กิจกรรมโครงการพลังงานมันดี Energy Weekend วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 22-23 มิ.ย. 62 เวลา 09.00-15.00น. ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แพ้นมวัวแล้วจะดื่มนมได้อย่างไร
นม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม รวมทั้งสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีคนจำนวนมากที่มีอาการแพ้นมและผลิตภัณฑ์จากนม จนไม่สามารถดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาการแพ้นมวัวนี้ จริง ๆ แล้วสามารถแบ่งการแพ้ได้เป็น 2 ประเภท คือ Milk Allergy กับ Milk Intolerance 1. Milk Allergy เป็นการแพ้ที่เกิดจากโปรตีนในน้ำนม (Cow’s milk allergy) การแพ้ในกลุ่มนี้เกิดจากปฏิกิริยาการแพ้โปรตีน (Allergic reaction) ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาการป่วยมักจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง ปากบวมและหลอดลมตีบ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีหรืออาจเกิดหลังจากที่ดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมหลายชั่วโมงต่อมา อาการแพ้มักพบในทารกและเด็กเล็ก ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม รวมทั้งอ่านฉลากอาหาร เพราะในอาหารบางชนิดอาจมีส่วนผสมของนมที่เราไม่รู้ เช่น ไส้กรอก เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องดื่มให้พลังงานต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของเวย์ เป็นต้น ปัจจุบันมีการพัฒนาอาหารทางการแพทย์ ทำให้ผู้ที่แพ้นมสามารถได้รับสารอาหารจากนมที่เพียงพอต่อร่างกาย เช่น อาหารทางการแพทย์จากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein-based formula), อาหารทางการแพทย์สูตรเปปไทด์สายสั้น […]
อาหารปลอดภัย จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (From farm to table)
กว่าอาหารจะเดินทางมาถึงโต๊ะอาหารที่พร้อมเสริฟให้กับผู้บริโภคได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย ทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์และสารเคมี โดยถ้าไม่มีการตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันที่ดี อาหารก็สามารถก่อให้เกิดโรคกับผู้บริโภคได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐาน และปลอดภัยจากมือผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค แต่ละขั้นตอนจึงต้องมีการตรวจสอบ และป้องกันการปนเปื้อนของอาหาร โดยใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารได้ ฟาร์มคือจุดเริ่มต้นของอาหาร ผู้ผลิตจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดของวัตถุดิบ และการปนเปื้อนของอาหารให้น้อยที่สุด เช่น ใช้การทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีวิธีการทางธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ทำการเกษตรต้องไม่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารไม่สะอาด เป็นต้น วัตถุดิบจากฟาร์มเหล่านี้จะถูกส่งต่อมาถึงโรงงานที่ต้องนำวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการแปรรูป เพื่อยืดเวลาเก็บรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตในรูปแบบต่างๆ เช่น การแปรรูปนม ต้องนำมาฆ่าเชื้อ (พาสเจอไรซ์) เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น หรือการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมในรูปแบบต่างๆ เช่น ชีส เป็นต้น โดยกระบวนการแปรรูปนี้ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมให้ได้มาตรฐานและมีความสะอาด ตั้งแต่สถานที่ผลิต เครื่องมือและอุณหภูมิที่ใช้ในแปรรูป เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในระหว่างการแปรรูปอาหารได้ อาหารที่แปรรูปแล้วจะถูกขนส่งออกจากโรงงาน เพื่อส่งให้กับผู้บริโภค โดยขั้นตอนการขนส่งนี้ ถ้าควบคุมความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น รถขนส่งที่ไม่สะอาดและไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อจุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดี ทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคได้ เมื่อผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ส่งถึงมือผู้บริโภคแล้ว การปนเปื้อนก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จากความสะอาดในขั้นตอนการปรุงอาหารของผู้บริโภคนั่นเอง โดยทางองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดข้อปฏิบัติตามหลัก […]
ความลับของต้นไม้ใบด่าง เกิดได้อย่างไร?
