ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิกฤตการณ์ใต้ทะเล..ปะการังฟอกขาว
หากใครเคยไปดำน้ำหรือไปเที่ยวทะเลจะสังเกตเห็นว่าปะการังใต้ท้องทะเลนั้นมีสีสันสดใสสวยงาม แต่ปัจจุบันวิกฤตการณ์ใต้ทะเลที่เป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ (climate change) อันเนื่องมาจากน้ำมือของมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างหนักโดยเฉพาะกับปะการังที่พบการเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวขึ้นเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่ใช้ประโยชน์จากแนวปะการังให้ขาดที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งอนุบาลลูกปลา และที่หลบภัย ทำให้ถูกล่าได้ง่ายขึ้นเป็นผลให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลดลงเป็นอย่างมาก ปะการังฟอกขาว (coral bleaching) เป็นปรากฏการณ์ที่เนื้อเยื่อปะการังมีสีซีดหรือจางลงจากการสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) เกิดจากสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสาหร่าย เช่นอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกินไป มีน้ำจืดไหลลงมาทำให้ความเค็มลดลง ตะกอนที่ถูกน้ำจืดไหลพัดพามาจากชายฝั่ง หรือแม้แต่มลพิษที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางทะเลของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสีย การใช้ครีมกันแดด การทิ้งขยะตามแนวชายหาดก็ล้วนมีผลให้สาหร่ายซูแซนเทลลีออกมาจากเนื้อเยื่อของปะการังเพื่อความอยู่รอด โดยปกติเนื้อเยื่อของปะการังไม่ได้มีสีสันสวยงาม เป็นเพียงเนื้อเยื่อใส ๆ เท่านั้น ส่วนที่เห็นเป็นสีสันจากปะการังไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม สีเขียว หรือสีน้ำตาลนั้นมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลีทั้งสิ้น โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง ให้ธาตุอาหารแก่ปะการังใช้ในการดำรงชีวิตและช่วยในการเจริญเติบโต ปะการังจะเป็นที่อยู่อาศัยและให้สาหร่ายนำของเสียจากปะการัง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไนเตรท ฟอสเฟตมาใช้ในการสร้างสารอาหาร วงจรชีวิตของปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี เป็นภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (mutualism) หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ปะการังที่เกิดการฟอกขาวสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ หากสาหร่ายซูแซนเทลลีเหล่านั้นกลับเข้าสู่ตัวปะการังอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปกลับคืนสู่ภาวะปกติ ปะการังจะสามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากสาหร่ายซูแซนเทลลีได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากมีเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและระยะเวลายาวอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การฟื้นตัวของปะการังโดยธรรมชาติมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำ หรือไม่มีเลย และถ้าสาหร่ายซูแซนเทลลีไม่กลับเข้าสู่ปะการังในช่วงเวลาดังกล่าวปะการังเหล่านั้นก็จะตายในที่สุด เมื่อเราทราบถึงความสำคัญของปะการังและสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง โดยส่วนสำคัญในการทำลายแนวปะการังนั้นก็มาจากน้ำมือของมนุษย์เองไม่ว่าจะเป็นการสร้างมลภาวะต่าง […]
SNAIL OF THE DEAD
เปิดชื่อหัวเรื่องมาแบบนี้ บางคนอาจจะนึกถึงภาพยนตร์แนวซอมบี้ขึ้นมาทันที เพราะมีอยู่หลายเรื่องที่ชอบตั้งชื่อแล้วเติมด้วยประโยคว่า of the dead snail of the dead หรือหอยทากแห่งความตายที่จะกล่าวถึงก็เช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องราวของหอยทากที่กลายเป็นซอมบี้!! เราคงไม่ทราบหรอกว่าซอมบี้ (zombie) มันมีจริงหรือไม่ แต่ในโลกใบนี้มันก็มีสภาวะใกล้เคียงการเป็นซอมบี้แบบในภาพยนตร์อยู่ด้วย หอยทากซอบบี้ (snail zombie) เป็นสภาวะที่หอยทากในตระกูลซัคซิเนีย (Succinea) ถูกปรสิตที่ชื่อว่า “ลิวโคคลอริเดียม พาราดอกซัม” (Leucochloridium paradoxum) หรือ “หนอนบรูดแซคแถบเขียว” (the green-banded broodsac) เข้าไปครอบครองร่าง