ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ระบบนำทางของนกนักอพยพ
เมื่อสัญชาตญาณการรับรู้การเปลี่ยนแปลงรอบตัว บ่งบอกถึงฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยนผ่าน ในทุก ๆ ปี เหล่านกที่อยู่ในเขตอบอุ่นเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง ในแหล่งอาศัยที่มีสภาพอากาศที่เลวร้ายและอาหารกำลังจะหมดลงในไม่ช้า มีความจำเป็นต้องหาที่อยู่และแหล่งอาหารใหม่ เพื่อที่จะให้พอใช้ชีวิตอยู่ตลอดช่วงฤดูหนาว จากสภาพแวดล้อมและความกดดันของสภาพอากาศเหล่านี้ ทำให้นกตัดสินใจที่จะเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่หรือที่เรียกว่า “การอพยพ” ซึ่งหลังจากหมดช่วงเวลาการอพยพ นกก็จะกลับมายังรังหรือแหล่งอาศัยเดิมที่มันจากมา เส้นทางการอพยพไปยังเป้าหมายนั้นไกลแสนไกลเป็นหลายร้อยกิโลเมตรอาจจะทำให้มันบินออกนอกเส้นทางได้ นกจึงมีเครื่องมือช่วยให้มันสามารถไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ เช่นเดียวกับการเดินทางของคนที่ต้องใช้ระบบนำทางอย่าง GPS ระบบนำทางนกนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า Orientation และ Navigation ซึ่งดูเหมือนว่าคำสองคำนี้อาจจะคล้ายกัน แต่ความหมายของทั้งสองคำนี้แตกต่างกัน โดย Orientation เหมือนกับเข็มทิศ ส่วน Navigation เหมือนกับแผนที่ โดยนกจะมีทั้งเข็มทิศและแผนที่ ซึ่งนกจะหาจุดอ้างอิงไม่ให้หลุดออกจากเส้นทางการบินอพยพ โดยสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ครอบคลุมพื้นที่การบินของนกสามารถเห็นได้ง่าย เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กโลก นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นที่นกใช้เป็นตัวบอกทิศ เช่น ดาวบนฟ้า กลิ่น เสียง เป็นต้น ตัวอย่างของจุดอ้างอิงที่ใช้เป็นเข็มทิศ 1. สนามแม่เหล็ก (Magnetic field) นกสามารถรับรู้สนามแม่เหล็กจากโปรตีนที่ชื่อว่า คริพโตโครม (Cryptochrome) ในตาของนก โดยแสงไปกระตุ้นอิเล็กตรอนตัวหนึ่งในโมเลกุลของคริพโตโครมและส่งสัญญาณไปยังระบบประสาท ทำให้สามารถตรวจจับสนามแม่เหล็กได้ ซึ่งอวัยวะที่รับรู้สนามแม่เหล็กนี้ไม่ได้มีแต่ในตาเท่านั้น นกบางชนิดมีสัมผัสพิเศษนี้อยู่ที่บริเวณขอบจะงอยปากและในรูจมูก […]
สื่อสารผ่านสารสื่อประสาท
สมองเป็นศูนย์กลางการสั่งการและควบคุมการทำงานของระบบร่างกาย โดยใช้เส้นประสาทและสารเคมีเป็นสื่อในการส่งสัญญาณไปทั่วร่างกาย เรียกสารเคมีนั้นว่า “สารสื่อประสาท (Neurotransmitter)” ทำให้สมองสื่อสารกับเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งรับความรู้สึก ตอบสนองต่อความเจ็บปวด แม้กระทั่งการแสดงอารมณ์และสภาวะทางจิตใจ หากสารสื่อประสาททำงานผิดปกติ หรือมีความไม่สมดุลของสารเคมี ก็จะส่งผลต่อความผิดปกติของร่างกายหรือภาวะของโรค ตัวอย่างเช่น ภาวะซึมเศร้า การทำงานของสารสื่อประสาทเกิดขึ้น หลังจากที่สมองมีการสั่งการ ทำให้เซลล์ประสาทถูกกระตุ้นด้วยประจุไฟฟ้าที่เกิดจากการถ่ายเทเกลือแร่ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ประสาท แล้วส่งสัญญาณเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทที่อยู่ข้างเคียง โดยการใช้สารสื่อประสาทส่งผ่านบริเวณช่องว่างระหว่างเซลล์ประสาทที่เรียกว่า ไซแนปส์ (Synapse) สารสื่อประสาทที่ปล่อยออกมาบริเวณปลายเส้นประสาทนี้ จะไปเกาะที่ตัวรับที่แตกต่างกันตามชนิดของสารสื่อประสาทของอีกปลายประสาทหนึ่ง ทำให้เกิดการตอบสนองหรือยับยั้งการทำงานของระบบร่างกายได้ สารเคมีที่ใช้ในการสื่อประสาทเหล่านี้มีหลายชนิด ตัวอย่างสารสื่อประสาทที่มีความสำคัญในการทำงานของร่างกาย เช่น สารสื่อประสาท หน้าที่ ตัวอย่างของการทำงานบกพร่อง อะซีทิลโคลิน (Acetylcholine) ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิด ความจำ การเรียนรู้ ถ้ามีปริมาณมากไปทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาพร่ามัว และเป็นอัมพาต แต่ถ้ามีน้อยไปส่งผลต่อการเรียนรู้ ภาวะสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์ กลูตาเมต (Glutamate) ออกฤทธิ์กระตุ้น ช่วยในการทำหน้าที่ของสมอง เช่น ความจำ การเรียนรู้ […]
อาหารเสริมของสัตว์ป่า
