ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ซาวโดวจ์… ขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติ
ขนมปัง อาหารที่ทานได้ง่ายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน อย่างที่ทราบกันดีว่า ขนมปังมีหลากหลายชนิด หน้าตาแตกต่างกันออกไปตามกระบวนการผลิต โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตขนมปังจะใช้จุลินทรีย์ที่เรียกว่า ยีสต์ และที่นิยมใช้ คือ Saccharomyces cerevisiae ในการหมักย่อยน้ำตาลและช่วยให้ขนมปังขึ้นฟู มารู้จักยีสต์กันก่อน ยีสต์ เป็นราชนิดหนึ่งที่มีเซลล์เป็นเซลล์เดี่ยว มีรูปร่างกลม หรือ รูปไข่ ยีสต์ส่วนมากจะขยายพันธุ์โดยใช้การแตกหน่อ (budding) สามารถเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน เราสามารถพบยีสต์ในอาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำผึ้ง แยม หรือแม้แต่ในผลไม้ที่มีรสหวาน เมื่อขนมปังทำจากยีสต์ธรรมชาติ ซาวโดวจ์ (Sourdough) เป็นขนมปังที่เกิดจากการหมักของยีสต์จากธรรมชาติ โดยใช้ เกลือ แป้งสาลี และหัวเชื้อ (sourdough starter) การทำหัวเชื้อที่นิยมมี 2 แบบ คือ การเพาะเลี้ยงจากผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล องุ่น สับปะรด เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ขนมปังมีกลิ่นของผลไม้ชนิดนั้นจาง ๆ หรือจะเป็นวิธีการเพาะเลี้ยงยีสต์จากแป้งและน้ำ หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน การทำขนมปังซาวโดวจ์ที่ใช้หัวเชื้อยีสต์จากธรรมชาติทำให้พบยีสต์ในหัวเชื้อมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์และยังพบแบคทีเรียแลกติก (Lactic […]
ความรักที่น่ายกย่องของนกเงือก
นกเงือก (Hornbills) เป็นนกโบราณที่มีขนาดใหญ่ โดยรูปร่างของมันจะมีจะงอยปากใหญ่และโค้ง มีสีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำและขาว มีขนตายาวและโค้งงอน และเมื่อนกบินผ่านก็จะได้ยินเสียงดังตอนที่กระพือปีก เพราะนกเงือกไม่มีขนคลุมปีก ลมจึงผ่านช่องว่างระหว่างโคนขนปีกแล้วทำให้เกิดเสียงขึ้นมา นกเงือกเป็นนกที่กินผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะผลไม้สุก เช่น ไทร มะเมื่อย ตาเสือ และยางโอน นกเงือกนั้นถูกพูดถึงในแง่ของการเป็นต้นแบบของความรักที่น่ายกย่อง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ช่วยกันสร้างรังเพื่อเลี้ยงลูกในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกเงือกจะจับคู่เพื่อผสมพันธุ์เพียงแค่ตัวเดียว (monogamous) ในหนึ่งช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น พ่อและแม่นกเงือกจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดถึงครึ่งปีเพื่อช่วยดูแลลูกนกเงือกให้ออกมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมที่จะดูแลชีวิตของตัวเองได้ กว่าที่ตัวผู้จะมัดใจตัวเมียได้นั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการหารังที่เหมาะสม เนื่องจากปกตินกเงือกมักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่พอถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ก็จะแยกจากฝูงไปเป็นคู่ เพื่อทำรังเลี้ยงลูก นกเงือกจะทำรังในโพรงไม้ แต่ไม่สามารถสร้างโพรงรังขึ้นมาเองได้จึงต้องอาศัยโพรงที่เกิดจากสัตว์ตัวอื่นที่สร้างโพรงทิ้งไว้แล้วอย่างเช่น เกิดจากนกหัวขวานมาเจาะทำรัง เมื่อเวลาผ่านไปโพรงก็จะขยายขึ้นจากเชื้อรา และเกิดจากผึ้งมาทำรังทำให้หมีมาขุดหาน้ำหวานจนเกิดเป็นโพรง นกเงือกตัวเมียจะต้องอยู่ภายในรังประมาณ 3-4 เดือนเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูก ลักษณะของโพรงจะต้องไม่ใหญ่หรือแคบไปเพราะฉะนั้นการหารังที่ดี ๆ ของตัวผู้จึงเป็นการมัดใจให้ตัวเมียตัดสินใจพร้อมผสมพันธุ์โดยต้องใช้เวลาเกือบเดือน นอกจากนี้ตัวผู้ยังต้องดูแลเอาใจใส่โดยจะตามติดตัวเมียตลอดเวลา ตัวเมียบินไปไหนตัวผู้ก็จะบินตามไปด้วยพร้อมทั้งหาอาหารมาให้ตัวเมีย จนในที่สุดตัวเมียก็พร้อมที่จะรับคำขอของตัวผู้เมื่อตัวเมียตัดสินใจจะเข้าไปอยู่ในโพรง ก็เริ่มทำความสะอาดโพรงและตัวเมียจะปิดปากโพรงโดยใช้เศษดิน เศษไม้หรือมูลของมันมาฉาบรอบรูโพรงให้แคบลง ให้สามารถรับอาหารจากตัวผู้และถ่ายมูลได้อย่างเดียว หลังจากนี้พ่อและแม่นกเงือกจะรับหน้าที่ที่สำคัญในการเลี้ยงลูกนกเงือก โดยแม่นกจะอยู่ในรังกับลูกตลอด ไม่ใช่แค่เพียงที่กล่าวมาเท่านั้นเพราะพ่อนกยังจะคอยหาอาหารมาให้แม่นกและจะเริ่มหาอาหารมาป้อนบ่อยขึ้น หลังจากมีลูกนกฟักไข่ออกมา พ่อนกจะไม่ได้หาเฉพาะผลไม้แต่จะหาอาหารชนิดอื่นอย่างเช่น แมลง งู ไข่ และลูกนก เพื่อให้ได้โปรตีน และแคลเซียมสูง ทำให้ลูกนกเจริญเติบโตได้สมบูรณ์และแข็งแรงถึงแม้พ่อนกจะเจออุปสรรคหรือบาดเจ็บอย่างไร […]
รถไฟเหาะตีลังกา