และบงการให้หอยทากผู้โชคร้ายตัวนั้นคืบคลานไปสู่ความตาย หนอนบรูดแซคแถบเขียว เป็นหนอนตัวแบนที่อาศัยอยู่ภายในทางเดินอาหารของนก และจะวางไข่ปะปนกับมูลของนกที่ถ่ายออกมา และเมื่อหอยทากไปกินมูลของนก ไข่ของหนอนบรูดแซคแถบเขียวจะแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของทอยหากไปด้วย เมื่อไข่ของหนอนปรสิตเดินทางสู่ระบบย่อยอาหารของหอยทาก ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน อาศัยกินอยู่ภายในร่างของหอยทากอับโชคตัวนี้ และตัวอ่อนเหล่านั้นจะเดินทางสู่กระบอกตาของหอยทาก เพิ่มสีสันอันสวยงาม (รึเปล่า?) ให้ก้านตา และเมื่อตัวอ่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นจะเห็นเป็นหนอนผู้สิงร่างเต็มกระบอกตาของหอยทาก ปกติแล้วหอยทากจะหากินในที่อับชื้นและมืด แต่เมื่อถูกหนอนสิงร่างอยู่ทำให้ดวงตาของมันสูญเสียความสามารถในการรับแสงไป หอยทากจึงคืบคลานเข้าหาแสงได้ บางครั้งไปอยู่บริเวณยอดของต้นไม้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ก้านตาที่กลายสภาพเป็นหนอนเต้นกระดุกกระดิกไปมา ทำให้หอยทากถูกสังเกตเห็นได้ง่าย และสุดท้ายก็ถูกนกโฉบไปกิน เป็นอันจบชีวิตหอยทากซอมบี้ที่น่าสงสาร […]
เมื่อได้ยินเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ”
“วี้ หว่อ วี้ หว่อ” เมื่อได้ยินเสียงนี้มาแต่ไกลแม้จะยังไม่เห็นตัวรถ เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรืออาจจะมีผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนอยู่บนรถ หรือตำรวจกำลังไล่ล่าจับผู้ร้าย เป็นต้น โดยเสียง “วี้ หว่อ วี้ หว่อ” คือเสียงไซเรนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเสียงที่เราได้ยิน ของการได้ยินเสียงนี้ เราจะรู้สึกว่าเสียงมีความทุ้มหรือสูงผิดปกติไปจากเสียงจริง เช่น หากวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาผู้ฟัง ลักษณะของเสียงจะสูงขึ้นเนื่องจากความถี่สูงขึ้น (ความยาวคลื่นน้อยลง) แต่หากแหล่งกำเนิดเสียงค่อย ๆ ออกห่างจากผู้ฟังเสียงจะทุ้มมากขึ้น เนื่องจากมีความถี่ต่ำลง (ความยาวคลื่นมากขึ้น) จนเงียบไป ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ (Doppler Effect) ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงที่มีความถี่ไม่เท่ากับความถี่เสียงที่แหล่งกำเนิดเสียงให้ออกมานั่นเอง แหล่งข้อมูล ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ Doppler Effect ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
คันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow)
ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เรามักพบเห็นสีรุ้งอยู่ในสื่อต่าง ๆ รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามน่าอัศจรรย์ และความอัศจรรย์จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้ว่า เราสามารถมองเห็นรุ้งได้ในเวลากลางคืนได้เช่นกัน รุ้งที่เห็นได้ในเวลากลางคืน เราเรียกว่า รุ้งแสงจันทร์หรือรุ้งจันทรา (Moonbow) รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เกิดขึ้นเมื่อในอากาศมีละอองน้ำจำนวนมาก แสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านละอองน้ำนั้น เกิดการกระจายออกเป็นแสงสีและเกิดการสะท้อนกลับหมด ทำให้เรามองเห็นเป็นแถบสีต่าง ๆ 7 สี คือ สีม่วง สีคราม สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแสด และสีแดง ตามลำดับ โดยสีม่วงอยู่ด้านล่างสุด และสีแดงจะอยู่ด้านบนสุด รุ้งกินน้ำมักเกิดหลังจากฝนตกใหม่ ๆ และเกิดในทิศตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ รุ้งแสงจันทร์, รุ้งจันทรา หรือคันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow) เป็นรุ้งที่เกิดในเวลากลางคืน เกิดจากแสงอาทิตย์ที่กระทบดวงจันทร์แล้วส่องมาบนโลก (ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นแสงจันทร์) โดยแสงจันทร์ต้องมีความสว่างมากเพียงพอ ท้องฟ้ามืดสนิท ดวงจันทร์จะต้องทำมุมน้อยกว่า 42 องศาเหนือพื้นราบ และละอองน้ำจากฝนหรือน้ำตกต้องอยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์ เพื่อให้แสงจันทร์สาดส่องได้ทั่วถึง ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยสำคัญมากต่อการเกิดรุ้งแสงจันทร์ เราจึงพบเห็นได้ยาก […]
