ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
สาหร่าย สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่รัก(ษ์) โลก
สาหร่าย (Algae) สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กเป็นเซลล์เดียว ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (Microalgae) และสาหร่ายขนาดใหญ่ (Macroalgae) มีหลายเซลล์ ลักษณะเป็นเส้นสาย หรือมีลักษณะคล้ายพืชที่มีโครงสร้างดูเหมือนราก ลำต้น และใบ รวมเรียกว่าทัลลัส (Thallus) เราสามารถพบสาหร่ายอยู่ในแหล่งน้ำ แต่ก็สามารถพบได้บริเวณที่มีความชื้นเหมาะสมเช่น ดิน ทราย หิมะหรือแม้แต่น้ำพุร้อน ในระบบนิเวศสาหร่ายเป็นผู้ผลิตปฐมภูมิ เนื่องจากสามารถสร้างอาหารได้เองจากการสังเคราะห์ด้วยแสงและเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนที่สำคัญ สามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้โดยผ่านกระบวนการตรึงคาร์บอน (carbon fixation) ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศได้น้อยลง และสาหร่ายยังช่วยบ่งบอกคุณภาพของแหล่งน้ำนั้น ๆ ได้นั่นก็เป็นเพราะว่าสาหร่ายมีความหลากหลายของชนิดและสายพันธุ์ และการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของสาหร่ายบางกลุ่มก็สามารถบ่งบอกได้ว่าแหล่งน้ำนั้นเน่าเสีย จากการมีสารแอมโมเนียหรือฟอสฟอรัสที่สูงเกินไปจากพฤติกรรมการปล่อยน้ำเสียจากครัวเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรมนอกจากนี้สาหร่ายยังสามารถสังเคราะห์และสะสมสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งในปัจจุบันนิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเสริม อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสัตว์ปีกอีกด้วย ถึงแม้ว่าสาหร่ายจะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เราอาจจะมองไม่เห็น แต่สาหร่ายนั้นก็ยังมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างสมดุลให้แก่ระบบนิเวศและสามารถหยุดภาวะโลกร้อนซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อ้างอิง https://1th.me/6HCgvhttps://1th.me/kfzuxhttps://1th.me/Gzgychttps://1th.me/42RDAhttps://1th.me/SHAdmhttps://1th.me/HsV9aยุวดี พีรพรพิศาล. (2549). สาหร่ายวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 2). เชียงใหม่: โชตนาพรินท์. FacebookFacebookXTwitterLINELine
ความลับของต้นไม้ใบด่าง เกิดได้อย่างไร?
ต้นไม้ใบด่างกลายมาเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมของหลายๆ คนที่ชื่นชอบพันธุ์ไม้ที่มีสีสันแปลกตาหาได้ยาก ไม่เหมือนต้นไม้ที่มีสีเขียวทั่วๆ ไป ด้วยลักษณะที่แตกต่างนี้ ทำให้ไม้ด่างมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของนักสะสมต้นไม้เป็นจำนวนมาก แต่ทราบหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วไม้ด่างนั้นเกิดจากการปรับตัวให้อยู่รอดได้ในธรรมชาติ โดยลักษณะการด่างสามารถช่วยพรางตัวจากผู้ล่าหรือสัตว์กินพืช ทำให้ผู้ล่าเข้าใจว่าพืชนั่นมีพิษ อีกทั้งยังสามารถช่วยดึงดูดแมลงให้ช่วยผสมพันธุ์อีกด้วย บางกรณีที่ต้นไม้นั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดน้อย การปรับตัวเพื่อลดการสังเคราะห์แสงหรือลดการสร้างคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งเป็นสารสี (Pigments) ที่ใช้ในการดูดซับแสง ทำให้เห็นใบด่างมีสีขาวหรือเหลือง ซึ่งก็คือบริเวณที่ไม่มีการสร้างคลอโรฟิลล์ตรงบริเวณนั้นนั่นเอง นอกจากการด่างที่ทำให้ใบเกิดสีขาวแล้ว ยังมีต้นไม้ด่างหลากสีสันจากสารสีอื่น ๆ เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ทำให้เห็นใบเป็นสีเหลืองหรือส้ม และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ทำให้มองเห็นใบมีสีชมพู แดง และม่วง ซึ่งรูปแบบของสีใบที่เกิดขึ้นกับใบด่างแต่ละชนิดขึ้นกับข้อมูลของสารพันธุกรรม โดยมียีนเฉพาะที่ควบคุมลักษณะเหล่านี้ถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกให้เกิดพืชใบด่างได้ ส่วนลักษณะด่างที่เห็นเป็นสีเงิน