เครื่องเล่นในสวนสนุกเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายต้องไม่พลาดกันเลย นั่นก็คือ “รถไฟเหาะตีลังกา” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่ในขณะเล่นอยู่นั้นจะไม่กรีดร้องเลย เพราะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกกับแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่จากที่สูงลงมาอย่างอิสระตามเส้นทางของรางที่ถูกออกแบบไว้ แต่เบื้องหลังของความสนุกสุดเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เครื่องเล่นที่สามารถสร้างความสนุกสนานแล้ว การเคลื่อนที่ของเครื่องเล่นชิ้นนี้ยังใช้หลักการของฟิสิกส์หลาย ๆ อย่าง เช่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์ แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง แรงโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเริ่มต้นจากการถูกดึงด้วยระบบโซ่และมอเตอร์ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อทำการปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อย การกักเก็บพลังงานทำให้รถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างอิสระจากจุดสูงสุดนั้นจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมากที่จุดเริ่มต้นของราง ขณะที่รถไฟถูกปล่อยลงมาจะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์และจะมีพลังงานจลน์สูงสุด ณ จุดต่ำสุดของราง ยิ่งจุดเริ่มต้นนั้นมีความสูงมากเท่าไหร่ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้มากขึ้นตามความเร็วเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างองศาของรางทำมุม 60 ํ สามารถทำความเร็วได้ถึง 125 km/h เลยทีเดียว จากความรู้สึกที่ได้เล่นรถไฟเหาะนั้น ในขณะรถไฟเหาะกำลังแล่นลงมาจากที่สูงวิ่งเข้ามายังวงกลม จะเกิดแรงกระทำต่อตัวเรามากที่สุด เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นจนหลังติดเบาะ และเมื่อรถไฟเคลื่อนที่ขึ้นไปถึงจุดบนสุดของวงกลม เราจะรู้สึกได้ถึงสภาวะไร้น้ำหนัก และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งเมื่อลงมาที่จุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงของแรงที่กระทำต่อตัวเราทำให้เรารู้สึกสนุก ตื่นเต้นตลอดเวลาในขณะนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ยิ่งหากรางมีรูปแบบเป็นหยดน้ำทรงคว่ำด้วยแล้ว ความสนุกจะเกิดขึ้นจากการที่รัศมีของวงกลมด้านบนมีค่าน้อยกว่าด้านล่าง ก่อให้เกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางของรถไฟด้านบนมีค่ามากกว่าด้านล่าง จึงทำให้ตัวของเราติดกับที่นั่งมากขึ้น และเมื่อรถไฟแล่นกลับลงมาความเร่งจะลดลง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง รวมถึงโค้งต่าง ๆ ในเส้นทางของรางที่จะเกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยเช่นกัน ปัจจุบันวิศวกรออกแบบรถไฟได้นำเทคโนโลยีระบบมอเตอร์และแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ เพื่อให้รถไฟขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในความสนุกสนานก็มีอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่บอกเอาไว้ อ้างอิง ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน […]
“สีน้ำตาล” โทนสีแห่งปี กับปฏิกิริยาทางเคมีของสีน้ำตาลในอาหาร
Pantone Color of the Year เทรนด์สีประจำปีที่ถูกกำหนดขึ้นก่อนเริ่มปีใหม่ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจการพิมพ์และการออกแบบในสหรัฐอเมริกาอย่าง Pantone LLC สำหรับสีที่เป็น Pantone ในแต่ละปีจะมีอิทธิพลกับงานออกแบบในหลายวงการ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ แฟชั่น รวมถึงงานศิลปะ ซึ่งในปี 2025 นี้ สีที่ถูกประกาศให้เป็นสีแห่งปี คือ “Mocha Mousse” หรือโทนสีน้ำตาล สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แสดงถึงความสุขและความสบายใจ นอกจากสีน้ำตาลจะถูกกำหนดให้เป็นสีประจำปี ที่ผู้คนให้ความสนใจในการนำมาใช้เป็นสีประจำกายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแต่งกายหรือการแต่งหน้า ที่หลายคนล้วนนำสีน้ำตาลมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้สร้างความมั่นใจ เรายังสามารถพบเจอสีน้ำตาลได้ในอาหารที่รับประทานอีกด้วย ซึ่งสีน้ำตาลที่พบในอาหารนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจของโทนสีประจำปีในปีนี้ นั่นคือ โกโก้ กาแฟ และช็อกโกแลต แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่าสีน้ำตาลในอาหารเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร การเกิดสีน้ำตาลในอาหาร เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่อาหารเปลี่ยนสีในระหว่างการแปรรูปและเก็บรักษา ซึ่งปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลแบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1.ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ (Enzymatic browning reaction) ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณผิวหน้าของอาหาร ส่งผลให้ให้มีการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ พบได้ใน ผัก ผลไม้ ชา กาแฟ […]
