ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมเราสะอึกกันนะ?
“อาการสะอึก” เชื่อแน่ว่าไม่มีใครไม่เคยเป็น การสะอึกเป็นอาการที่เราต่างไม่พึงประสงค์และอยากให้มันหายไว ๆ เราเคยสงสัยไหมว่าอาการสะอึกเกิดขึ้นอย่างได้อย่างไร? การสะอึกเริ่มมาจากการกระตุกเกร็งหรือการบีบตัวของ “กะบังลม” กล้ามเนื้อทรงโดมขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ปอดที่เราใช้ในการหายใจ เกิดการทำงานที่ไม่สอดประสานกันกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ เนื่องจากการปิดของเส้นเสียงในทันที และการเปิดระหว่างเส้นเสียง หรือที่เรียกว่ากล่องเสียง การเคลื่อนของกะบังลมทำให้เกิดการดึงอากาศเข้าไปทันที แต่การปิดของเส้นเสียงกลับหยุดอากาศไม่ให้เข้าไปในหลอดลมและไปถึงปอด จึงทำให้เกิดเสียงสะอึก สาเหตุอาจเกิดหลายสาเหตุ เช่น การรับประทานอาหารเร็วและมากเกินไป การรับประทานอาหารที่เผ็ดเกินไป การดื่มเครื่องดื่มที่มีแก๊สเยอะ เช่น น้ำอัดลม ชอบใช้หลอดดูดน้ำ ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอม ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชอบสูบบุหรี่ และการกินของร้อน เย็น สลับกันทันทีหรืออาจมีสาเหตุทางอารมณ์ เช่น เกิดความเครียด ตื่นเต้น หรือกลัวก็ได้ วิธีแก้การอาการสะอึก หายใจเข้าลึก ๆ กลั้นหายใจ 10 วินาที จากนั้นหายใจออก แล้วดื่มน้ำตามทันที เงยหน้าขึ้น กลั้นหายใจ 10 วินาที จากนั้นหายใจออกยาว ๆ แล้วดื่มน้ำตามทันที อมน้ำไว้ คางชิดอก แล้วพยายามกลืนน้ำที่อมไว้ อย่างไรก็ตามอาการสะอึกไม่เป็นอันตรายหรือเป็นอาการที่เกิดระยะสั้นเท่านั้น เมื่อร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติ […]
ไข่ไก่ ความรู้คู่ความอร่อย
ไข่ เมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน สามารถหาซื้อและทานได้ง่าย ปัจจุบันไข่ที่พบเห็นได้ทั่วไปและนิยมรับประทานกันมาก คือ ไข่ไก่ ซึ่งเป็นอาหารที่มีโภชนาการสูง สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยไข่ไก่ 1 ฟองมีน้ำหนักประมาณ 40-60 กรัม ไข่ไก่ที่เราเห็นนั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ? 1. เปลือกไข่ (shell) เป็นส่วนที่อยู่นอกสุด มีลักษณะแข็งเนื่องจากประกอบไปด้วยคอลลาเจนที่สานกันเป็นตาข่ายและมีแคลเซียมคาร์บอเนต เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นรูเล็ก ๆ ให้อากาศและความชื้นสามารถผ่านเข้าไปได้ เพื่อใช้ในกระบวนการฟักเป็นตัว เปลือกไข่สามารถพบได้หลายสี เช่น น้ำตาลหรือขาวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของแม่ไก่ สีของไข่ไม่มีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด 2. เยื่อหุ้มไข่ ป้องกันจุลินทรีย์เข้าไปภายในฟองไข่ ประกอบด้วย 2 ชั้น คือ ส่วนที่ติดกับเปลือกไข่ เรียกว่าเยื่อชั้นนอก (shell membrane) และส่วนที่ติดกับไข่ขาว เรียกว่าเยื่อชั้นใน (egg membrane) จะอยู่ชิดติดกันตลอด แต่จะแยกจากกันตรงส่วนป้านของไข่ 3. โพรงอากาศ (air cell) เป็นช่องว่างที่อยู่บริเวณด้านป้านของไข่ โดยจะอยู่ระหว่างเยื่อหุ้มไข่ชั้นนอกและเยื่อหุ้มไข่ชั้นใน 4. ไข่ขาว […]
ไขข้อข้องใจการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่เกิดจากอะไร
ทำไมเวลาที่คนดื่มแอลกอฮอล์ถึงเมาชนิดที่ว่าเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งเป็นคำที่หลาย ๆ คนคงต้องเคยได้ยินกันมาจากเพลงดังที่กล่าวถึงอาการเมาหลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไร้สติ แถมยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั่นเอง ในวันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยว่าหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำไมถึงมีอาการเมา ประเภทของแอลกอฮอล์ที่เราสามารถบริโภคได้ คือ แอลกอฮอล์ที่เกิดจากกระบวนการหมักผลผลิตทางการเกษตรกับยีสต์ได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือที่เรียกกันว่า เอทานอล เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วแอลกอฮอล์ก็จะถูกดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ไปกดการทำงานของสมองที่ส่งผลต่ออาการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่ดังนี้ 1. