ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
โกโก้บัตเตอร์ ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้
หากพูดถึง “โกโก้” คงไม่มีใครไม่รู้จัก โกโก้เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ปัจจุบันได้มีการนำมาปลูกในเขตร้อนสามารถพบได้ในหลายประเทศรวมถึงในประเทศไทยด้วย ผลโกโก้เมื่อแก่จัดเมล็ดจะถูกนำมาสกัดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต หรือผงโกโก้ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไม่น้อย ทั้งสีที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่แตกต่างกันตามแหล่งที่ปลูก และกรรมวิธีการผลิต นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีสีเป็นเอกลักษณ์อย่างสีน้ำตาลเข้มแล้ว ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ที่เราอาจไม่คุ้นตากันนั่นคือ “โกโก้บัตเตอร์” โกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter) หรือเนยโกโก้ เป็นไขมันธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ปกติเมล็ดโกโก้มีส่วนที่เป็นเนื้อประมาณ 50% และเป็นไขมันตามธรรมชาติ 50% ที่เรียกว่า โกโก้บัตเตอร์ ซึ่งแทรกตัวอยู่ในเมล็ดและจะถูกขับออกมาเมื่อเมล็ดโกโก้ถูกบดและโดนความร้อน ปัจจุบันสามารถสกัดโกโก้บัตเตอร์ออกจากส่วนเนื้อได้ด้วยเครื่องสกัดไขมันโกโก้ หรือเครื่องโกโก้เพรส โดยโกโก้บัตเตอร์ที่ได้จะมีสีครีมเหลืองเหมือนเนยทั่วไป แต่จะไม่มีรสชาติ และเนื้อสัมผัสคล้ายขี้ผึ้ง มีจุดหลอมละลายอยู่ที่ 34-38 องศาเซลเซียส จึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของช็อกโกแลต โดยเฉพาะในช็อกโกแลตระดับพรีเมียมและคราฟต์ช็อกโกแลต ซึ่งจะให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนละลายในปากและยังทำให้ช็อกโกแลตขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้โกโก้บัตเตอร์ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ คือ มีวิตามินอี โปรตีน และกรดไขมันสูง จึงได้รับความสนใจจากวงการเครื่องสำอางและความงาม เนื่องจากสามารถให้ความชุ่มชื้น บำรุงผิวพรรณ ปรับความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ปกป้องผิวจากรังสียูวี และช่วยลดเลือนรอยแตกลายของผิวได้ นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น โกโก้บัตเตอร์ยังมีสารพฤกษเคมี (Phytochemical) ชนิดฟลาโวนอยด์สูง (Flavonoid) […]
พิราบ สุดยอดนกนำทางพันธุ์อึด
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พิราบสื่อสาร” เนื่องจากในสมัยโบราณ เราใช้นกพิราบในการนำส่งสารหรือข้อความไปยังที่ห่างไกล ปัจจุบัน นกพิราบได้กลายมาเป็นเกมการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยการปล่อยนกพิราบที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้บินออกไปในระยะไกล เพื่อแข่งขันระยะเวลาในการเดินทาง ว่าแต่…ทำไมนกพิราบจึงจดจำเส้นทางได้นับ 1,000 กิโลเมตร นกพิราบมีตาอยู่ด้านข้าง จึงมองเห็นได้เป็นมุมกว้างถึง 340 องศา มันสามารถได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นมีความถี่เพียง 0.1 Hz อีกทั้งการรับรู้กลิ่นยังช่วยให้มันหาทางกลับบ้านได้ด้วย และจากการค้นคว้าในปี พ.ศ. 2524 เราจึงได้รู้ว่า นกพิราบมีแม่เหล็กในตัว (Magnetite) ซึ่งมันสามารถสัมผัสถึงสนามแม่เหล็กโลกได้ นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประสาทบริเวณจะงอยปาก ซึ่งสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงรับรู้พลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเวลากลางคืน พวกมันจะใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของนกพิราบ รวมกับความสามารถในการหาทิศทางของพวกมัน ทำให้นกพิราบสามารถจดจำเส้นทางการบินได้ทั้งไปและกลับ อีกทั้งพวกมันยังสามารถบินได้ในระยะไกล สมกับเป็นนกนำทางพันธุ์อึด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
มีหัวใจแต่ใช้ได้ไม่เท่ากัน
