ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Wolffia พืชที่เล็กที่สุดในโลก กับอาหารทางเลือกใหม่สำหรับอนาคต
วูล์ฟเฟีย (Wolffia globosa) ที่คนไทยเรียกว่า ผำ หรือ ไข่ผำ คือพืชน้ำชนิดที่ลอยน้ำ และเป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.2 มม. มีลักษณะใบกลม ไม่มีราก บางชนิดอาจมีรากแต่จะไม่มีขนราก จัดอยู่ในวงศ์บอน (Araceae family) วงศ์ย่อยแหน (Lemnoideae subfamily) ตามระบบการจัดวงศ์แบบ Angiosperm Phylogeny Group (APG) หรือ จัดอยู่ในวงศ์แหน (Lemnaceae family) ตามการจัดวงศ์พืชระบบเดิม โดยทั่วไปผำมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่สะอาด ตั้งแต่โบราณคนไทยจึงนิยมนำมาประกอบเป็นอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรสชาติของผำนั้นมีรสจืด และไม่ได้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แต่อย่างใด ทำให้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนนิยมเอามาเสริมแต่งอาหาร เพราะจะไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติเดิม และยังได้รสสัมผัสของผำเพิ่มเติมอีกด้วย ยกตัวอย่างเมนูอาหาร เช่น แกงไข่ผำ ไข่ผำผัดไข่ ไข่เจียวไข่ผำ ยำไข่ผำ และอื่น ๆ อีกหลากหลายเมนู นอกจากนี้ผำยังมีโภชนาการอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน รวมไปถึงกรดอะมิโนอีกหลากหลายชนิด เช่น […]
ไข่ไก่ ความรู้คู่ความอร่อย
ไข่ เมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน สามารถหาซื้อและทานได้ง่าย ปัจจุบันไข่ที่พบเห็นได้ทั่วไปและนิยมรับประทานกันมาก คือ ไข่ไก่ ซึ่งเป็นอาหารที่มีโภชนาการสูง สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยไข่ไก่ 1 ฟองมีน้ำหนักประมาณ 40-60 กรัม ไข่ไก่ที่เราเห็นนั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ? 1. เปลือกไข่ (shell) เป็นส่วนที่อยู่นอกสุด มีลักษณะแข็งเนื่องจากประกอบไปด้วยคอลลาเจนที่สานกันเป็นตาข่ายและมีแคลเซียมคาร์บอเนต เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นรูเล็ก ๆ ให้อากาศและความชื้นสามารถผ่านเข้าไปได้ เพื่อใช้ในกระบวนการฟักเป็นตัว เปลือกไข่สามารถพบได้หลายสี เช่น น้ำตาลหรือขาวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของแม่ไก่ สีของไข่ไม่มีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด 2. เยื่อหุ้มไข่ ป้องกันจุลินทรีย์เข้าไปภายในฟองไข่ ประกอบด้วย 2 ชั้น คือ ส่วนที่ติดกับเปลือกไข่ เรียกว่าเยื่อชั้นนอก (shell membrane) และส่วนที่ติดกับไข่ขาว เรียกว่าเยื่อชั้นใน (egg membrane) จะอยู่ชิดติดกันตลอด แต่จะแยกจากกันตรงส่วนป้านของไข่ 3. โพรงอากาศ (air cell) เป็นช่องว่างที่อยู่บริเวณด้านป้านของไข่ โดยจะอยู่ระหว่างเยื่อหุ้มไข่ชั้นนอกและเยื่อหุ้มไข่ชั้นใน 4. ไข่ขาว […]
Dr.Stone กับเรื่องวิทยาศาสตร์พลังงานไฟฟ้าในยุคหิน
ปัจจุบัน สื่อบันเทิงอย่างอนิเมะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น Dr. Stone เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ปราศจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ สร้างไฟฟ้าด้วยแม่เหล็ก ในเรื่อง Dr. Stone ตัวเอก “อิชิงามิ เซ็นคู” ได้ทดลองสร้างพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ homopolar ซึ่งเป็นไอเดียของไมเคิล ฟาราเดย์ หลักการง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีแผ่นโลหะหมุนอยู่ในสนามแม่เหล็ก จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปแรงดันไฟฟ้าที่ได้จะค่อนข้างต่ำ แม้ว่ากำลังไฟที่ได้จะยังไม่มากพอสำหรับอุปกรณ์ใหญ่ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เปลี่ยนพลังงานฟ้าผ่าให้เป็นแม่เหล็ก ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีพลังงานมหาศาล ที่สามารถเปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นแม่เหล็กได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Lightning-induced Remanent Magnetism (LIRM) หรือ แม่เหล็กตกค้างจากฟ้าผ่า ซึ่งมักเกิดกับหินที่มีแร่แม่เหล็ก เช่น แมกนีไทต์ เนื่องจากฟ้าผ่ามีพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเข้มรอบ ๆ วัตถุที่ฟ้าผ่าถึง และเกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้า แต่แม่เหล็กที่เกิดขึ้นมักไม่ถาวร และอาจอ่อนกำลังลงเมื่อเวลาผ่านไป การทำหลอดไฟแบบเอดิสัน แสงสว่างเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตในยามค่ำคืนได้สะดวกขึ้น ซึ่งโทมัส อัลวา เอดิสัน […]
หุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวางด้วย Ultrasonic Sensor
เซนเซอร์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันมีหลากหลายสามารถเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายของมนุษย์นั่นเอง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเซนเซอร์ที่สามารถทำงานโดยหลบสิ่งกีดขวางได้นั่นก็คือ Ultrasonic Sensor หุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวางด้วย Ultrasonic Sensor สามารถทำงานได้โดยผ่านอุปกรณ์เซนเซอร์ที่มีชื่อว่า Ultrasonic Module HC-SR04 (เป็นชื่อเรียกของ เซนเซอร์ Ultrasonic) ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์วัดระยะทาง มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ สามารถวัดระยะทางได้ตั้งแต่ 2 เซนติเมตร ไปจนถึง 400 เซนติเมตร โดยใช้ภาษาซีควบคุมการทำงานของบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ที่มีชื่อว่า อาดุยโน่ (Arduino) สั่งการให้เซนเซอร์ตรวจจับการทำงานว่าจะวัดระยะของวัตถุที่เท่าไร (ในกรณีนี้กำหนดให้ภาษาซีสั่งการให้เซนเซอร์ตรวจวัดระยะทางที่ 30 เซนติเมตร) จากนั้น กำหนดให้อาดุยโน่สั่งการทำงานประสานกันระหว่างไอซีกับ เซนเซอร์ทำให้มอเตอร์ทำงานเคลื่อนที่ตามความเร็วที่ต้องการ พร้อมทั้งหลบสิ่งกีดขวางได้พร้อม ๆ กัน ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน Ultrasonic Sensor เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติหรือใช้เป็นเซนเซอร์ที่สามารถวัดระยะทางการจอดรถในมุมที่เรามองไม่เห็นด้านหลังของรถได้ เป็นต้น อ้างอิง Ultrasonic Ranging Module HC – SR04 โปรเจคหุ่นยนต์หลบสิ่งกีดขวาง Arduino Nano FacebookFacebookXTwitterLINELine

