ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิทยาศาสตร์ในการทำเต้าหู้
เต้าหู้ (Tofu) อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้จากพืช มีปริมาณโปรตีนสูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัติ ที่มีการนำเอาเต้าหู้มาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นอกจากเต้าหู้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว เต้าหู้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น มีการบันทึกเรื่องราวการทำเต้าหู้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 2,000 ปีก่อน และกลายมาเป็นอาหารที่นิยมในประเทศแถบเอเชียในเวลาต่อมา เมื่อความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตเต้าหู้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เต้าหู้กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อผู้บริโภคทั่วโลก กระบวนการผลิตเต้าหู้เริ่มจากการนำถั่วเหลืองมาล้างและแช่น้ำให้พองตัว แล้วจึงนำถั่วเหลืองมาบดคั้นกับน้ำ กรองแยกกากถั่วเหลืองออก หลังจากนั้นจึงนำน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นที่ได้มาต้ม เพื่อทำลายสารยับยั้งทริปซิน (Trypsin inhibitors) ที่มีผลในการย่อยโปรตีน, ซาโปนิน (Saponins) ที่ทำให้เกิดรสฝาด และสารอื่น ๆ เช่น เอนไซม์ลิพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดกลิ่นถั่ว (Beany flavor) ถึงขั้นตอนนี้แล้วจะได้น้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ที่สามารถนำมาดื่มได้เลย โดยน้ำนมถั่วเหลืองที่เราได้มานี้จะถูกนำมาแปรรูปให้เป็นเต้าหู้ ด้วยการเติมสารตกตะกอน (Coagulant) ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เป็นของเหลวสีขาวขุ่นกลายมาเป็นเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ซึ่งสารตกตะกอนที่นิยมนำมาใช้ในการทำเต้าหู้ คือ กรด (เช่น […]
จิ้งหรีดนักดนตรียามค่ำคืน
จิ้งหรีด แมลงตัวจิ๋วที่เต็มไปด้วยประโยชน์ทั้งต่อสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติด้วยกันเองและต่อมนุษย์ พวกมันถือได้ว่าเป็นแมลงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจมากในปัจจุบัน “จิ้งหรีด” อยู่ในอันดับ Orthoptera มีลักษณะทั่วไป คือ มีปากแบบปากกัด มีตารวม หนวดยาว ขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพศเมียปีกเรียบ มีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้องส่วนเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น อาศัยอยู่ตามคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า รูใต้ดิน และใต้กองเศษหญ้า ในยามค่ำคืน ในยามค่ำคืนเราเคยได้ยินเสียงกรีดร้องของแมลงกันไหม หนึ่งในนั้นก็คือเสียงของจิ้งหรีดนั้นเอง จิ้งหรีดได้รับฉายาว่า นักดนตรียามค่ำคืน เนื่องจากพวกมันมักจะส่งเสียงก้องกังวานลั่นทุ่งแบบไม่เหน็ดไม่เหนื่อยเหมือนกำลังบรรเลงบทเพลงอยู่ในคอนเสิร์ตก็ว่าได้ แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าเสียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการร้องออกมาจากปากของมันและมีแค่จิ้งหรีดเพศผู้เท่านั้นที่ทำเสียงเช่นนี้ได้ โดยมันจะมีอวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง คือ ปีกคู่หน้าที่มีลักษณะย่นทำให้เกิดเสียงได้จากการถูหรือสีกัน ปกติปีกจะทับกันเหนือลำตัวเพศผู้ปีกขวาจะทับปีกซ้ายส่วนเพศเมียปีกซ้ายจะทับปีกขวา ขณะทำเสียงจะยกปีกคู่หน้าขึ้นใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวาพร้อม ๆ กับการโยกตัว เสียงร้องที่ขับขานออกมาจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมของจิ้งหรีดในขณะนั้น ได้แก่ เสียง กริก…กริก…กริก… นาน ๆ แสดงว่าอยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่ เสียง กริก…กริก…กริก… ลากเสียงยาว เป็นการประกาศอาณาเขต หาที่อยู่ได้แล้ว เสียง กริก…กริก…กริก… เบา ๆ และถี่ ๆ ติดต่อกัน แสดงความต้องการผสมพันธุ์ เพศผู้จะถอยหลังเข้าหาเพศเมียเพื่อให้เพศเมียขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ […]