ต้นไม้ใบด่างกลายมาเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมของหลายๆ คนที่ชื่นชอบพันธุ์ไม้ที่มีสีสันแปลกตาหาได้ยาก ไม่เหมือนต้นไม้ที่มีสีเขียวทั่วๆ ไป ด้วยลักษณะที่แตกต่างนี้ ทำให้ไม้ด่างมีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของนักสะสมต้นไม้เป็นจำนวนมาก แต่ทราบหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วไม้ด่างนั้นเกิดจากการปรับตัวให้อยู่รอดได้ในธรรมชาติ โดยลักษณะการด่างสามารถช่วยพรางตัวจากผู้ล่าหรือสัตว์กินพืช ทำให้ผู้ล่าเข้าใจว่าพืชนั่นมีพิษ อีกทั้งยังสามารถช่วยดึงดูดแมลงให้ช่วยผสมพันธุ์อีกด้วย บางกรณีที่ต้นไม้นั้นต้องเจริญเติบโตอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดน้อย การปรับตัวเพื่อลดการสังเคราะห์แสงหรือลดการสร้างคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งเป็นสารสี (Pigments) ที่ใช้ในการดูดซับแสง ทำให้เห็นใบด่างมีสีขาวหรือเหลือง ซึ่งก็คือบริเวณที่ไม่มีการสร้างคลอโรฟิลล์ตรงบริเวณนั้นนั่นเอง นอกจากการด่างที่ทำให้ใบเกิดสีขาวแล้ว ยังมีต้นไม้ด่างหลากสีสันจากสารสีอื่น ๆ เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ทำให้เห็นใบเป็นสีเหลืองหรือส้ม และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ทำให้มองเห็นใบมีสีชมพู แดง และม่วง ซึ่งรูปแบบของสีใบที่เกิดขึ้นกับใบด่างแต่ละชนิดขึ้นกับข้อมูลของสารพันธุกรรม โดยมียีนเฉพาะที่ควบคุมลักษณะเหล่านี้ถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกให้เกิดพืชใบด่างได้ ส่วนลักษณะด่างที่เห็นเป็นสีเงิน ไม่ได้เกิดจากสารสีของพืช แต่เกิดจากลักษณะโครงสร้างของใบที่มีช่องอากาศระหว่างเนื้อเยื่อใบ ทำให้เมื่อแสงแดดตกกระทบบนใบจะเกิดการหักเหมองเห็นใบเป็นสีเงินเป็นลักษณะที่มีการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม เรียกลักษณะด่างแบบนี้ว่า Reflective variegation หรือ Blister variegation ตัวอย่างต้นเปปเปอร์โรเมียลายแตงโม (Watermelon peperomia) และต้นพลูแนบอุรา(Scindapsus pictus) อีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดใบด่างที่ทำให้พืชจากเดิมทีมีสีเขียวกลายเป็นพืชใบด่างได้ จากความผิดปกติในระดับพันธุกรรม ที่เป็นการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติในเนื้อเยื่อเจริญของพืช ซึ่งก็คือเนื้อเยื่อบริเวณยอดของพืชที่มีการแบ่งเซลล์เพื่อการเจริญเติบโต เมื่อมีการแบ่งตัวซ้ำ ๆ จึงทำให้ง่ายที่จะเกิดการกลายพันธุ์ […]
ความเปรี้ยวรสชาติลับจากเมล็ดกาแฟ
กลิ่นหอมอบอวลที่ลอยมาในอากาศทุกครั้งที่สัมผัสกับความร้อน กลิ่นที่หลายคนโปรดปรานชวนให้รู้สึกผ่อนคลายกลิ่นนั้นเป็นของเจ้าเมล็ดสีดำนามว่า “กาแฟ” กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วหรือเรียกว่า ผลเชอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งมีสายพันธุ์หลัก ๆ ที่นิยมปลูกคืออาราบิก้าและโรบัสต้า นอกจากกลิ่นที่ชวนหลงใหล รสชาติที่กลมกล่อมก็ชวนให้หลายคนตกหลุมรักได้ แล้วเราเคยสงสัยกันไหมทำไมบางครั้งกาแฟที่รับประทานจึงมีรสชาติเปรี้ยวออกมาด้วย กาแฟแต่ละประเภทจะมีเอกลักษณ์ของรสชาติทั้งความหวาน เปรี้ยว ขม ฝาด และกลิ่นผลไม้ เฉพาะที่แตกต่างกัน นั่นอาจเป็นเพราะพื้นที่ปลูกและภูมิอากาศที่มีความแตกต่างกัน โดยหนึ่งในรสชาติที่มักจะพบในกาแฟ ที่ทำให้ผู้ดื่มกาแฟบางคนชอบและบางคนไม่ชอบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ากาแฟเสีย นั้นคือ ความเปรี้ยว (acidity) ที่อยู่ในเมล็ดกาแฟ รสชาติเปรี้ยวที่เรารับรู้ได้จากการรับประทานกาแฟส่วนหนึ่งมาจากผลเชอร์รี่ของกาแฟ เมื่อสุกเต็มที่จะสร้างรสชาติและความหอมของสายพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งเมล็ดกาแฟจะมีกรดธรรมชาติที่พบได้ในผลไม้ เช่น กรดมาลิก ซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวกับที่พบในแอปเปิ้ลเขียว ทำให้กาแฟที่ชงออกมามีรสชาติเปรี้ยวนุ่มคล้ายแอปเปิ้ลเขียว กรดซิตริก ให้รสเปรี้ยวคล้ายเลม่อนและเนคทารีน (ผลไม้ที่หน้าตาคล้ายพีช) กรดอะซิติก ให้รสเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู กรดควินิก ที่ให้รสขม ฝาดและเปรี้ยวโดด นอกจากความเปรี้ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากแหล่งปลูก ความสูงของพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ชนิดและสายพันธุ์กาแฟ รวมทั้งวิธีการแปรรูปและกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟก็มีผลเช่นกัน สำหรับระดับความเปรี้ยวของกาแฟสามารถควบคุมได้จากการคั่ว โดยเรียงลำดับจากรสเปรี้ยวมากไปน้อยได้แก่ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม คั่วอ่อน ใช้อุณหภูมิความร้อน 350 […]

