ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เพราะอะไร!! ทำไมฉันจึงถนัดซ้าย
ลองสังเกตคนรอบตัวคุณดูสักนิดมีใครถนัดซ้ายไหม นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมปัจจุบันสักเท่าไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในอดีตมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าคนที่ถนัดซ้ายเป็นคนประหลาด และมองว่าคือ ปีศาจ จนทำให้องค์กรหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสิทธิของคนเหล่านี้ รวมถึงสร้างความตระหนักเรื่องความเสมอ ภาคในตัวของบุคคล ถึงขั้นจัดตั้งวันคนถนัดซ้ายสากล หรือ Happy Left Handers Day ขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 13 สิงหาคมของทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับคนถนัดซ้ายที่ถูกรังเกียจว่าแปลกประหลาด อีกทั้งยังรณรงค์ให้เห็นว่าแม้จะถนัดซ้ายคนเหล่านั้นก็มีความเป็นมนุษย์เหมือน ๆ กัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราถนัดขวามากกว่าซ้าย 80-90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเลยทีเดียว เพราะเหตุใดจึงมีคนถนัดซ้ายเพียงเล็กน้อยแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ กันนะ สาเหตุของการถนัดซ้าย งานวิจัยของ eLife เชื่อว่าความถนัดของมือมีต้นเหตุมาจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของยีนภายในกระดูกไขสันหลังของตัวอ่อนขณะอยู่ในมดลูก โดยการเคลื่อนไหวของมือและแขนของมนุษย์เกิดจากการสั่งงานของสมองส่วน Motor Cortex ที่เป็นตัวส่งสัญญาณประสาทไปที่ไขสันหลัง เพื่อทำหน้าที่แปลผลคำสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหวมือและแขน ซึ่งการแสดงออกของยีนนี้จะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ผลการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การที่พ่อ แม่ หรือญาติพี่น้องถนัดซ้ายนั้น จะเพิ่มโอกาสให้ลูกถนัดซ้ายได้เช่นกัน จากงานวิจัยในประเทศเบลเยี่ยมพบว่า เด็กแฝด ไม่ว่าจะแฝดแท้หรือแฝดเทียม (Fraternal twin) หากมีหนึ่งคนถนัดขวา อีกคนมักจะถนัดซ้าย ซึ่งอัตราส่วนความเป็นไปได้ถึง 21 เปอร์เซ็นต์ […]
เรารู้อายุของปลาได้อย่างไร
เรารู้อายุของมนุษย์และสัตว์ได้ด้วยการคำนวณจากวันเดือนปีเกิด ส่วนอายุของต้นไม้ก็คำนวณได้จากวงปีในเนื้อไม้ของต้นไม้นั้น ๆ ถ้าเราอยากรู้อายุของปลา จะรู้ได้จากอะไร ปลาเป็นสิ่งมีชีวิต ย่อมต้องมีการเจริญเติบโต จากรายงานทางวิชาการพบว่าปลาทะเลบางชนิดในเขตอบอุ่นมีอายุถึง 20 ปี เช่น ปลาแฮร์ริ่งในทะเลเหนือ หรือปลาบึกในแม่น้ำโขงอาจมีอายุมากกว่า 15 ปี ในขณะที่ ปลาทูอาจมีอายุเพียง 3 ปี ก่อนจะถูกชาวประมงจับ นักวิทยาศาสตร์มีวิธีคำนวณอายุของปลาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของปลานั้น ๆ สำหรับปลามีเกล็ด จำนวนเกล็ดจะไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดจนตาย เราจึงไม่สามารถรู้อายุของปลาจากจำนวนเกล็ดได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงใช้วิธีนับจำนวนวงปีบนเกล็ดปลา ซึ่งวงปีดังกล่าว มีลักษณะเป็นวง และมีเส้นขอบชัดเจนเป็นการแสดงระยะเวลาการเจริญเติบโตของปลาเหล่านั้น หากบนเกล็ดปลานั้นมีวงปีจำนวนมาก แสดงว่าปลานั้นมีอายุมาก ในกรณีที่ปลาไม่มีเกล็ด จะใช้วิธีคำนวณอายุจากกระดูกหูของปลา (กระดูกชิ้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างหูกับกระเพาะลม) โดยการนำกระดูกหูไปตัดขวาง แล้วสังเกตวงปีบนกระดูกหูของปลานั้น อ้างอิง หนังสือ 243 คำถามวิทย์ต่อยอดความคิดไม่รู้จบ หนังสือ ชีวิตน่ารู้ นานมีบุ๊คส์ 2543 https://www.saranukromthai.or.th FacebookFacebookXTwitterLINELine
นิทรรศการความตระหนักรู้ด้านพลังงาน (Energy Literacy)