อย่างที่เข้าใจกันว่าอาหารเสริมช่วยเรื่องการเสริมสารอาหารบางอย่างให้กับร่างกาย นอกเหนือจากการกินอาหารตามปกติ ซึ่งในธรรมชาติสัตว์ป่าก็ต้องการสารอาหารที่จะเสริมร่างกายเช่นกัน โดยสารอาหารอย่างแร่ธาตุก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิต เพราะแร่ธาตุบางชนิดนั้นช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและรักษาสมดุลต่อร่างกาย ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตใช้ชีวิตได้เป็นปกติ แล้วสัตว์ตามธรรมชาติสามารถหาแร่ธาตุเสริมได้อย่างไร โป่ง คือ บริเวณพื้นที่ที่มีการสะสมของแร่ธาตุจากการชะล้างตามธรรมชาติ ทำให้พื้นที่นั้นมีปริมาณแร่ธาตุสูง โดยแบ่งโป่งตามลักษณะ คือ โป่งดินที่มีลักษณะเป็นดินเค็มละเอียดหรือมีลักษณะเหมือนโคลน มักจะอยู่บริเวณตามตลิ่ง บริเวณที่ราบ อีกประเภทคือ โป่งน้ำมีลักษณะเป็นที่ที่น้ำไหลหรือซึมผ่านหินปูน แร่ธาตุถูกละลาย ทำให้น้ำมีแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย ภายในโป่งมีแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายอย่างตามแต่ละชนิดของแร่ธาตุนั้น ๆ จากการศึกษาพฤติกรรมสัตว์ที่มาใช้ประโยชน์ของโป่ง ในหลาย ๆ งานวิจัย พบว่ามีความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่สัตว์ต้องการสารอาหารให้ครบ โดยเฉพาะสัตว์เท้ากีบ และสัตว์อื่น ๆ ที่กินพืชเป็นอาหาร (Herbivore) จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากโป่ง เนื่องจากการกินอาหารเข้าไปไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรืออาจจะกินไปมากแค่ไหนร่างกายก็ยังขาดแร่ธาตุอยู่ดี เพราะอาหารที่สัตว์กินนั้นไม่มีแร่ธาตุหรือมีน้อย จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมโป่งถึงเป็นเหมือนอาหารเสริมให้กับสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร ยกตัวอย่างการศึกษาในกลุ่มสัตว์เท้ากีบมีพฤติกรรมการใช้โป่งเพื่อต้องการแร่ธาตุที่ขาด ตัวอย่าง ธาตุโซเดียม (sodium) ที่ช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุลของกรดและด่าง ช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาท และส่งเสริมการเจริญเติบโต นอกจากการใช้โป่งเพื่อเป็นแหล่งเสริมแร่ธาตุของสัตว์แล้ว ยังมีการค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากโป่งของสัตว์หลายชนิดแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของสัตว์แต่ละชนิด อย่างเช่น […]
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร
การขยายพันธุ์พืชเป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืช มีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงสายพันธุ์ของพืชชนิดต่าง ๆ ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์และยังเป็นการขยายพันธุ์เพื่อการค้าด้วย ซึ่งมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและความเหมาะสม เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง การเสียบยอด และที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หากพูดถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ถ้าเป็นแต่ก่อนหลายคนคงสงสัยว่าคืออะไรกันนะ แต่ปัจจุบันคำนี้ได้แพร่หลายออกไปในแวดวงวิทยาศาสตร์และการเกษตร การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant tissue culture) คือ การนำชิ้นส่วนพืชที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิต ได้แก่ ดอก ใบ ลำต้น ผล และรากมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น เพื่อให้เซลล์พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงปราศจากเชื้ออันเป็นสาเหตุให้พืชหยุดการเจริญเติบโต ถือว่าเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่มจำนวนพืชได้ในปริมาณมาก ๆ ในแต่ละครั้งของการเพาะเลี้ยง และการเจริญเติบโตของต้นอ่อนค่อนข้างคงที่และใกล้เคียงกัน จึงเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรที่ต้องการวันจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอน อีกทั้งในเรื่องของการขนย้ายทำได้ง่ายและสะดวก เนื่องจากพืชมีขนาดเล็ก สำหรับพืชที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพืชที่มีปัญหาในเรื่องของโรคพืช หรือมีความอ่อนแอในด้านของเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ขิง กล้วยไม้ และพืชเศรษฐกิจ เช่นกุหลาบ ดาวเรือง ข้าว แครอท คาร์เนชั่น เยอร์บีร่า เป็นต้น ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มี […]
