ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
จิ้งหรีดนักดนตรียามค่ำคืน
จิ้งหรีด แมลงตัวจิ๋วที่เต็มไปด้วยประโยชน์ทั้งต่อสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติด้วยกันเองและต่อมนุษย์ พวกมันถือได้ว่าเป็นแมลงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจมากในปัจจุบัน “จิ้งหรีด” อยู่ในอันดับ Orthoptera มีลักษณะทั่วไป คือ มีปากแบบปากกัด มีตารวม หนวดยาว ขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพศเมียปีกเรียบ มีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้องส่วนเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น อาศัยอยู่ตามคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า รูใต้ดิน และใต้กองเศษหญ้า ในยามค่ำคืน ในยามค่ำคืนเราเคยได้ยินเสียงกรีดร้องของแมลงกันไหม หนึ่งในนั้นก็คือเสียงของจิ้งหรีดนั้นเอง จิ้งหรีดได้รับฉายาว่า นักดนตรียามค่ำคืน เนื่องจากพวกมันมักจะส่งเสียงก้องกังวานลั่นทุ่งแบบไม่เหน็ดไม่เหนื่อยเหมือนกำลังบรรเลงบทเพลงอยู่ในคอนเสิร์ตก็ว่าได้ แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าเสียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการร้องออกมาจากปากของมันและมีแค่จิ้งหรีดเพศผู้เท่านั้นที่ทำเสียงเช่นนี้ได้ โดยมันจะมีอวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง คือ ปีกคู่หน้าที่มีลักษณะย่นทำให้เกิดเสียงได้จากการถูหรือสีกัน ปกติปีกจะทับกันเหนือลำตัวเพศผู้ปีกขวาจะทับปีกซ้ายส่วนเพศเมียปีกซ้ายจะทับปีกขวา ขณะทำเสียงจะยกปีกคู่หน้าขึ้นใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวาพร้อม ๆ กับการโยกตัว เสียงร้องที่ขับขานออกมาจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมของจิ้งหรีดในขณะนั้น ได้แก่ เสียง กริก…กริก…กริก… นาน ๆ แสดงว่าอยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่ เสียง กริก…กริก…กริก… ลากเสียงยาว เป็นการประกาศอาณาเขต หาที่อยู่ได้แล้ว เสียง กริก…กริก…กริก… เบา ๆ และถี่ ๆ ติดต่อกัน แสดงความต้องการผสมพันธุ์ เพศผู้จะถอยหลังเข้าหาเพศเมียเพื่อให้เพศเมียขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ […]
ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1)
“คำถามต่อสรวงสวรรค์” ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนโดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1) องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ตั้งชื่อภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของจีนนี้ใช้ชื่อว่า “เทียนเวิ่น-1” (Tianwen-1) มีความหมายว่า “คำถามต่อสรวงสวรรค์” ตั้งตามบทกวีซึ่งประพันธ์โดย “ชวี เยหวียน” (Qu Yuan) องค์การอวกาศแห่งชาติจีนระบุว่าชื่อนี้แสดงถึงความมุมานะของจีนในการแสวงหาความจริงและวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการสำรวจธรรมชาติและจักรวาลตามเนื้อหาในบทกวี ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 โดยจรวดลองมาร์ช-5 (Long March-5) ณ ฐานปล่อยจรวดเหวินชาง เกาะไห่หนานและเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 19:52 น. ตามเวลาประเทศไทย ตามหลังยานโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปติด ๆ เป็นเริ่มต้นก้าวแรกสู่การสำรวจดาวอังคารของประเทศจีน ยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 จะแยกส่วนยานเพื่อลงจอดบริเวณที่ราบต่ำยูโทเปีย (Utopia Planitia) บนดาวอังคาร ส่วนที่แยกออกไป ประกอบด้วยยานลงจอด (Lander) และรถสำรวจ (Rover) ที่จะทำหน้าที่ศึกษาพื้นผิวดาวอังคารที่ตำแหน่งต่าง ๆ มีอายุภารกิจประมาณ 90 วัน […]
ตามรอยภาพราตรีประดับดาวของแวนโก๊ะด้วยดาราศาสตร์