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานบริเวณต่าง ๆ ของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) กดการทำงานสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะทำให้จำไม่ค่อยได้ ความคิด บุคลิก และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กดการทำงานสมองกลีบข้าง (Parietal loab) การประมวลผลการรับรู้ตำแหน่งจะแย่ลง และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กดการทำงานสมองกลีบขมับ (Temperalloab) จะไปทำให้การรับกลิ่นเสียงและความรู้สึกแย่ลง กดการทำงานสมองกลีบหลัง (Occipital loab) จะทำให้การรับรู้ภาพแย่ลง ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด 2. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ทำให้ความรู้และความทรงจำเสียหาย เมื่อตื่นมาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ เวลาเมาจะหวนคิดถึงความหลังที่น่าเศร้าและไม่แปลกที่จะพบว่าคนเมามักจะชอบร้องไห้ 3. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) มีผลต่อการทรงตัวทำให้ยืนไม่ตรง เดินเซ ถือของไม่ไหวและสุดท้ายหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากก็จะหลับไปในที่สุด 4. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานก้านสมอง (Brain stem) […]
ตัวตนที่แท้จริงของเวโลซีแรปเตอร์
เหล่าผู้คลั่งไคล้ไดโนเสาร์เตรียมตัวกันให้พร้อม เพราะกลางปี พ.ศ. 2565 นี้มีภาพยนตร์ไตรภาคชื่อดังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับไดโนเสาร์อย่าง Jurassic World : Dominion พร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งดำเนินเรื่องราวโดยพระเอกหนุ่มอย่าง โอเวน กราดี้ (รับบทโดย คริส แพร็ตต์) ที่ต้องปฏิบัติภารกิจภายในโลกที่มีบรรดาไดโนเสาร์หลุดออกมาใช้ชีวิตปะปนอยู่ในสังคมปัจจุบัน และนอกจากตัวละครนำที่เป็นมนุษย์แล้ว ยังมีไดโนเสาร์อีกหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้ปรากฏตัวในหนังให้เราได้รู้จักกันอีกด้วย หนึ่งในดาวเด่นของไตรภาคนี้คงหนีไม่พ้นเจ้า เวโลซีแรปเตอร์ ที่มีแถบข้างลำตัวสีฟ้าอย่าง ‘บลู’ ซึ่งกลายเป็นไดโนเสาร์ขวัญใจผู้คนจนขึ้นมาเทียบเคียงกับความดังของทีเร็กซ์ เจ้าแห่งไดโนเสาร์ได้เลยทีเดียว แต่เชื่อว่ามีหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ารูปร่างลักษณะและพฤติกรรมที่แท้จริงของเจ้าเวโลซีแรปเตอร์นอกจอภาพยนตร์นั้นเป็นแบบไหน และมีความแตกต่างจากในหนังที่เราดูอย่างไร ในโลกภาพยนตร์บลูเป็นเวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) ไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มโดรมีโอซอร์ (Dromaeosaur) หรือแรปเตอร์ (Raptor) ที่เดินด้วย 2 เท้า ความสูงประมาณมนุษย์วัยผู้ใหญ่ และมีผิวหนังคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานเหมือนไดโนเสาร์ทั่วไป แถมมันยังมีความเฉลียวฉลาด และเป็นจ่าฝูงของเหล่าแรปเตอร์ร่วมคอกอีกด้วย ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบและตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับเวโลซีแรปเตอร์ในโลกจริงอยู่มากเลยทีเดียว แหล่งค้นพบ ในภาพยนตร์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ความจริงแล้วเวโลซีแรปเตอร์ถูกค้นพบว่าพวกมันอาศัยอยู่ในทวีปเอเชียกลางและเอเชียตะวันออก ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ลักษณะภายนอก เหล่าเวโลซีแรปเตอร์ที่เราเห็นจะมีผิวหนังคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานและไม่มีขน แต่นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า แท้จริงแล้วตามลำตัวของพวกมันอาจมีเส้นขนที่คล้ายกับขนนก (feather) ปกคลุมอยู่ เนื่องจากมีการค้นพบว่ากระดูกบางส่วนของเวโลซีแรปเตอร์มีตุ่มที่ติดก้านขน (quill knobs) ซึ่งคล้ายกับกระดูกของปีกนก […]

