ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เฉลย…ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน
“ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่เรามักถูกถามกันเล่นในทุกยุคทุกสมัย และมีหลากหลายคำตอบที่เคยได้ยิน แต่วันนี้ วิทยาศาสตร์มีคำตอบของปัญหานี้ให้กับเราแล้ว ลองมาดูกันว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันแน่ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Sheffield และ Warwick ในประเทศอังกฤษ ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของเปลือกไข่ และค้นพบโปรตีน Ovocledidin-17 (OC-17) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ผลิตเปลือกไข่ เหมือนกับโปรตีนในการสร้างเปลือกหอย หรือกระดูก โปรตีน Ovocledidin-17 นี้ จำเป็นในการเริ่มต้นและเร่งกระบวนการเปลี่ยนสภาพของแคลเซียมคาร์บอเนตจากในตัวไก่ ให้อยู่ในรูปของเปลือกแข็งที่ใช้ห่อหุ้มไข่แดงและไข่ขาว และเป็นโปรตีนที่มีเฉพาะในรังไข่ของไก่เท่านั้น หากไม่มีไก่ กระบวนการนี้ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่า ไก่ต้องเกิดก่อนไข่ เพราะต้องมีแม่ไก่ที่มีสาร Ovocledidin-17 ในรังไข่เพื่อสร้างเปลือกให้กับไข่เสียก่อน ไข่จึงจะเกิดขึ้นได้ เชื่อแน่ว่า มีอีกหลายคนที่ยังสงสัยว่า ไก่ตัวแรกของโลกเกิดมาจากไหน นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้อย่างง่าย ๆ คือ ไดโนเสาร์ที่เป็นบรรพบุรุษของไก่ ใช้เวลาหลายล้านปีเพื่อวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และกลายพันธุ์มาจนถึงจุดหนึ่งที่กลายเป็นไก่ โดยมีดีเอ็นเออย่างที่เราพบในไก่ปัจจุบันนี้ ยีนถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จึงทำให้ไก่ตัวนั้นสามารถสร้างโปรตีน OC-17 ขึ้นในตัวเอง และออกไข่ได้ในที่สุด ท้ายนี้ มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับไข่ไก่มาฝากทุกท่าน หากต้องการรู้ว่าไก่ตัวไหนจะออกไข่เปลือกสีอะไร ให้สังเกตสีบริเวณติ่งหูของแม่ไก่ แม่ไก่ที่มีติ่งหูสีขาวจะออกไข่เปลือกสีขาว […]
ปลากระเบนแมนตา…ยักษ์ใหญ่แห่งแนวปะการัง
สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คนมักจะนึกถึงกลุ่มสัตว์ขนาดมหึมา เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างกลุ่มของวาฬ หรือไม่ก็ปลาฉลาม แต่ในทะเลไม่ได้มีแค่กลุ่มวาฬกับปลาฉลามเท่านั้นที่ตัวใหญ่ ยังมีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเช่นเดียวกันกับปลาฉลาม มีร่างกายที่แบน และว่ายน้ำเหมือนกำลังบินบนอากาศ สัตว์น้ำชนิดนี้ถูกเรียกว่าปลากระเบนแมนตานั่นเอง ซึ่งก็เป็นปลาขนาดใหญ่ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง มาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้ไปด้วยกัน ยักษ์ใหญ่ของเรามีชื่อเต็มว่า ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Reef manta ray) และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mobula alfredi จัดอยู่ในกลุ่มของปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปลากระเบนทั้งหมด ความกว้างโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 300-350 เซนติเมตร แต่ตัวที่เคยสำรวจแล้วพบว่ากว้างมากที่สุดกว้างถึง 400 เซนติเมตร รูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หางแหลมยาว มักกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารในบริเวณแนวปะการังและทะเลลึก โดยกินแบบกรองเหมือนวาฬ คือ การเคลื่อนน้ำผ่านอวัยวะที่กรองแพลงก์ตอนในน้ำเหมือนเครื่องกรองน้ำ อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ตัวไม่ได้ใหญ่อย่างเดียว แต่สมองก็มีขนาดใหญ่ตามตัวเช่นกัน ทำให้ปลากระเบนแมนตานี้สามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเห็นตัวเองในกระจกจะเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกระจกคือตัวเอง (Self-directed) เหมือนกับลิงชิมแปนซีหรือนก และสมองที่มีขนาดใหญ่ก็ยังช่วยจดจำได้มากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ จึงสามารถรู้สถานที่ในการหาอาหาร เป็นเหตุผลว่าทำไมปลากระเบนแมนตาแนวปะการังจึงสามารถว่ายไปและกลับจากแนวปะการังเดิมได้ โดยตอนกลางวันจะอยู่ตามแนวปะการัง ส่วนตอนกลางคืนหาแพลงก์ตอนในทะเลลึก จากพฤติกรรมการหาอาหารที่ได้ศึกษาล่าสุด พบว่าหลังจากปลากระเบนแมนตาแนวปะการังได้หาอาหารในทะเลลึกแล้วจะว่ายขึ้นมาในแนวปะการังเพื่อทำความสะอาดตัว เช่น การกำจัดปรสิต และถ่ายของเสีย อันประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและการเจริญเติบโตให้กับปะการัง มันจึงช่วยให้เกิดวัฏจักรของสารอาหารระหว่างระบบนิเวศแนวปะการังกับระบบนิเวศในทะเลลึก เพียงแต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาที่มากพอ นอกจากนั้นปลากระเบนแมนตาแนวปะการังยังถูกจัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ตามสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ […]
แบล็กแมมบา อสรพิษร้ายในทวีปแอฟริกา
แบล็กแมมบา (Black mamba) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendroaspis polylepis ถูกจัดอยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) พบกระจายพันธุ์แถบตอนใต้และตอนกลางในทวีปแอฟริกา เป็นงูที่มีพิษรุนแรงชนิดหนึ่ง ถูกจัดให้เป็นงูที่มีพิษอันตรายมากที่สุดติด 1 ใน 10 อันดับของโลก แถมยังเป็นงูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย แบล็กแมมบา เป็นงูมีรูปร่างเพรียวยาว มีลำตัวสีน้ำตาลเทา ท้องมีสีเทาขาวจนไปถึงสีเหลืองหรือเขียว เส้นขอบปากมีสีน้ำตาลดำ คอแบน ภายในปากจะเป็นสีดำ ตากลมโตขนาดใหญ่ และมีต่อมพิษขนาดใหญ่ ลำตัวของมันมีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 2 เมตร แต่เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดยาวเต็มที่เกือบ 4 เมตร เป็นงูที่เลื้อยได้ไวมาก โดยสามารถเลื้อยได้ไวถึง 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นงูที่ไม่กลัวมนุษย์ จะมีนิสัยดุร้าย เมื่อได้ปะทะกับมนุษย์ซึ่ง ๆ หน้า อ้างอิง 10 อันดับงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก งูแบล็กแมมบา ( black mamba) FacebookFacebookXTwitterLINELine
ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1)
“คำถามต่อสรวงสวรรค์” ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1) องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ตั้งชื่อภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนนี้ใช้ชื่อว่า “เทียนเวิ่น-1” (Tianwen-1) มีความหมายว่า “คำถามต่อสรวงสวรรค์” ตั้งตามบทกวีซึ่งประพันธ์โดย “ชวี เยหวียน” (Qu Yuan) องค์การอวกาศแห่งชาติจีนระบุว่าชื่อนี้แสดงถึงความมุมานะของจีนในการแสวงหาความจริงและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการสำรวจธรรมชาติและจักรวาลตามเนื้อหาในบทกวี ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยจรวดลองมาร์ช-5 (Long March-5) ณ ฐานปล่อยจรวดเหวินชาง เกาะไห่หนานและเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 19:52 น. ตามเวลาประเทศไทย ตามหลังยานโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปติด ๆ เป็นเริ่มต้นก้าวแรกสู่การสำรวจดาวอังคารของประเทศจีน ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 จะแยกส่วนยานเพื่อลงจอดบริเวณที่ราบต่ำยูโทเปีย (Utopia Planitia) บนดาวอังคาร ส่วนที่แยกออกไป ประกอบด้วยยานลงจอด (Lander) และรถสำรวจ (Rover) ที่จะทำหน้าที่ศึกษาพื้นผิวดาวอังคารที่ตำแหน่งต่าง ๆ มีอายุภารกิจประมาณ 90 วัน […]

