ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
พิราบ สุดยอดนกนำทางพันธุ์อึด
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พิราบสื่อสาร” เนื่องจากในสมัยโบราณ เราใช้นกพิราบในการนำส่งสารหรือข้อความไปยังที่ห่างไกล ปัจจุบัน นกพิราบได้กลายมาเป็นเกมการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยการปล่อยนกพิราบที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้บินออกไปในระยะไกล เพื่อแข่งขันระยะเวลาในการเดินทาง ว่าแต่…ทำไมนกพิราบจึงจดจำเส้นทางได้นับ 1,000 กิโลเมตร นกพิราบมีตาอยู่ด้านข้าง จึงมองเห็นได้เป็นมุมกว้างถึง 340 องศา มันสามารถได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นมีความถี่เพียง 0.1 Hz อีกทั้งการรับรู้กลิ่นยังช่วยให้มันหาทางกลับบ้านได้ด้วย และจากการค้นคว้าในปี พ.ศ. 2524 เราจึงได้รู้ว่า นกพิราบมีแม่เหล็กในตัว (Magnetite) ซึ่งมันสามารถสัมผัสถึงสนามแม่เหล็กโลกได้ นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประสาทบริเวณจะงอยปาก ซึ่งสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงรับรู้พลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเวลากลางคืน พวกมันจะใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของนกพิราบ รวมกับความสามารถในการหาทิศทางของพวกมัน ทำให้นกพิราบสามารถจดจำเส้นทางการบินได้ทั้งไปและกลับ อีกทั้งพวกมันยังสามารถบินได้ในระยะไกล สมกับเป็นนกนำทางพันธุ์อึด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิทยาศาสตร์ในการทำเต้าหู้
เต้าหู้ (Tofu) อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้จากพืช มีปริมาณโปรตีนสูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัติ ที่มีการนำเอาเต้าหู้มาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นอกจากเต้าหู้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว เต้าหู้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น มีการบันทึกเรื่องราวการทำเต้าหู้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 2,000 ปีก่อน และกลายมาเป็นอาหารที่นิยมในประเทศแถบเอเชียในเวลาต่อมา เมื่อความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตเต้าหู้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เต้าหู้กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อผู้บริโภคทั่วโลก กระบวนการผลิตเต้าหู้เริ่มจากการนำถั่วเหลืองมาล้างและแช่น้ำให้พองตัว แล้วจึงนำถั่วเหลืองมาบดคั้นกับน้ำ กรองแยกกากถั่วเหลืองออก หลังจากนั้นจึงนำน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นที่ได้มาต้ม เพื่อทำลายสารยับยั้งทริปซิน (Trypsin inhibitors) ที่มีผลในการย่อยโปรตีน, ซาโปนิน (Saponins) ที่ทำให้เกิดรสฝาด และสารอื่น ๆ เช่น เอนไซม์ลิพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดกลิ่นถั่ว (Beany flavor) ถึงขั้นตอนนี้แล้วจะได้น้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ที่สามารถนำมาดื่มได้เลย โดยน้ำนมถั่วเหลืองที่เราได้มานี้จะถูกนำมาแปรรูปให้เป็นเต้าหู้ ด้วยการเติมสารตกตะกอน (Coagulant) ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เป็นของเหลวสีขาวขุ่นกลายมาเป็นเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ซึ่งสารตกตะกอนที่นิยมนำมาใช้ในการทำเต้าหู้ คือ กรด (เช่น […]
ทำไมจึงต้องใช้เพชรมาตัดเพชร
