
ตามที่ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กำหนดให้วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน. ได้ร่วมเฉลิมฉลองวันที่ระลึ

ตามที่ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กำหนดให้วันที่ 8 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน. ได้ร่วมเฉลิมฉลองวันที่ระลึ
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ดอกไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่คนนิยมนำมาใช้จัดช่อดอกไม้หรือปลูกไว้ที่บ้าน เนื่องจากดอกไม้มีสีสันสวยงามตั้งแต่สีแดง ชมพู ม่วง ฟ้าอมม่วง และจากความหมายของดอกไม้ที่ใช้แทนคำขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด (Thank you for understanding) หรือแทนอีกหนึ่งความหมายที่แสดงถึงความเย็นชา เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และสามารถทนต่ออากาศหนาวได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความพิเศษของดอกไฮเดรนเยียคือ การเปลี่ยนสีของดอกไม้จากระดับความเป็นกรดหรือด่างของดินที่ปลูก ทำให้เราสามารถเห็นต้นไฮเดรนเยียจากดอกสีฟ้ากลายเป็นดอกสีแดงได้ในต้นเดียวกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสายพันธุ์ดอกไฮเดรนเยียที่มีชื่อเรียกว่า Bigleaf Hydrangea หรือชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser. อยู่ในวงศ์ Hydrangeaceae ลักษณะของดอกเป็นช่อกลมแน่น ออกดอกตามปลายยอด โดยกลีบดอกสีสันสวยงามที่เราเห็นนี้แท้จริงแล้วคือ กลีบเลี้ยงหรือกลีบประดับคล้ายกลีบดอกจำนวน 4-5 กลีบ และยังมีกลีบดอกขนาดเล็กมากจำนวน 4-5 กลีบ อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยกลีบประดับ ความพิเศษของสีดอกต้นไฮเดรนเยียนี้ ถูกนำมาใช้เป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ (indicator) หรือตัวชี้วัดความเป็นกรด-ด่างของดินได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับการเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสที่ใช้ทดสอบความเป็นกรด-เบสของสาร โดยเมื่อเราจุ่มกระดาษลิตมัสสีน้ำเงินลงในสารทดสอบที่เป็นกรด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ถ้าสารทดสอบเป็นเบส กระดาษลิตมัสสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งคล้ายกับการเปลี่ยนสีดอกไฮเดรนเยียแต่จะเปลี่ยนสีตรงกันข้ามกัน โดยเมื่อดินที่ปลูกมีสภาพเป็นกรดดอกไฮเดรนเยียจะมีสีฟ้า หากดินมีสภาพเป็นเบสดอกไฮเดรนเยียก็จะปรากฏเป็นสีม่วงไปจนถึงสีแดง การเปลี่ยนแปลงของสีดอกนี้เกิดจากสารสีหรือรงควัตถุ (pigment) ที่เรียกว่า delphinidin-3-glucoside เป็นกลุ่มสารแอนโทไซยานินที่ทำให้ใบไม้มีสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง และสีของผลเบอร์รี่นั่นเอง นอกจากสภาวะความเป็นกรดด่างของดินแล้ว […]
เราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเพราะเหตุใดน้ำกับน้ำมันถึงแยกชั้นกันทุกครั้งที่มีการผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันจะแยกชั้นกันทันที น้ำมันอยู่ชั้นบนและน้ำอยู่ชั้นล่าง เพราะความหนาแน่นที่แตกต่างกันของน้ำกับน้ำมัน ซึ่งน้ำมันมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ จึงทำให้ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้น้ำและน้ำมันแยกชั้นและไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เนื่องจากการจัดเรียงอะตอมในโมเลกุลของน้ำกับน้ำมันที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้วตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้าจะละลายเข้ากับตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้าด้วยกัน และตัวละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้าก็จะทำละลายกับตัวทำละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้าด้วยกัน แต่น้ำเป็นตัวทำละลายที่มีขั้วไฟฟ้า เมื่อผสมเข้ากับน้ำมันที่เป็นตัวทำละลายที่ไม่มีขั้วไฟฟ้า จึงทำให้ของเหลวทั้งสองไม่สามารถผสมเข้ากันได้นั่นเอง FacebookFacebookXTwitterLINELine
