ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
อาหารปลอดภัย จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (From farm to table)
กว่าอาหารจะเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารที่พร้อมเสริฟให้กับผู้บริโภคได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย ทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์และสารเคมี โดยถ้าไม่มีการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันที่ดี อาหารก็สามารถก่อให้เกิดโรคกับผู้บริโภคได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐาน และปลอดภัยจากมือผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค แต่ละขั้นตอนจึงต้องมีการตรวจสอบ และป้องกันการปนเปื้อนของอาหาร โดยใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารได้ ฟาร์มคือจุดเริ่มต้นของอาหาร ผู้ผลิตจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ และการปนเปื้อนของอาหารให้น้อยที่สุด เช่น ใช้การทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีวิธีการทางธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ทำการเกษตรต้องไม่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารไม่สะอาด เป็นต้น วัตถุดิบจากฟาร์มเหล่านี้จะถูกส่งต่อมาถึงโรงงานที่ต้องนำวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการแปรรูป เพื่อยืดเวลาเก็บรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในรูปแบบต่างๆ เช่น การแปรรูปนม ต้องนำมาฆ่าเชื้อ (พาสเจอไรซ์) เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น หรือการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมในรูปแบบต่างๆ เช่น ชีส เป็นต้น โดยกระบวนการแปรรูปนี้ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมให้ได้มาตรฐานและมีความสะอาด ตั้งแต่สถานที่ผลิต เครื่องมือและอุณหภูมิที่ใช้ในแปรรูป เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในระหว่างการแปรรูปอาหารได้ อาหารที่แปรรูปแล้วจะถูกขนส่งออกจากโรงงาน เพื่อส่งให้กับผู้บริโภค โดยขั้นตอนการขนส่งนี้ ถ้าควบคุมความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น รถขนส่งที่ไม่สะอาดและไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อจุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคได้ เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ส่งถึงมือผู้บริโภคแล้ว การปนเปื้อนก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จากความสะอาดในขั้นตอนการปรุงอาหารของผู้บริโภคนั่นเอง โดยทางองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดข้อปฏิบัติตามหลัก […]
น้ำผึ้ง สารความหวานจากธรรมชาติ
น้ำผึ้ง สารให้ความหวานจากธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากที่สุดชนิดหนึ่ง เป็นผลิตผลจากผึ้งที่เก็บน้ำหวานจากดอกไม้ โดยผึ้งจะกลืนน้ำหวานลงในกระเพาะน้ำหวาน ซึ่งมีเอนไซม์ช่วยย่อยทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและกายภาพ แล้วนำมาเก็บสะสมไว้ในหลอดรวงผึ้ง จากนั้นจะเกิดการบ่มของน้ำผึ้ง โดยการระเหยของน้ำจนได้น้ำผึ้งที่เข้มข้นตามระดับที่เหมาะสมกับการเก็บรักษา ผึ้งงานจึงจะปิดหลอดรวงผึ้ง เก็บน้ำผึ้งไว้ใช้เป็นพลังงานและใช้ในยามขาดแคลนอาหารต่อไป ภายในน้ำผึ้งมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ น้ำผึ้งเป็นสารความหวานที่มีกลิ่น สี รสชาติที่แตกต่างกัน และได้รับความนิยมทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลาย ๆ พื้นที่ทั่วโลกเป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยประเภทของน้ำผึ้งแบ่งหลัก ๆ คือ นอกจากน้ำผึ้งที่ผลิตจากต่างประเทศแล้ว