ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
อาคาร 3 สิ่งแวดล้อมโลก (The Green Planet)
ในศตวรรษที่ 21 สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกเป็นอย่างไร เรา…จะช่วยโลกของเราได้อย่างไร มาเรียน เล่น หาคำตอบได้ที่นิทรรศการสิ่งแวดล้อมโลก วันนี้เทอร่าจะพาทุกคนไปสำรวจนิทรรศการสิ่งแวดล้อมโลกของเรากันนะคะ นิทรรศการนี้เน้นสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมทั้งรู้จักวิธีการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความร่วมมือและรู้ทันเหตุการณ์ และร่วมกันหาแนวทางป้องกันและลงมือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยนิทรรศการสิ่งแวดล้อมโลกในศตวรรษที่ 21 เพื่อความยั่งยืนมีการจัดแบ่งเป็น 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในประเทศ ธรรมชาติรอบตัวเรา จัดแสดงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติผ่านการจำลองผืนป่าและน้ำตกมาจัดแสดงในนิทรรศการ พร้อมกับเรียนรู้ผ่านเกม “มาเล่นซ่อนหากันเถอะ” เคยสังเกตหรือไม่รอบตัวของเรามีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง ใครนะใครแอบซ่อนอยู่ในป่า ใต้กองใบไม้หนาบนพื้นดิน ในลำธารน้ำตก ใต้ท้องทะเลและบนชายหาด ลองสำรวจดูกันไหมว่า มีอะไรซ่อนอยู่ในธรรมชาติรอบตัวของเรา โซนที่ 2 สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติซึ่งมีประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ ได้แก่ อากาศ น้ำ ดิน แร่ธาตุ ป่าไม้ สัตว์ป่า แสงอาทิตย์ และอื่นๆ ที่มนุษย์สามารถเสาะแสวงหามาใช้ในการดำรงชีวิต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมวลมนุษย์ นำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหว จำนวน 2 เรื่อง ให้เลือกชม แต่ละเรื่องความยาวประมาณ 3 […]
ทำไมน้ำกับน้ำมันถึงเข้ากันไม่ได้
เราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเพราะเหตุใดน้ำกับน้ำมันถึงแยกชั้นกันทุกครั้งที่มีการผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันจะแยกชั้นกันทันที น้ำมันอยู่ชั้นบนและน้ำอยู่ชั้นล่าง เพราะความหนาแน่นที่แตกต่างกันของน้ำกับน้ำมัน ซึ่งน้ำมันมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ จึงทำให้ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้น้ำและน้ำมันแยกชั้นและไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เนื่องจากการจัดเรียงอะตอมในโมเลกุลของน้ำกับน้ำมันที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้วตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้าจะละลายเข้ากับตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้าด้วยกัน และตัวละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้าก็จะทำละลายกับตัวทำละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้าด้วยกัน แต่น้ำเป็นตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้า เมื่อผสมเข้ากับน้ำมันที่เป็นตัวทำละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้า จึงทำให้ของเหลวทั้งสองไม่สามารถผสมเข้ากันได้นั่นเอง FacebookFacebookXTwitterLINELine
เจาะลึกใต้ผิวหนัง ส่องดูส่วนประกอบของเลือด
