ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ขยะอาหาร (Food waste)…กองขยะที่ถูกซ่อนไว้
เมื่อเทคโนโลยีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมกำลังทำลายความสมดุลของสิ่งแวดล้อม และสร้างขยะอย่างมหาศาลที่กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา แต่นอกจากปัญหาขยะพลาสติกที่ใช้เวลานานหลายปีในการย่อยสลายแล้ว ยังมีขยะอีกกองหนึ่ง ที่เป็นปัญหาสำคัญแต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นหรือมองข้ามปัญหานั่นไป เพราะยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จากการเทอาหารในจานทิ้งลงถังขยะ จากสถานการณ์ปัญหาขยะอาหารเริ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่ทั่วโลก ที่ทุกประเทศกำลังร่วมมือกันในการลดการสร้างขยะจากอาหาร เพราะแท้จริงแล้วอาหารที่ผลิตออกมา เพียงพอสำหรับคนทั้งโลก แต่ไม่สามารถส่งไปถึงมือผู้ที่ต้องการหรือขาดแคลนอาหารได้ อาหารส่วนเกินเหล่านี้จึงเกิดการเน่าเสียและถูกทิ้ง สร้างมลพิษที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้างแก๊สเรือนกระจก อย่างเช่น แก๊สมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่ประเทศไทยก็พบปัญหานี้เช่นกัน โดยขยะอาหารคิดเป็น 64% ของขยะทั้งหมด จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งขยะส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย เนื่องจากการแยกขยะที่ไม่ถูกต้อง การจัดการขยะที่ใช้การฝังกลบรวม และไม่มีระบบจัดการที่ถูกสุขาภิบาล ขยะอาหารเกิดจากอาหารที่เหลือจากการบริโภคทั้งในครัวเรือน อาหารที่เหลือจากการจำหน่ายในร้านค้าปลีก อาหารบุฟเฟ่ต์และอาหารที่ใช้เพื่อปรุงแต่งจานในร้านอาหารหรือโรงแรม ขยะที่สร้างขึ้นในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม จากกระบวนการผลิตที่มีวัตถุดิบเหลือใช้ และการจัดเก็บวัตถุดิบที่ไม่ดีทำให้เกิดการเน่าเสีย ปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรเริ่มมีมาตรการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาขยะอาหาร โดยร้านค้าปลีกช่วยลดขยะอาหารที่ขายไม่หมดต่อวัน และอาหารที่ใกล้หมดอายุ ด้วยการลดราคา และมอบให้ผู้ยากไร้ในชุมชนทาน ซึ่งช่วยลดขยะและลดงบประมาณที่ใช้ในการจัดการ ในภาคอุตสาหกรรมมีการนำเศษวัตถุดิบเหลือใช้ไปรีไซเคิลเป็นปุ๋ย, แก๊สชีวภาพ (Biogas) และสกัดสารอาหารที่ยังคงมีประโยชน์ เพื่อลดปริมาณขยะและทำให้ขยะเป็นศูนย์ (Zero waste) ส่วนผู้บริโภคก็มีวิธีการง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้ คือ วางแผนการซื้ออาหารไม่ซื้อมากเกินความจำเป็น การปรุงอาหาร ควรทำในปริมาณที่สามารถทานได้หมด ไม่เหลือทิ้ง […]
บานชื่น: สีสันไม้ดอก เสน่ห์ของบ้านและสวน
ดอกบานชื่น ดอกไม้สีสันสดใส สะดุดตา นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน ในกระถาง ริมรั้วหรือตามทางเท้าเพื่อความสวยงาม มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและในแถบอเมริกากลาง เป็นไม้ดอกล้มลุกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zinnia violacea Cav. และมีชื่อสามัญว่า Zinnia (ดอกซินเนีย) ปัจจุบันบานชื่นได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่หลากหลายสี เช่น สีแดง ชมพู ส้ม เหลือง ขาว ม่วง และอื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่นหอม ลักษณะลำต้นสูงประมาณ 20 – 120 ซม. ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นและใบมีขน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี ดอกเป็นช่อกระจุก มีแบบชั้นเดียวและแบบดอกซ้อนทับกันหลายชั้น กลีบดอกวงนอกมีสีต่าง ๆ ส่วนกลีบดอกวงในเป็นรูปหลอดสีเหลือง เกสรตัวผู้และตัวเมียมีขนาดเล็ก ดอกบานชื่นที่เป็นสายพันธุ์เก่า ลักษณะของดอกจะบานไม่พร้อมกัน ทำให้ต้นเดียวมีทั้งดอกใหม่และดอกโรย จึงมีชื่อเรียกว่า “Youth-and-old-age” บานชื่นเป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งรับแสงแดดโดยตรงได้ตลอดทั้งวัน สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศเย็นและอุณหภูมิต่ำจะทำให้ได้ต้นไม้ที่มีคุณภาพดี ดอกใหญ่ สีเข้มกว่าในช่วงฤดูอื่น ๆ เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แม้ต้นบานชื่นจะปลูกง่าย แต่มีข้อจำกัดคือเป็นไม้ที่มีอายุสั้น จึงต้องหมั่นเก็บเมล็ดไว้เพาะพันธุ์เสมอ […]