ปัจจุบันในประเทศไทยมีการผลิตน้ำผึ้งจากดอกไม้หลากหลายชนิดในหลายพื้นที่และที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็น รสชาติความหวานที่เข้มข้นของน้ำผึ้งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามแหล่งผลิต และตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน ในช่วงที่ดอกไม้ผลิดอกออกผลช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน ผึ้งสามารถเก็บดอกไม้ได้หลากหลายสายพันธุ์ อากาศที่แห้งและร้อนช่วยให้มีความชื้นน้อยมาก ทำให้น้ำผึ้งที่ได้ในช่วงเดือนนี้ คือ น้ำผึ้งเดือน 5 มีความเข้มข้นสูง หอมเป็นพิเศษกว่าช่วงเดือนอื่น ๆ และสามารถเก็บไว้ได้นาน โดยทั่วไปน้ำผึ้งมีสรรพคุณทางโภชนาการและยา น้ำผึ้งที่ดีจะมีความข้นและหนืดพอสมควร มีสีตามธรรมชาติ ตั้งแต่สีน้ำตาล สีเหลืองอ่อน ใส มีกลิ่นหอมจากแหล่งดอกไม้ที่ได้มา ไม่มีกาก ไขผึ้ง ตัวผึ้งหรือสารแขวนลอยอื่น ๆ […]
ปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage)
มีใครเคยเห็นแอ่งน้ำบนถนนตอนกลางวันบ้างไหม? แอ่งน้ำนี้มักปรากฏในเวลากลางวัน และเมื่อเราเข้าใกล้จนถึงระยะหนึ่งกลับพบว่าแอ่งน้ำที่เรามองเห็นนั้นหายไป ซึ่งแอ่งน้ำที่เห็นนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage) มิราจ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อน ตามท้องถนนหรือในเขตทะเลทราย เมื่ออากาศที่อยู่ติดพื้นถนนมีอุณหภูมิสูงมาก และอากาศที่อยู่เหนือถนนขึ้นไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้ความหนาแน่นของอากาศแตกต่างกัน แสงจึงเดินทางผ่านด้วยความเร็วที่เปลี่ยนไป เพราะตัวกลางทั้ง 2 ชนิดมีความหนาแน่นแตกต่างกัน เกิดการหักเหของแสงขึ้น และเมื่อมุมตกกระทบของแสงดังกล่าวกว้างกว่ามุมวิกฤต ก็จะเกิดการสะท้อนกลับหมด แล้วเมื่อเรามองไปที่ถนน จึงเห็นคล้ายกับน้ำนองหรือกระจกอยู่บนพื้นแต่แท้จริงแล้วพื้นที่ตรงนั้น ไม่ได้มีแอ่งน้ำอยู่นั่นเอง อ้างอิง เพราะอะไรถึงเห็นแอ่งน้ำบนถนน ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการหักเหของแสง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำความรู้จักกับหินอ่อน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยวัยละอ่อน ผู้เขียนเคยได้ฟังเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเธอทำด้วยอะไร” เนื้อเพลงได้เปรียบเทียบถึงความแข็งแรงของหินกับความบอบบางของกล้ามเนื้อหัวใจ ครั้นเติบโตขึ้นมาจึงได้เรียนรู้ว่าในบรรดาหินหลากหลายชนิด มีหินบางชนิดที่ชื่อแสดงถึงความนุ่มนวล นั่นคือ หินอ่อน มารู้จักหินอ่อนกันสักนิดว่าอ่อนจริงเหมือนชื่อหรือไม่ หินอ่อน (marble) คือหินที่แปรสภาพมาจากกลุ่มหินตะกอนชนิดหินปูน (limestone) เกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลไซต์ (calcite) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) นั่นเอง ด้วยสมบัติของแร่ชนิดนี้ที่มีความแข็งตามโมห์สเกลในระดับ 3 สามารถขูดเข้าได้โดยเล็บ และทำปฏิกิริยาเกิดเป็นฟองฟู่เห็นเด่นชัดเมื่อโดนกรดเจือจาง ด้วยความแข็งแรงเพียงระดับนี้ของหินอ่อน การรับแรงกระแทกจากหยดน้ำฝนบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้หินอ่อนเกิดความเสียหายได้ ซ้ำร้ายบางครั้งเจอหยดน้ำฝนรวมเข้ากับมลพิษในอากาศมีฤทธิ์เป็นกรด จะสามารถกัดผิวทำลายหินอ่อนให้เสียหายได้มากกว่าเดิมอีก ส่วนที่มาของชื่อเรียกนั้น เป็นเพราะว่าคุณสมบัติความแข็งที่มีมากไม่เท่าหินชนิดอื่น ๆ และเราสามารถใช้เครื่องมือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น หินชนิดนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า หินอ่อน นั่นเอง อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว รู้จักหินอ่อนมากขึ้นหรือยัง อ้างอิง แร่:กรมทรัพยากรธรณี FacebookFacebookXTwitterLINELine