ภาพราตรีประดับดาว (The Starry Night) ของแวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ถูกวาดขึ้นมาในขณะที่แวนโก๊ะอยู่ที่ Saint Remy ประเทศฝรั่งเศส เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 มีลักษณะเป็นภาพวาดสีน้ำมัน โดยที่ด้านบนทางมุมขวาของภาพเป็นภาพดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ ส่วนดาวที่มีขนาดรองลงมาในภาพคือ ดาวศุกร์ อยู่ในตำแหน่งด้านล่าง กำลังขึ้นทางทิศตะวันออกในยามรุ่งเช้า เมื่อใช้แอปพลิเคชัน SkyPortal ตั้งค่าตำแหน่งไปที่ Saint Remy เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 ทำให้เห็นท้องฟ้าในช่วงเวลาที่แวนโก๊ะวาดภาพนี้ขึ้นมา และจากแอปพลิเคชันนี้ทำให้เรารู้ว่านอกจากมีดวงจันทร์กับดาวศุกร์แล้ว ยังมีดาว Algol ในกลุ่มดาว Perseus อีกด้วย อ้างอิง https://bit.ly/37lNBzAhttps://bit.ly/3fueuG8https://bit.ly/3xpiRbxhttps://bit.ly/37l4I4z FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิกฤตการณ์ใต้ทะเล..ปะการังฟอกขาว
หากใครเคยไปดำน้ำหรือไปเที่ยวทะเลจะสังเกตเห็นว่าปะการังใต้ท้องทะเลนั้นมีสีสันสดใสสวยงาม แต่ปัจจุบันวิกฤตการณ์ใต้ทะเลที่เป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ (climate change) อันเนื่องมาจากน้ำมือของมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างหนักโดยเฉพาะกับปะการังที่พบการเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวขึ้นเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่ใช้ประโยชน์จากแนวปะการังให้ขาดที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งอนุบาลลูกปลา และที่หลบภัย ทำให้ถูกล่าได้ง่ายขึ้นเป็นผลให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลดลงเป็นอย่างมาก ปะการังฟอกขาว (coral bleaching) เป็นปรากฏการณ์ที่เนื้อเยื่อปะการังมีสีซีดหรือจางลงจากการสูญเสียสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) เกิดจากสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสาหร่าย เช่นอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกินไป มีน้ำจืดไหลลงมาทำให้ความเค็มลดลง ตะกอนที่ถูกน้ำจืดไหลพัดพามาจากชายฝั่ง หรือแม้แต่มลพิษที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางทะเลของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสีย การใช้ครีมกันแดด การทิ้งขยะตามแนวชายหาดก็ล้วนมีผลให้สาหร่ายซูแซนเทลลีออกมาจากเนื้อเยื่อของปะการังเพื่อความอยู่รอด โดยปกติเนื้อเยื่อของปะการังไม่ได้มีสีสันสวยงาม เป็นเพียงเนื้อเยื่อใส ๆ เท่านั้น ส่วนที่เห็นเป็นสีสันจากปะการังไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีส้ม สีเขียว หรือสีน้ำตาลนั้นมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลีทั้งสิ้น โดยสาหร่ายจะทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง ให้ธาตุอาหารแก่ปะการังใช้ในการดำรงชีวิตและช่วยในการเจริญเติบโต ปะการังจะเป็นที่อยู่อาศัยและให้สาหร่ายนำของเสียจากปะการัง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไนเตรท ฟอสเฟตมาใช้ในการสร้างสารอาหาร วงจรชีวิตของปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี เป็นภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (mutualism) หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ปะการังที่เกิดการฟอกขาวสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ หากสาหร่ายซูแซนเทลลีเหล่านั้นกลับเข้าสู่ตัวปะการังอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปกลับคืนสู่ภาวะปกติ ปะการังจะสามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากสาหร่ายซูแซนเทลลีได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากมีเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและระยะเวลายาวอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การฟื้นตัวของปะการังโดยธรรมชาติมีโอกาสเป็นไปได้ต่ำ หรือไม่มีเลย และถ้าสาหร่ายซูแซนเทลลีไม่กลับเข้าสู่ปะการังในช่วงเวลาดังกล่าวปะการังเหล่านั้นก็จะตายในที่สุด เมื่อเราทราบถึงความสำคัญของปะการังและสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง โดยส่วนสำคัญในการทำลายแนวปะการังนั้นก็มาจากน้ำมือของมนุษย์เองไม่ว่าจะเป็นการสร้างมลภาวะต่าง […]