ทำความรู้จักเบื้องต้นเกี่ยวกับ NFT
NFT กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ แถมยังเป็นกระแสและได้รับความสนใจจากกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวงการศิลปะ วงการบันเทิง วงการเกม นักสะสม และอื่น ๆ มากมาย ถ้าหากใครที่กำลังสนใจหรืออยากลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องมาทำความรู้จักกับ NFT เบื้องต้นกันก่อน NFT คืออะไร NFT (Non-Fungible Token) คือ เหรียญที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เทคโนโลยีโดยการนำเข้าสู่ระบบบล็อกเชน ทำให้สามารถแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ๆ โดยสามารถเป็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานสะสม ภาพวาด ภาพมีม งานศิลปะ เพลง ดนตรี คลิปวิดีโอ เกม ที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละสินทรัพย์นั้น ทำให้ผลงานชิ้นนั้นกลายเป็นผลงานชิ้นเดียวในโลก NFT มีความเฉพาะและแตกต่างจากเหรียญดิจิทัลแบบอื่น ๆ เพราะว่ามันจะกลายเป็นเหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกได้ เมื่อเกิดการซื้อขายแล้วเจ้าของผลงานจะยังคงเป็นเจ้าของลิขลิทธิ์ผลงานแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ผู้ครอบครอง NFT จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลงานชิ้นนั้น โดยสามารถซื้อขายและโอนย้ายกรรมสิทธิ์ได้บนระบบบล็อกเชน ระหว่างคนที่ต้องการซื้อและคนที่ต้องการขายแบบไม่มีคนกลาง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ ว่าผลงานแต่ละชิ้นมีใครเป็นเจ้าของบ้าง สามารถซื้อขายบนแพลตฟอร์มของ NFT เท่านั้น ตัวอย่างผลงาน NFT ภาพมีม “Disaster […]
ชาเขียว & มัทฉะ ความต่างที่สร้างความอร่อย
ชาเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ได้จากส่วนของใบ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา ที่ผ่านการแปรรูปเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม กลิ่นหอมที่ได้จากชาเกิดจากสารต่าง ๆ ที่อยู่ในชาที่มีคุณสมบัติเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งพืชหลายชนิดที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยเช่นนี้ สามารถนำมาตากแห้ง ใช้ชงหรือต้มกับน้ำร้อนก็เรียก ชา ได้เช่นกัน ทำให้ชามีหลากหลายชนิด โดยปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในที่นี้จะกล่าวถึงชา 2 ประเภท ที่ได้จากต้นชา คือ ชาเขียว (Green Tea) และชาเขียวมัทฉะ (Matcha) เครื่องดื่มสีเขียว กลิ่นหอม ที่หลายคนชื่นชอบเพราะไม่ว่าจะไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็สามารถพบเจอได้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มอันดับต้น ๆ ที่เป็นตัวเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ โดยทั้งชาเขียวและชาเขียวมัทฉะนั้น มีต้นกำเนิดมาจากต้นชาเช่นเดียวกัน แต่มีความต่างในเรื่องของ “กรรมวิธีการผลิต” 1. ชาเขียว (Green Tea) ชาเขียวได้จากการนำใบชาสดมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วด้วยการอบผ่านความร้อน เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไม่ให้เกิดการสลายตัว ใบชาที่ได้จึงแห้ง สด มีสีค่อนข้างเขียว และยังคงสารสำคัญที่มีประโยชน์ ได้แก่ สารกลุ่มโพลิฟีนอล เช่น อีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate : EGCG) , ไมริซิติน (myricetin), […]