“เพชรตัดเพชร” หมายความว่าอย่างไร ทำไมจึงต้องใช้เพชรมาตัดเพชร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า เพชรตัดเพชร หมายถึง คนที่มีสติปัญญาความสามารถทัดเทียมกันมาต่อสู้ประชันกันเพราะเหตุใด จึงนำแร่ธรรมชาติเช่นเพชรมาเปรียบเทียบกับคน… เพชร (Diamond) เป็นแร่ธรรมชาติที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นธาตุคาร์บอน คล้ายกันกับแร่แกรไฟต์ (Graphite) แต่แตกต่างกันที่โครงสร้างและสมบัติทางกายภาพรวมถึงสมบัติทางไฟฟ้า โดยปกติแล้วมักพบเพชรสีอ่อนหรือไร้สี แต่การที่พบเพชรหลากสีในบางครั้งเนื่องจากมีธาตุมลทินเข้าไปปะปน เพชรมีความโปร่งใสถึงโปร่งแสง บางครั้งอาจมีสีดำหรือทึบแสงได้เช่นกัน สมบัติเด่นของเพชร คือ ความแข็งระดับ 10 ซึ่งเป็นความแข็งสูงสุดตามโมห์สเกล ความแข็งระดับนี้สามารถขูดขีดแร่ตามธรรมชาติอื่น ๆ เป็นรอยได้ทั้งหมด เพชรมีความถ่วงจำเพาะ 3.51 มีรอยแตกแบบก้นหอยและมีแนวแตกเรียบ 4 แนวแบบสมบูรณ์ เพชรในสภาพผลึกตามธรรมชาติจะมีความวาวคล้ายน้ำมันฉาบ แต่หากได้รับการเจียระไนแล้วจะมีความวาวเจิดจ้าประกายเพชร สมบัติทางกายภาพเหล่านี้นับว่าเหมาะสมหากจะใช้ทำเครื่องประดับ และเพชรมีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีอีกด้วย ในประเทศไทยเพชรเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำเหมืองแร่ดีบุกที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา นอกจากมูลค่าและความงามของเพชร ที่ทำให้ได้รับความนิยมนำมาเครื่องประดับแล้ว ยังมีเพชรที่ถึงแม้ว่าเกรดไม่ถึงการนำมาเครื่องประดับ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีสมบัติของเพชรทุกประการและยังนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่นได้มากมาย เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันการสึกกร่อน แต่ประโยชน์จากเพชรที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เช่น การใช้ทำผงขัดในการเจียระไนเพชรพลอย ใช้ทำที่ตัดกระจก หรือใช้ทำหัวขุดเจาะ เป็นต้น ด้วยความงามและคุณสมบัติความแข็งของเพชรที่มีเหนือแร่ธรรมชาติชนิดอื่น จึงมักนำคนมีสติปัญญาหลักแหลมเปรียบเทียบกับเพชรซึ่งมีมูลค่าสูงและมีสมบัติด้านความแข็งสูง สามารถขูดขีดแร่ธรรมชาติชนิดอื่นได้ทั้งหมด […]
ทุกชีวิตมีการเคลื่อนไหว (The movement of living things)
โลกของเรามีสิ่งต่าง ๆ มากมาย เราแยกออกเป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสิ่งมีชีวิต คือ สามารถเคลื่อนที่ได้ การเคลื่อนที่ หมายถึง การเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การขยับขาก้าวเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อาจเคลื่อนไหวโดยการวิ่ง คลาน หรือกระโดด สิ่งมีชีวิตล้วนมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อการดำรงชีวิต เช่น การค้นหาแหล่งอาหาร การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย การหลบหลีกศัตรู การค้นหาแหล่งสืบพันธุ์ การเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ เกิดจากการทำงานอย่างสัมพันธ์กันของระบบข้อต่อ กล้ามเนื้อ และระบบประสาทในร่างกาย รูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน มีผลทำให้มีรูปแบบการเคลื่อนที่มีความแตกต่างกันไปด้วย การเคลื่อนที่โดยใช้ขาในการเดิน วิ่ง กระโดด เช่น มนุษย์ แมว สุนัข ม้า เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ปีกในการบิน เช่น นก ค้างคาว และแมลงต่าง ๆ การเคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อในการเลื้อยหรือคลาน เช่น ไส้เดือน งู หอยทาก เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ครีบและหางในการว่ายน้ำ เช่น พวกปลาต่าง ๆ การเคลื่อนไหวของพืช เกิดจากการเจริญเติบโต […]
