ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
โลกของแมว มองเห็นเป็นสีอะไรกันนะ?
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งในด้านพฤติกรรมและลักษณะทางกายภาพ หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนานก็คือ ความสามารถในการมองเห็นของแมว โดยเฉพาะการรับรู้สี หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า แมวสามารถมองเห็นสีต่าง ๆ ได้เหมือนกับมนุษย์หรือไม่ หรือโลกของแมวนั้นเป็นเพียงภาพขาวดำเท่านั้น คำถามเหล่านี้นำไปสู่การศึกษาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบการมองเห็นของแมว ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างจากมนุษย์ในหลายประการ และเผยให้เห็นว่าโลกในมุมมองของแมวนั้นไม่ได้ไร้สีสันอย่างที่เคยเข้าใจกัน การมองเห็นของแมวขึ้นอยู่กับการทำงานของเซลล์รับแสงภายในดวงตา ซึ่งประกอบด้วยเซลล์หลัก 2 ประเภท ได้แก่ เซลล์แท่ง (rod cells) และเซลล์กรวย (cone cells) เซลล์แท่งมีบทบาทในการรับรู้ความสว่างและการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย ในขณะที่เซลล์กรวยทำหน้าที่รับรู้และแยกแยะสี แมวมีเซลล์กรวยอยู่ 3 ประเภท เช่นเดียวกับมนุษย์ ทำให้สามารถแยกแยะสีได้หลายเฉด ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ความไวต่อแสงของเซลล์กรวยในแมวนั้นแตกต่างจากของมนุษย์อย่างมาก ส่งผลให้การรับรู้สีของแมวมีข้อจำกัด โดยแมวสามารถแยกแยะเฉดสีฟ้าและสีเขียวได้ดี แต่มีความยากลำบากในการแยกแยะสีแดงและสีชมพู ซึ่งมักปรากฏเป็นสีเทาหรือสีที่มีความจางในสายตาของพวกมัน ส่วนสีม่วงอาจถูกรับรู้เป็นสีน้ำเงิน การมองเห็นสีของแมวจึงคล้ายคลึงกับผู้ที่มีภาวะตาบอดสีบางประเภท โครงสร้างของเรตินาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การมองเห็นของแมวแตกต่างจากมนุษย์อย่างชัดเจน เรตินาเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณด้านหลังของดวงตา มีหน้าที่ในการแปลงแสงที่เข้าสู่ดวงตาให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนจะส่งต่อไปยังสมองเพื่อประมวลผลเป็นภาพที่มองเห็น ในมนุษย์เรตินาจะประกอบด้วยเซลล์กรวยเป็นปริมาณมาก จึงส่งผลให้มีความสามารถในการรับรู้สีที่หลากหลาย แต่ในแมว กลับมีเซลล์แท่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า จึงทำให้แมวสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและมีความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ดีกว่ามนุษย์ แม้ว่าการมองเห็นสีของแมวจะมีขีดจำกัด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของสัตว์นักล่า […]
คันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow)
ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เรามักพบเห็นสีรุ้งอยู่ในสื่อต่าง ๆ รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามน่าอัศจรรย์ และความอัศจรรย์จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้ว่า เราสามารถมองเห็นรุ้งได้ในเวลากลางคืนได้เช่นกัน รุ้งที่เห็นได้ในเวลากลางคืน เราเรียกว่า รุ้งแสงจันทร์หรือรุ้งจันทรา (Moonbow) รุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ (Rainbow) เกิดขึ้นเมื่อในอากาศมีละอองน้ำจำนวนมาก แสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านละอองน้ำนั้น เกิดการกระจายออกเป็นแสงสีและเกิดการสะท้อนกลับหมด ทำให้เรามองเห็นเป็นแถบสีต่าง ๆ 7 สี คือ สีม่วง สีคราม สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแสด และสีแดง ตามลำดับ โดยสีม่วงอยู่ด้านล่างสุด และสีแดงจะอยู่ด้านบนสุด รุ้งกินน้ำมักเกิดหลังจากฝนตกใหม่ ๆ และเกิดในทิศตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ รุ้งแสงจันทร์, รุ้งจันทรา หรือคันศรแห่งรัตติกาล (Moonbow) เป็นรุ้งที่เกิดในเวลากลางคืน เกิดจากแสงอาทิตย์ที่กระทบดวงจันทร์แล้วส่องมาบนโลก (ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นแสงจันทร์) โดยแสงจันทร์ต้องมีความสว่างมากเพียงพอ ท้องฟ้ามืดสนิท ดวงจันทร์จะต้องทำมุมน้อยกว่า 42 องศาเหนือพื้นราบ และละอองน้ำจากฝนหรือน้ำตกต้องอยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์ เพื่อให้แสงจันทร์สาดส่องได้ทั่วถึง ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยสำคัญมากต่อการเกิดรุ้งแสงจันทร์ เราจึงพบเห็นได้ยาก […]
นิทรรศการ กาล-อวกาศ (Space and Time)
นิทรรศการกาล-อวกาศ (Space and Time) เปิดให้บริการ ณ ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อาคาร 2) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2560 นิทรรศการกาล-อวกาศ (Space and Time) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความรู้และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับกาล-อวกาศ (Space and Time) อันจะส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่เข้าชมนิทรรศการ มีทัศนคติที่ดีต่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของเวลากับชีวิต สามารถดำเนินชีวิตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ภายในนิทรรศการแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วนประกอบด้วย กาล-อวกาศ (Space and Time) กำเนิดจักรวาล กำเนิดเวลา (Origin of the Universe and Time) การเดินทางของชีวิตและเวลา (Journey of Life and Time) บอกเวลา (Time and Telling the Time) […]
เดจาวู ปรากฏการณ์อันน่าพิศวง
คุณเคยมีประสบการณ์รู้สึกราวกับว่าเคยอยู่ในเหตุการณ์ สถานที่ หรือบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ถ้าเคยผู้คนมักเรียกอาการนี้ว่า “เดจาวู” โดยอาการเดจาวูคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ศึกษาได้จากข้อมูลต่อไปนี้ คำว่า “เดจาวู” (Déjà vu) มาจากภาษาฝรั่งเศส ปรากฏครั้งแรกในหนังสือ L’Avenir des science psychiques โดย เอมีล บัวรัค (Emile Boirac) นักปรจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส ซึ่ง “เดจาวู” คือ อาการที่รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเจอมาแล้ว เป็นประสบการณ์ทางจิต สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลาไม่ว่าหลับหรือตื่น ซึ่งปรากฏการณ์นี้มักถูกมองเป็นเรื่องปริศนาเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถหาข้อเท็จจริงมายืนยันได้ แต่นักวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เดจาวู โดยอ้างอิงจากทฤษฎี ดังนี้ 1. การเดินทาง โดยเดจาวูมักเกี่ยวข้องกับสถานที่ และผู้คนส่วนมากมักมีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาค่อนข้างรุนแรงทั้งที่ไปยังสถานที่นี้เป็นครั้งแรก ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสถานที่ที่เราไม่รู้จักมักจะกระตุ้น “ความขัดแย้ง” ในความรู้สึกนึกคิด ว่ามีบางอย่างที่เราคุ้นเคยกับความตะหนักว่าสิ่งที่พบเจอนั้นไม่ใช่ความทรงจำ 2. การเรียกคืนหน่วยความจำ จากงานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย Anne Cleary นักวิจัยเดจาวูและศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Colorado State University สนับสนุนทฤษฎีนี้ โดยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเดจาวูนั้นเกิดขึ้นได้ […]