สัตว์ที่มีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีหัวใจ 4 ห้องเหมือนกับคนเราหรอกนะ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีระบบหมุนเวียนเลือดที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ สัตว์จำพวกปลา มีหัวใจ 2 ห้อง ห้องบน (Atrium) ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง (Ventricle) ส่วนหัวใจห้องล่าง ทำหน้าที่ปั๊มเลือดออกจากหัวใจ โดยเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจะเข้าทางห้องบนและไหลต่อไปยังห้องล่าง จากนั้นจะถูกสูบฉีดต่อไปยังเหงือก ภายในเหงือกจะมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือน้ำ หลังจากนั้นออกซิเจนจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำออกจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้นและจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายนำออกซิเจนจากเลือดไปใช้แล้ว เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนอีกครั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีหัวใจ 3 ห้อง มีห้องบน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบนขวา (right atrium) และห้องบนซ้าย (left atrium) ส่วนห้องล่าง (Ventricle) มี 1 ห้อง โดยจะเริ่มจากห้องบนขวารับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำมาจากร่างกายส่งไปที่หัวใจห้องล่าง แล้วส่งต่อไปยังปอดและผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อปอดและผิวหนังทำการแลกเปลี่ยนแก๊สเสร็จแล้ว จะได้เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้น และเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังห้องล่างอีกครั้งเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย แต่เนื่องจากหัวใจห้องล่างมีเพียงห้องเดียว จึงทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ำปะปนกันได้ สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง […]
รถไฟเหาะตีลังกา
เครื่องเล่นในสวนสนุกเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายต้องไม่พลาดกันเลย นั่นก็คือ “รถไฟเหาะตีลังกา” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่ในขณะเล่นอยู่นั้นจะไม่กรีดร้องเลย เพราะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกกับแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่จากที่สูงลงมาอย่างอิสระตามเส้นทางของรางที่ถูกออกแบบไว้ แต่เบื้องหลังของความสนุกสุดเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เครื่องเล่นที่สามารถสร้างความสนุกสนานแล้ว การเคลื่อนที่ของเครื่องเล่นชิ้นนี้ยังใช้หลักการของฟิสิกส์หลาย ๆ อย่าง เช่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์ แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง แรงโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเริ่มต้นจากการถูกดึงด้วยระบบโซ่และมอเตอร์ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อทำการปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อย การกักเก็บพลังงานทำให้รถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างอิสระจากจุดสูงสุดนั้นจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมากที่จุดเริ่มต้นของราง ขณะที่รถไฟถูกปล่อยลงมาจะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์และจะมีพลังงานจลน์สูงสุด ณ จุดต่ำสุดของราง ยิ่งจุดเริ่มต้นนั้นมีความสูงมากเท่าไหร่ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้มากขึ้นตามความเร็วเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างองศาของรางทำมุม 60 ํ สามารถทำความเร็วได้ถึง 125 km/h เลยทีเดียว จากความรู้สึกที่ได้เล่นรถไฟเหาะนั้น ในขณะรถไฟเหาะกำลังแล่นลงมาจากที่สูงวิ่งเข้ามายังวงกลม จะเกิดแรงกระทำต่อตัวเรามากที่สุด เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นจนหลังติดเบาะ และเมื่อรถไฟเคลื่อนที่ขึ้นไปถึงจุดบนสุดของวงกลม เราจะรู้สึกได้ถึงสภาวะไร้น้ำหนัก และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งเมื่อลงมาที่จุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงของแรงที่กระทำต่อตัวเราทำให้เรารู้สึกสนุก ตื่นเต้นตลอดเวลาในขณะนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ยิ่งหากรางมีรูปแบบเป็นหยดน้ำทรงคว่ำด้วยแล้ว ความสนุกจะเกิดขึ้นจากการที่รัศมีของวงกลมด้านบนมีค่าน้อยกว่าด้านล่าง ก่อให้เกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางของรถไฟด้านบนมีค่ามากกว่าด้านล่าง จึงทำให้ตัวของเราติดกับที่นั่งมากขึ้น และเมื่อรถไฟแล่นกลับลงมาความเร่งจะลดลง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง รวมถึงโค้งต่าง ๆ ในเส้นทางของรางที่จะเกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยเช่นกัน ปัจจุบันวิศวกรออกแบบรถไฟได้นำเทคโนโลยีระบบมอเตอร์และแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ เพื่อให้รถไฟขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในความสนุกสนานก็มีอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่บอกเอาไว้ อ้างอิง ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน […]

