราะว่ามันจะกลายเป็นเหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกได้ เมื่อเกิดการซื้อขายแล้วเจ้าของผลงานจะยังคงเป็นเจ้าของลิขลิทธิ์ผลงานแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ผู้ครอบครอง NFT จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลงานชิ้นนั้น โดยสามารถซื้อขายและโอนย้ายกรรมสิทธิ์ได้บนระบบบล็อกเชน ระหว่างคนที่ต้องการซื้อและคนที่ต้องการขายแบบไม่มีคนกลาง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ ว่าผลงานแต่ละชิ้นมีใครเป็นเจ้าของบ้าง สามารถซื้อขายบนแพลตฟอร์มของ NFT เท่านั้น ตัวอย่างผลงาน NFT ภาพมีม “Disaster […]
ทำไมถึงต้องหาว
เมื่อพูดถึงการ “หาว” หรือเห็นคนที่หาวเราจะรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องกำลังง่วงแน่นอน แล้วทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องหาว การหาวเกิดจากอะไรกันแน่เป็นเพราะเราง่วงจริง ๆ หรือไม่ แล้วถ้าหาวบ่อย ๆ จะส่งผลเสียอะไรต่อร่างกายบ้างไหม วันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยและทำความเข้าใจกับการหาวให้มากยิ่งขึ้น การหาว (Yawning) ถือเป็นการรักษาสมดุลของร่างกายโดยการนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดแก๊สออกซิเจนหรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมีมากเกินไป จากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศไม่ถ่ายเท ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า หรือมีการพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง นอกจากนี้แล้วการหาวยังเป็นสัญญาณเตือนอาการป่วยที่รุนแรงของโรคต่าง ๆ ได้เมื่อการหาวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น โรคเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคลมชัก โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นต้น โรคที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะมีอาการร่วมกันคือหาวบ่อยที่เกิดจากแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มีความผิดปกติของหลอดเลือดหรือการกดทับของเนื้องอก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีการหาวบ่อย ดังนั้นเราควรที่จะสังเกตตัวเองอยู่เสมอและควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายได้รับแก๊สออกซิเจนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มแก๊สออกซิเจนให้กับเลือด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเท และห้ามมองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกายเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพของเราก็ได้ อ้างอิง https://bit.ly/3BnCLGhhttps://bit.ly/3DvAPxm FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมรุ้งกินน้ำถึงเป็นเส้นโค้ง ทั้งที่แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ?
หลังฝนหยุดตก คุณเคยสังเกตเห็นรุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้ากันบ้างไหมแล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ารุ้งกินน้ำที่เราเห็นกันทำไมถึงเป็นเส้นโค้ง ทำไมไม่เป็นรูปร่างอื่นบ้าง เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือเส้นตรงแล้วมีหลักการทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้างที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ในช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก และยังสามารถพบได้บริเวณน้ำพุ น้ำตก หรือ ละอองน้ำจากกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ ซึ่งมักจะพบรุ้งกินน้ำในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ โดยเกิดจากหลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า การหักเห และสะท้อนกลับหมดของแสง รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ หรือแสงขาวตกกระทบเข้าไปในละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหลังฝนตกจะเกิดการหักเห และการสะท้อนลับหมดของแสงออกมา ทำให้แสงสีทั้ง 7 สีของแสงขาวกระจายออกจากกัน แต่เนื่องจากแสงมีการเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน (จากอากาศสู่น้ำ) ผ่านผิวของละอองน้ำ ทำให้แสงสีต่าง ๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวภายในของละอองน้ำ หลังจากนั้นจะเกิดการหักเหจากภายในละอองน้ำออกสู่อากาศอีกครั้ง และละอองน้ำมีจำนวนมาก จึงทำให้แสงเกิดการหักเหเข้าตาเราไปในทิศทางที่แกต่างกัน โดยมีทั้งหักเหเป็นมุมโค้งขึ้น โค้งลง และโค้งออกมาทางด้านข้างละอองน้ำ แต่เราจะเห็นเพียงแสงที่หักเหเข้าสู่สายตาเป็นมุมออกมาประมาณ 40-42 องศาเท่านั้น ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุทำให้เราเห็นรุ้งกินน้ำเป็นเส้นโค้ง โดยมีสีเรียงจากล่างขึ้นบน คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แต่ในบางครั้งเราก็สามารถเห็นรุ้งกินน้ำ 2 ตัวได้ในเวลาพร้อมกัน รุ้งกินน้ำตัวแรกอยู่ด้านล่างคือ รุ้งปฐมภูมิ ที่เราคุ้นเคยกันคือแถบสีม่วงอยู่ข้างล่าง และแถบสีแดงอยู่ข้างบน ส่วนรุ้งกินน้ำตัวที่สองอยู่ด้านบนเรียกว่า […]