เต้าหู้ (Tofu) อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้จากพืช มีปริมาณโปรตีนสูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัติ ที่มีการนำเอาเต้าหู้มาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นอกจากเต้าหู้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว เต้าหู้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น มีการบันทึกเรื่องราวการทำเต้าหู้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 2,000 ปีก่อน และกลายมาเป็นอาหารที่นิยมในประเทศแถบเอเชียในเวลาต่อมา เมื่อความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตเต้าหู้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เต้าหู้กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อผู้บริโภคทั่วโลก กระบวนการผลิตเต้าหู้เริ่มจากการนำถั่วเหลืองมาล้างและแช่น้ำให้พองตัว แล้วจึงนำถั่วเหลืองมาบดคั้นกับน้ำ กรองแยกกากถั่วเหลืองออก หลังจากนั้นจึงนำน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นที่ได้มาต้ม เพื่อทำลายสารยับยั้งทริปซิน (Trypsin inhibitors) ที่มีผลในการย่อยโปรตีน, ซาโปนิน (Saponins) ที่ทำให้เกิดรสฝาด และสารอื่น ๆ เช่น เอนไซม์ลิพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดกลิ่นถั่ว (Beany flavor) ถึงขั้นตอนนี้แล้วจะได้น้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ที่สามารถนำมาดื่มได้เลย โดยน้ำนมถั่วเหลืองที่เราได้มานี้จะถูกนำมาแปรรูปให้เป็นเต้าหู้ ด้วยการเติมสารตกตะกอน (Coagulant) ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เป็นของเหลวสีขาวขุ่นกลายมาเป็นเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ซึ่งสารตกตะกอนที่นิยมนำมาใช้ในการทำเต้าหู้ คือ กรด (เช่น […]
โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันเทคโนโลยีหนึ่งในนั้น คือ เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่เริ่มใช้จริงแล้วในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการคมนาคมของรถยนต์ไร้คนขับเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มของผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมทั้งช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ลดลง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีหลักการทำงานประกอบด้วย 1. Navigation System เป็นการระบุตำแหน่งของรถว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนบนโลก เรากำลังอยู่บนถนนอะไร ควรอยู่เลนไหนและควรไปทางไหน 2. Computer Vision เป็นตัวบอกว่ามีอะไรอยู่รอบ ๆ รถบ้าง ด้วยระบบเซนเซอร์ที่อยู่รอบตัวรถที่สามารถตรวจสอบได้ว่าวัตถุที่อยู่รอบ ๆ รถของเรานั้นมันคืออะไร มีขนาดและรูปร่างอย่างไร 3. Deep Learning การคาดการณ์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น หรือรถควรขับขี่อย่างไรเพื่อให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยที่สุด รวมทั้งผู้ที่ขับขี่ใกล้เคียงปลอดภัยด้วย 4. Robotics เป็นระบบที่เชื่อมต่อระบบส่วนกลางเข้ากับระบบการทำงานต่าง ๆ ในตัวรถเพื่อการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันกับผู้ใช้งาน รถยนต์ไร้คนขับสามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ แบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกายช่วยผู้พิการทางสายตาให้สามารถใช้รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัย แต่ทว่าผลเสียก็อาจทำให้เกิดการเลิกจ้างของคนขับรถความผิดพลาดในกรณีใด ๆ ก็ตามใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการนำไปก่อการร้ายเราจะป้องกันอย่างไร ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประเด็นท้าทายของรถยนต์ไร้คนขับต่อไปในอนาคต อ้างอิงhttps://bit.ly/2TR9xPIhttps://bit.ly/3xzYsRshttps://bit.ly/2SgGOTNhttps://bit.ly/35HpYk7 FacebookFacebookXTwitterLINELine