นิทรรศการความตระหนักรู้ด้านพลังงาน (Energy Literacy) ดำเนินงานภายใต้โครงการสร้างกระบวนการความคิดในการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนและพัฒนาวิชาชีพด้านพลังงานแก่ประชาชน (Energy for Life) ได้รับการสนันสนุนงบประมาณจากกระทรวงพลังงานโดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นคณะที่ปรึกษาดำเนินโครงการเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามกรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานแก่ประชาชนระหว่างสำนักงาน กศน.และกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 เรื่องการพัฒนาต้นแบบแหล่งเรียนรู้พลังงานโดยใช้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเป็นศูนย์กลางเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เห็นความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ร่วมกันอนุรักษ์พลังงานและสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นิทรรศการความตระหนักรู้ด้านพลังงาน จัดแสดงภายใต้แนวคิด “รู้ปัญหา รู้ความจริง ร่วมแก้ไข”เป็นนิทรรศการมีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม และสร้างประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตนเองแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วยเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1) เครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ (Weather Station System)ให้ความรู้เรื่องสภาพภูมิอากาศและศักยภาพพลังงาน มีการแสดงข้อมูลแบบ real-time จากเครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศของจริงที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร 2) ความตระหนักรู้ด้านพลัง (Energy Literacy) จัดแสดง 3แนวคิดสำคัญในเรื่องความตระหนักรู้ด้านพลังงานคือ “รู้ปัญหา รู้ความจริง ร่วมแก้ไข”และให้ความรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่การจัดหา การส่งผ่าน และการใช้งานจัดแสดงผ่านชุดโมเดลจำลองพร้อมสื่อประสมเชิงโต้ตอบ (interactive multimedia)ที่ให้ผู้ชมได้ทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง 3) พลังงานทดแทน (Alternative Energy)ให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานในอนาคตจัดแสดงในรูปแบบชุดโมเดลจำลองพร้อมสื่อประสมเชิงโต้ตอบที่ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์ได้ 4) การอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation) […]
การกลับมาของหมาป่ายักษ์ ” Dire Wolf ” สัตว์แห่งยุคดึกดำบรรพ์
เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ความเป็นไปไม่ได้ในอดีตกลับเป็นไปได้ในปัจจุบัน ด้วยความพร้อมของอุปกรณ์และความรู้ของสัตว์ที่ชาญฉลาดอย่างมนุษย์ การปลุกให้สิ่งมีชีวิตที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตให้มีชีวิตอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายและสามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้วในตอนนี้ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ประสบความสำเร็จในการทดลองฟื้นคืนชีพนั่นคือ หมาป่าไดร์ (Dire Wolf) สัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคน้ำแข็ง Dire Wolf หรือหมาป่าไดร์ สัตว์ตระกูลสุนัข (Canine) ขนาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canis dirus สุดยอดนักล่าที่มีพลังกัดแข็งแกร่ง สามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ม้าป่าตะวันตก (Equus occidentalis) สลอธดินฮาร์ลาน (Paramylodon harlani) มาสโตดอน (Mammut americanum) อูฐโบราณ (Camelops hesternus) และไบซันโบราณ (Bison antiquus) ในยุคนั้นได้ หมาป่าไดร์มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ประมาณ 250,000-10,000 ปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเชิงสัญลักษณ์และเนื้อเรื่องจากภาพยนตร์ Game of Thrones การฟื้นคืนชีพหมาป่าไดร์เป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จของบริษัท Colossal Biosciences ในสหรัฐอเมริกา ที่สามารถทำการทดลองสิ่งมีชีวิตที่ตายและสูญพันธุ์ไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมโดยการใช้ดีเอ็นเอโบราณจากฟอสซิลของหมาป่าไดร์ และเซลล์เม็ดเลือดจากหมาป่าสีเทาที่ยังมีชีวิตอยู่ มาผ่านกระบวนการ CRISPR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรม แล้วทำการถ่ายโอนสารพันธุกรรมที่ได้ไปยังเซลล์ไข่ของสุนัขบ้านที่ถูกนำนิวเคลียสออก จากนั้นจึงเพาะเลี้ยงให้ตัวอ่อนพัฒนาแข็งแรงในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะย้ายไปฝังตัวในมดลูกของสุนัขบ้านตัวแทนเพื่ออุ้มบุญให้เจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ต่อไป […]