ไม่ได้เกิดจากสารสีของพืช แต่เกิดจากลักษณะโครงสร้างของใบที่มีช่องอากาศระหว่างเนื้อเยื่อใบ ทำให้เมื่อแสงแดดตกกระทบบนใบจะเกิดการหักเหมองเห็นใบเป็นสีเงินเป็นลักษณะที่มีการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม เรียกลักษณะด่างแบบนี้ว่า Reflective variegation หรือ Blister variegation ตัวอย่างต้นเปปเปอร์โรเมียลายแตงโม (Watermelon peperomia) และต้นพลูแนบอุรา(Scindapsus pictus) อีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดใบด่างที่ทำให้พืชจากเดิมทีมีสีเขียวกลายเป็นพืชใบด่างได้ จากความผิดปกติในระดับพันธุกรรม ที่เป็นการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติในเนื้อเยื่อเจริญของพืช ซึ่งก็คือเนื้อเยื่อบริเวณยอดของพืชที่มีการแบ่งเซลล์เพื่อการเจริญเติบโต เมื่อมีการแบ่งตัวซ้ำ ๆ จึงทำให้ง่ายที่จะเกิดการกลายพันธุ์ […]
ประเภทของชาเขียวที่คุณควรรู้
ในปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมอย่างมาก คงไม่มีใครไม่รู้จักชาเขียว เพราะมองไปทางไหนก็เห็นชาเขียวเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และถ้าพูดถึงชาเขียวแล้ว หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงรสชาติความอร่อย กลิ่นที่หอมสดชื่น และคุณประโยชน์มากมายของชาเขียว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าจริง ๆ แล้วชาเขียวนั้นมีหลายประเภท ถึงแม้ว่าจะมาจากต้นชาเดียวกัน แต่กรรมวิธีการผลิตต่างกันก็ส่งผลให้ทั้งรสชาติ สี และกลิ่น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้เสียชื่อของสาวกชาเขียว เราไปทำความรู้จักกับประเภทของชาเขียวผ่านบทความนี้กันเลย ชาเขียว (Green tea) คืออะไร ? ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชาที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ผลิตด้วยการอบไอน้ำและถูกนวด ซึ่งการทำเช่นนี้จะเป็นการรักษาสภาพของใบชาให้คงเดิมมากที่สุดก่อนจะนำไปอบแห้ง เพื่อดึงรสชาติและกลิ่นหอมของใบชาออกมา นอกจากนี้ชาเขียวไม่ได้ผ่านการหมักเหมือนชาประเภทอื่น ๆ ทำให้ชาไม่เปลี่ยนเป็นสีดำแต่ยังคงความเขียวสด และมีคุณภาพเช่นเดียวกับใบชาสด เมื่อชงน้ำร้อนจะได้สีของน้ำชาออกมาเป็นสีเขียว และมีรสชาติขมที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง ชาเขียวยอดนิยม 6 ประเภทที่ควรรู้จัก เกียวคุโระ (Gyokuro) ชาคุณภาพสูง ที่ผ่านการเลี้ยงในร่มเพื่อรักษาสารอาหารให้ได้มากที่สุด และเก็บเป็นชาแรกของปี โดยจะเก็บเฉพาะยอดอ่อนของใบชาเท่านั้น เนื่องจากเก็บเกี่ยวได้ปริมาณน้อย จึงทำให้ชาเกียวคุโระมีราคาแพงเน้นใช้ในงานพิธีการ […]
เสียงของหัวใจ..ดังได้ยังไงกัน
เวลาที่เราตื่นเต้น หรือเวลาที่เราเหนื่อยหัวใจของเราจะทำงานหนักในระดับที่ได้ยินเสียงหัวใจกันเลยทีเดียว บางคนก็บอกว่าใจเต้นดังตุ้บ ๆ บางคนก็บอกว่า ใจเต้นดังตึกตัก ๆ แล้วเสียงของหัวใจที่หลายคนได้ยินกันนี้มันเกิดจากอะไรกัน ที่จริงแล้วเสียงที่เราได้ยินนั้นเป็นเสียงที่เกิดจากการเปิดและปิดของลิ้นหัวใจ (valves) เมื่อหัวใจมีการบีบตัวเพื่อไหลเวียนเลือด ลิ้นหัวใจจะทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนเลือดและป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นทางเทคนิคจะแบ่งเป็น 2 เสียง เสียงที่หนึ่งดังว่า “lub” (ลับ) เกิดจากการปิดของลิ้นไบคัสปิด (Bicuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านซ้ายมี 2 แผ่น และลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านขวามี 3 แผ่น เสียงที่ 2 ดังว่า dub (ดับ) เกิดจากการปิดของลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือด Aorta (Aortic semilunar valves) และลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างขวากับหลอดเลือด Artery (Pulmonary semilunar valves) เมื่อใจเต้นจะได้ยินเสียงว่า lub-dub, lub-dub, lub-dub นั่นเอง อ้างอิง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหัวใจ ทฤษฎีเกี่ยวกับเสียงเต้นหัวใจ เสียงหัวใจ หัวใจ (heart) […]