เลือดเปรียบเสมือนระบบขนส่งของร่างกาย มีหน้าที่สำคัญคือ นำออกซิเจนที่เราได้จากการหายใจ สารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป รวมทั้งสารอื่น ๆ ไปยังเซลล์และอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่วนของเสียจากร่างกาย เลือดก็มีหน้าที่นำของเสียเหล่านี้ไปยังอวัยวะที่ใช้ในการขับถ่าย เพื่อกำจัดออกจากร่างกายอีกด้วย เรามาเจาะลึกลงไปดูกันว่า ในเลือดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เลือดที่เราเห็นสีแดงเข้มนี้ ถ้าเราลองนำไปปั่นเหวี่ยงแยกชั้นตามความหนาแน่นของสาร เราจะเห็นเลือดมีการแยกชั้นแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นของเหลว เรียกว่า น้ำเลือดหรือพลาสมา (Plasma) พบประมาณ 55% ประกอบด้วยสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว (Fibrinogen), แอนติบอดี (Antibody), เอนไซม์, ฮอร์โมน เป็นต้น ชั้นถัดมาอยู่ตรงกลางมีสีขาวเป็นส่วนของเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาว มีปริมาณไม่ถึง 1% ส่วนชั้นล่างสุดมีสีแดง เป็นส่วนของเม็ดเลือดแดง มีประมาณ 45% เมื่อเรานำเลือดมาส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นส่วนประกอบของเซลล์หลัก ๆ 3 ชนิด คือ 1. เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red blood cells หรือ RCB) เป็นเซลล์ที่พบได้มากที่สุดในน้ำเลือด พัฒนามาจากสเต็มเซลล์ในไขกระดูก มีขนาดประมาณ 6 ไมโครเมตร […]
เราสามารถรับรู้รสอาหารได้อย่างไร
การรับรส (taste) ของอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นเกิดขึ้นที่ในปาก โดยอวัยวะรับรสที่สำคัญคือ ลิ้นที่มีเซลล์รับรส (taste receptor cell) ทำหน้าที่จับกับสารเคมีในอาหาร (ซึ่งเป็นสารเคมีที่ไม่ระเหย มีขั้วและละลายน้ำได้) เซลล์รับรสส่งสัญญาณประสาทไปที่สมอง เพื่อระบุว่าเป็นรสอะไร รสอาหารแบ่งออกเป็น 5 รส คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม ขม และอูมามิ รสหวาน สาเหตุการเกิดรส : น้ำตาล และแอลกอฮอลล์ รวมทั้งกรดอะมิโนตัวอย่างอาหาร : น้ำผึ้ง ลูกอม น้ำผลไม้ เค้ก รสเปรี้ยว สาเหตุการเกิดรส : สารที่เป็นกรดให้ประจุไฮโดรเจนตัวอย่างอาหาร : น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว โยเกิร์ต รวมทั้งอาหารที่เสีย ที่เตือนให้รู้ถึงอันตรายที่มีต่อร่างกาย รสเค็ม สาเหตุการเกิดรส : เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl)และเกลือแร่ต่างๆตัวอย่างอาหาร : ซอสถั่วเหลือง เนื้อแปรรูป ผักและผลไม้ดอง รสขม สาเหตุการเกิดรส : […]
ทำไมต้องใช้หินแกรนิต
เคยสังเกตแผ่นหินขนาดใหญ่ที่นำมาสลักเป็นป้ายชื่อประดับหน้าอาคาร แผ่นหินปูพื้น/ ผนัง หรือปูโต๊ะในห้องครัว หรือแม้กระทั่งหินแกะสลักเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่มักพบประดับตามสวนสาธารณะ ทราบหรือไม่ว่านั่นคือ หินแกรนิต หินแกรนิต (granite) คือ หินอัคนีชนิดหนึ่ง เกิดจากแมกมาเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ จึงทำให้แร่ที่เป็นส่วนประกอบในแมกมา มีเวลาจับตัวกันเป็นผลึกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หินแกรนิต ประกอบด้วยแร่หลัก 3 ชนิด นั่นคือแร่ควอตซ์ (quartz) แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) และแร่สีเข้มที่มีประกอบเป็นส่วนน้อย เช่น แร่ฮอร์นเบลนด์ (hornblend) แร่ไพรอกซีน (pyroxene) เป็นต้น หินแกรนิตในธรรมชาติมักมีสีอ่อน ส่วนจะมีสีใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและแร่ธาตุที่เข้าไปปะปนอยู่ในหิน เช่น แร่ควอตซ์ทำให้หินแกรนิตเป็นสีขาวหรือเทา แร่เฟลด์สปาร์ทำให้หินมีสีแดงหรือสีชมพู ส่วนแร่สีเข้มทำให้หินแกรนิตมีสีเข้มของสีเขียว สีน้ำตาลหรือสีดำ ของแร่แต่ละชนิดปะปน ทำให้เกิดลวดลายตามธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การนำแกรนิตไปใช้ประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติของแร่ประกอบหินแกรนิตแต่ละชนิด มีความทนทานต่อการผุกร่อนตามธรรมชาติหรือการขูดขีด เนื่องจาก แร่ควอตซ์ (quartz) มีความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) มีความแข็งระดับ 6 ตามโมห์สเกล […]