อิมัลชัน ความต่างที่เข้ากันได้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้วนั้นว่า ถ้าเราผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน สุดท้ายแล้วสารทั้ง 2 ชนิดก็จะแยกชั้นไม่สามารถผสมกันได้ แต่อิมัลชัน (emulsion) สามารถทำให้สารที่เข้ากันไม่ได้นี้สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยใช้สารที่มีส่วนของโมเลกุลที่ชอบน้ำ (hydrophilic) และไม่ชอบน้ำหรือชอบน้ำมัน (hydrophobic) เรียกสารนี้ว่า อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ซึ่งช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างสารทั้ง 2 ชนิด ทำให้เราสามารถผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันได้ อิมัลชันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ น้ำมันในน้ำ (oil in water, O/W) ตัวอย่างเช่น น้ำนม ซึ่งมีไขมันนมกระจายตัวอยู่ในน้ำ ทำให้มองเห็นน้ำนมเป็นสีขาวขุ่นจากแสงที่เกิดการสะท้อน เมื่อกระทบลงบนหยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่ในน้ำ อิมัลชันอีกประเภทหนึ่งคือ น้ำในน้ำมัน (water in oil, W/O) ตัวอย่างเช่น มาการีน ซึ่งมีหยดน้ำกระจายตัวอยู่ในน้ำมันพืช ตัวอย่างอิมัลชันที่เราสามารถเตรียมได้อย่างง่าย ๆ คือ การทำน้ำสลัด ที่ต้องใช้น้ำมันและน้ำ (หรือบางสูตรใช้น้ำส้มสายชู) ตีผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้น้ำมันแตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจายในน้ำ แต่ถ้าเราไม่ใช้สารอิมัลซิไฟเออร์สุดท้ายสารทั้ง 2 ต้องแยกออกจากกันอยู่ดี […]
รูบนชีสมาได้อย่างไร?
ปัจจุบันในโลกใบนี้มีชีสมากกว่า 3,000 ชนิดที่ถูกคิดค้นขึ้น ทั้งแบบที่มีรูปร่างหน้าตา สี และรสชาติแตกต่างกันไป แต่ถ้านึกถึงชีส ภาพจำของผู้คนส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นชีสแผ่นหรือชีสก้อนสีเหลืองที่มักจะมีรูพรุนอยู่ด้านใน ซึ่งเห็นได้ทั่วไปตามสื่อโฆษณาหรือการ์ตูนในวัยเด็ก แต่ใช่ว่าชีสทุกชนิดจะมีรูเสมอไป มีแค่ชีสบางประเภทเท่านั้นที่มีรูกลวงอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าก้อนชีสมีรูเช่นนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ สวิสชีส (Swiss Cheese) ชีส (Cheese) คือ ผลิตภัณฑ์จากการถนอมอาหารโดยการแปรรูปจากน้ำนมของสัตว์ เช่น นมวัว นมแกะ นมแพะ หรือแม้แต่นมอูฐ เป็นต้น นำมาผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ใส่แบคทีเรียที่สร้างกรดแลคติกและเติมเอนไซม์เรนนิน (Rennet) หลังจากการหมักน้ำตาลแลคโตสในนมจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติก ทำให้นมมีความเป็นกรดมากขึ้นและจับตัวกันเป็นตะกอน จากการทำปฏิกิริยาเคมีทำให้นมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นของแข็ง มีลักษณะเป็นลิ่มสีขาว (Curd) และส่วนที่เป็นของเหลว (Whey) เมื่อนำไปผ่านกระบวนการบีบอัดเพื่อนำส่วนที่เป็นของเหลวออก เราจึงได้ชีสก้อนในที่สุด ปัจจัยที่ทำให้ชีสแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการบ่ม อุณหภูมิ ชนิดของจุลินทรีย์ และประเภทของนมที่ใช้ สำหรับสวิสชีสเองก็มีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างออกไป จึงทำให้มีลักษณะที่โดดเด่นไม่เหมือนกับชีสชนิดอื่น สวิสชีส (Swiss cheese) หรือ ชีสเอ็มเมินทาล (Emmental cheese) คือชีสที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ […]

