ภูเขาไฟฟูจิ: ความงดงามและพลังที่ซ่อนเร้นแห่งญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ (富士山 / Mount Fuji / ฟูจิซัง) คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดชิสึโอกะและยามานาชิ ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นทรงกรวยที่สมมาตร มีความสูงถึง 3,776 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีหิมะปกคลุมยอดเขาเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ภูเขาไฟฟูจิเป็นภาพจำของความงดงามทางธรรมชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัส ณ ที่แห่งนี้

ภูมิประเทศบริเวณยอดเขามีลักษณะเป็นเขตทุนดรา ในด้านธรณีวิทยา เป็นภูเขาไฟประเภทกรวยสลับชั้น (stratovolcano) ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการสะสมของชั้นหินเถ้าและลาวาที่แข็งตัวซ้อนทับกันมาเป็นเวลาหลายพันปี ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลก 3 แผ่น ได้แก่ แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นยูเรเซีย และแผ่นฟิลิปปินส์ ทำให้พื้นที่นี้มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและกิจกรรมทางธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมุดตัวของแผ่นแปซิฟิกใต้แผ่นฟิลิปปินส์บริเวณร่องลึกนันไกทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นการปะทุของภูเขาไฟในบริเวณนี้

จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยาพบว่า ภูเขาไฟฟูจิมีการปะทุใหญ่โดยเฉลี่ยทุก 500 ปี การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1707 ซึ่งรุนแรงจนเถ้าภูเขาไฟปกคลุมทั่วพื้นที่ และส่งผลกระทบไปถึงเมืองเอโดะ (เมืองโตเกียวในปัจจุบัน) องค์ประกอบของลาวาที่พ่นออกมาส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ที่มีความหนืดต่ำ ทำให้การปะทุมีลักษณะไม่รุนแรง ลาวาที่พุ่งออกมาจะไหลไปตามพื้นดินมากกว่าระเบิดขึ้นสู่ฟ้า อย่างไรก็ตาม ภูเขาไฟฟูจิยังสามารถเกิดการปะทุแบบรุนแรงได้เช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีและแรงดันของแมกมาภายใน

ในการจำแนกประเภทของภูเขาไฟทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ภูเขาไฟดับสนิท (Extinct Volcano), ภูเขาไฟสงบหรือยังหลับ (Dormant Volcano) และ ภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) ภูเขาไฟฟูจิจัดอยู่ในประเภทภูเขาไฟสงบ ซึ่งหมายความว่ายังมีโอกาสที่จะเกิดการปะทุได้ในอนาคต แม้จะไม่มีเหตุการณ์ปะทุมากว่า 300 ปีแล้วก็ตาม

ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาเทคโนโลยีการเฝ้าระวังภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง โดยทำการติดตั้งเครื่องมือภูมิสารสนเทศ และใช้ระบบ GNSS (Global Navigation Satellite System) คือระบบเครือข่ายดาวเทียมนำทางที่โคจรรอบโลกช่วยในการระบุตำแหน่งหรือค่าพิกัดบนพื้นผิวโลกได้อย่างแม่นยำแม้เปลือกโลกจะขยับเพียงเล็กน้อยระดับมิลลิเมตร อีกทั้งมีการติดตั้งเครื่องวัดความเอียง (Tiltmeter) เพื่อตรวจจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงภายในภูเขาไฟอีกด้วย

การศึกษาและติดตามการปะทุของภูเขาไฟยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ช่วยให้สามารถติดตาม เฝ้าระวัง และวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง

Message us