ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมต้องใช้หินแกรนิต
เคยสังเกตแผ่นหินขนาดใหญ่ที่นำมาสลักเป็นป้ายชื่อประดับหน้าอาคาร แผ่นหินปูพื้น/ ผนัง หรือปูโต๊ะในห้องครัว หรือแม้กระทั่งหินแกะสลักเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่มักพบประดับตามสวนสาธารณะ ทราบหรือไม่ว่านั่นคือ หินแกรนิต หินแกรนิต (granite) คือ หินอัคนีชนิดหนึ่ง เกิดจากแมกมาเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ จึงทำให้แร่ที่เป็นส่วนประกอบในแมกมา มีเวลาจับตัวกันเป็นผลึกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หินแกรนิต ประกอบด้วยแร่หลัก 3 ชนิด นั่นคือแร่ควอตซ์ (quartz) แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) และแร่สีเข้มที่มีประกอบเป็นส่วนน้อย เช่น แร่ฮอร์นเบลนด์ (hornblend) แร่ไพรอกซีน (pyroxene) เป็นต้น หินแกรนิตในธรรมชาติมักมีสีอ่อน ส่วนจะมีสีใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและแร่ธาตุที่เข้าไปปะปนอยู่ในหิน เช่น แร่ควอตซ์ทำให้หินแกรนิตเป็นสีขาวหรือเทา แร่เฟลด์สปาร์ทำให้หินมีสีแดงหรือสีชมพู ส่วนแร่สีเข้มทำให้หินแกรนิตมีสีเข้มของสีเขียว สีน้ำตาลหรือสีดำ ของแร่แต่ละชนิดปะปน ทำให้เกิดลวดลายตามธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การนำแกรนิตไปใช้ประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติของแร่ประกอบหินแกรนิตแต่ละชนิด มีความทนทานต่อการผุกร่อนตามธรรมชาติหรือการขูดขีด เนื่องจาก แร่ควอตซ์ (quartz) มีความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) มีความแข็งระดับ 6 ตามโมห์สเกล […]
หน่วยฐาน (base unit)
หน่วยฐาน (base unit) เป็นปริมาณหลักของระบบเอสไอ (International System of Units หรือ SI units) และยังเป็นหน่วยการวัดพื้นฐานของหน่วยวัดอื่น ๆ ทั้งหมดทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหมด 7 ปริมาณ ได้แก่ มวล ความยาว เวลา กระแสไฟฟ้า อุณหภูมิอุณหพลวัต ความเข้มของการส่องสว่าง และปริมาณสาร โดยมีสัญลักษณ์ปริมาณ หน่วยฐาน และตัวย่อหน่วยฐาน ดังภาพ ในสมัยก่อนหน่วยที่ใช้สำหรับวัดปริมาณต่าง ๆ มีหลายระบบ เช่น ระบบอิมพีเรียล ระบบเมตริก หรือ ระบบของไทย เป็นต้น ทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ต่อมาในปีพ.ศ. 2503 จึงมีการจัดทำหน่วยวัดรูปแบบใหม่ของระบบเมตริกขึ้นในที่ประชุม CGPM (General Conference on Weights and Measures) ซึ่งหน่วยวัดรูปแบบใหม่นี้มีชื่อว่า ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศหรือระบบเอสไอ (International System of Units […]
ชีวิตสัตว์ยามราตรีกาล Night life animals
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดมิดเข้าปกคลุม ชีวิตสัตว์กลางคืนจึงเริ่มต้นขึ้น พวกมันสามารถมองเห็นในที่มืดได้อย่างชัดเจน จึงล่าเหยื่อในความมืดได้ เช่น นกฮูก นอกจากนั้น สัตว์กลางคืนยังสามารถได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเหยื่อได้เป็นอย่างดี แม้เป็นการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เช่น ค้างคาว มันจะปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงออกมา เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับวัตถุ จะสะท้อนกลับมายังหูของค้างคาว ทำให้มันรู้ตำแหน่งของเหยื่อจึงล่าเหยื่อได้โดยง่าย ในยามค่ำคืน ดวงจันทร์และดาวยังเป็นเสมือนเข็มทิศในการนำทางให้แก่สัตว์ต่าง ๆ เช่น ลูกเต่าทะเลที่ฟักออกจากไข่ในเวลากลางคืน จะใช้ดวงจันทร์และดาวเป็นตัวบอกทิศทางไปยังมหาสมุทร สัตว์กลางคืนไม่ต้องการแสงอาทิตย์ในวัฏจักรชีวิต พวกมันจะนอนหลับไหลในเวลากลางวัน และออกหากินในเวลากลางคืน นี่คือพฤติกรรมการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอด และการดำรงอยู่ของเผ่าพันธ์ุ ความลับของธรรมชาติยังมีเรื่องราวให้เราค้นหาคำตอบอีกมากมาย มาสนุกกับการไขความลับของธรรมชาติรอบตัวเราได้ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) FacebookFacebookXTwitterLINELine
อาหารที่ช่วยลดความวิตกกังวล
ความวิตกกังวลเป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพจิต ซึ่งมีผลกระทบต่อประชากรประมาณร้อยละ 7.6 ของโลก ความวิตกกังวลเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้ในมนุษย์เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดที่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์เพราะช่วยให้เราตื่นตัวและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามโรควิตกกังวลมีความแตกต่างจากความรู้สึกวิตกกังวลทั่ว ๆ ไป ซึ่งคนที่เป็นโรควิตกกังวลจะรู้สึกวิตกกังวลและกลัวบางอย่างเกินเหตุจนมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อลดอาการที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราจึงขอนำเสนอรายการอาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองและช่วยบรรเทาความวิตกกังวล 1. ชาเขียว ชาเขียวมีแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน (Amino Acid) ได้รับการศึกษาถึงผลในเชิงบวกที่อาจมีต่อสุขภาพสมองและการลดความวิตกกังวล ในการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอล-ธีอะนีน มีระดับความเครียดลดลงและระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่เชื่อมโยงกับความวิตกกังวล นอกจากนี้ชาเขียวยังประกอบด้วยอีพีกัลโลคาเทชินกัลเลต (Epigallocatechin gallate ; EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แนะนำเพื่อส่งเสริมสุขภาพสมองอาจมีบทบาทในการลดอาการบางอย่างโดยการเพิ่มกาบ้า (GammaAminobutyric Acid ; GABA) ในสมองซึ่งเป็นกลุ่มโปรตีนที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทนั่นเอง 2. ดอกคาโมมายล์ เป็นสมุนไพรที่อาจช่วยลดความวิตกกังวล มีทั้งคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล แม้ว่ากลไกอาจไม่ชัดเจนนักแต่เชื่อกันว่าดอกคาโมมายล์ช่วยควบคุมสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดปามีน (Dopamine) และกาบ้า (GABA) จากการศึกษาแบบสุ่มตัวอย่างจากคนที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปจำนวน 179 คน พบว่ามีอาการลดลง หลังจากดื่มสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (1,500 มิลลิกรัมต่อวัน) เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้กิน […]
