ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ
ทองคำ แร่โลหะมูลค่าสูงมีประโยชน์มากมายทั้งใช้เป็นหลักประกันในการแลกเปลี่ยนเงินตราของนานาประเทศ ใช้ทำเครื่องประดับ ทำส่วนประกอบของเครื่องมือวิทยาศาสตร์และงานอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงสามารถใช้แปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ในยามขัดสน และในบางครั้งทองคำถูกนำมาใช้ในด้านส่งเสริมความงาม ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ ทอง เป็นแร่ธาตุโลหะตามธรรมชาติที่มีสมบัติเด่นคือ สีผิวและสีผงของแร่มีสีเหลืองทองเช่นเดียวกัน มีน้ำหนักตึงมือเนื่องจากมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงถึง 15 – 19 ขึ้นอยู่กับมลทินที่ปะปนแล้ว มีความแข็งที่ประมาณ 2-3 ตามโมห์สเกล มีความวาวแบบโลหะ และยังมีความอ่อนตัวจึงสามารถทุบเป็นแผ่นบาง ดัดและดึงเป็นเส้นได้ ทองคำ พบได้ในหินเกือบทุกชนิด แต่พบในปริมาณน้อยเฉลี่ยเพียง 0.0035 กรัมต่อตันเปลือกโลกเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางพื้นที่มีสภาพทางธรณีวิทยาเหมาะสมกับการเป็นแหล่งสะสมตัวทองคำ เช่นแหล่งทองคำที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเลย มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทองคำหลากหลายรูปแบบ โดยมากจะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในทุกระดับ และยังมีการนำทองคำผสมในเครื่องสำอางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าโดยอ้างสรรพคุณลดเลือนริ้วรอย ถึงแม้ว่าปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีการค้นพบว่าทองคำสามารถต้านอนุมูลอิสระและรักษาการอักเสบของโรคเก๊าได้ดี จึงทำให้เกิดแนวคิดว่าหากนำทองคำมาใช้ในการต้านอนุมูลอิสระที่ผิวหนังน่าจะได้ผลดีเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยใดรองรับแนวคิดนี้ และถึงแม้ว่าทองคำบริสุทธิ์จะไม่ได้เป็นพิษต่อร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และหากถูกสังเคราะห์ให้อนุภาคมีขนาดเล็กลงหรืออยู่ในรูปของเกลือและรับเข้าสู่ร่างกาย ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในและยับยั้งการสร้างเม็ดเลือดได้อีกด้วย จากคำถามที่ว่า “ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ” เมื่อยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบด้านถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา รวมถึงความคุ้มค่าและเงินในกระเป๋าสตางค์ อ้างอิง แร่ : กรมทรัพยากรธรณีhttps://bit.ly/3kuDvE2https://bit.ly/3lMfDuJhttps://bit.ly/3AvJU7hhttps://bit.ly/3CD5qb7 FacebookFacebookXTwitterLINELine
มีหัวใจแต่ใช้ได้ไม่เท่ากัน
สัตว์ที่มีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีหัวใจ 4 ห้องเหมือนกับคนเราหรอกนะ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีระบบหมุนเวียนเลือดที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ สัตว์จำพวกปลา มีหัวใจ 2 ห้อง ห้องบน (Atrium) ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง (Ventricle) ส่วนหัวใจห้องล่าง ทำหน้าที่ปั๊มเลือดออกจากหัวใจ โดยเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจะเข้าทางห้องบนและไหลต่อไปยังห้องล่าง จากนั้นจะถูกสูบฉีดต่อไปยังเหงือก ภายในเหงือกจะมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือน้ำ หลังจากนั้นออกซิเจนจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำออกจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้นและจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายนำออกซิเจนจากเลือดไปใช้แล้ว เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนอีกครั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีหัวใจ 3 ห้อง มีห้องบน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบนขวา (right atrium) และห้องบนซ้าย (left atrium) ส่วนห้องล่าง (Ventricle) มี 1 ห้อง โดยจะเริ่มจากห้องบนขวารับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำมาจากร่างกายส่งไปที่หัวใจห้องล่าง แล้วส่งต่อไปยังปอดและผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อปอดและผิวหนังทำการแลกเปลี่ยนแก๊สเสร็จแล้ว จะได้เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้น และเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังห้องล่างอีกครั้งเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย แต่เนื่องจากหัวใจห้องล่างมีเพียงห้องเดียว จึงทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ำปะปนกันได้ สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง […]
ทำไมมีน้ำอยู่ในลูกมะพร้าว
มะพร้าว เป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวงกำหนดให้ปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นในตระกูลปาล์ม เราใช้ประโยชน์จากมะพร้าวได้หลากหลายรูปแบบ เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวใช้รับประทาน กะลามะพร้าวนำมาประดิษฐ์ของใช้ แล้วน้ำมะพร้าวเข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวได้อย่างไร น้ำมะพร้าว คือ สิ่งหล่อเลี้ยงต้นอ่อนของมะพร้าว ผ่านกระบวนการมาตั้งแต่ราก ลำต้น จนถึงลูกมะพร้าว มีการสะสมน้ำไว้เพื่อเลี้ยงดูต้นอ่อน จนกระทั่งมีใบแทงออกมา มะพร้าวมีเอนโดสเปิร์มทั้งของแข็งและของเหลว เอนโดสเปิร์มของแข็งจะเจริญเติบโตเป็นเนื้อมะพร้าว ส่วนเอนโดสเปิร์มของเหลวจะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านกะลาออกมาได้ จึงอยู่ในลูกมะพร้าวนั้น เมื่อมะพร้าวติดผล จะมีสารกาแลตโตแมนแนน (Glucomannan) และมีเอนไซม์ย่อยให้กลายเป็น “แมนแนน (Mannan)” ซึ่งแยกตัวเป็นส่วนของเนื้อมะพร้าว และน้ำมะพร้าว หากไม่มีการสร้างเอนไซม์มาย่อย เนื้อมะพร้าวจะมีลักษณะเป็นก้อนกึ่งเหลวกึ่งแข็ง คือ มะพร้าวกะทิ นั่นเอง ขณะที่มะพร้าวยังอ่อน เนื้อจะมีลักษณะบาง อ่อนนุ่ม และมีน้ำมะพร้าว เรามักรับประทานมะพร้าวในระยะนี้ หากมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มจะดูดเอาน้ำมะพร้าวไป ทำให้น้ำมะพร้าวแห้งลงบางส่วน เนื้อจะหนาและแข็งขึ้น สังเกตได้จากเปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และร่วงหล่นจากต้นในที่สุด สรุปแล้ว น้ำมะพร้าว คือ น้ำที่เข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวผ่านทาง ราก ลำต้น และเข้าสู่ผลทางขั้วลูกมะพร้าว ทำหน้าที่เป็นอาหารของต้นอ่อน น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านเปลือกชั้นใน […]
SNAIL OF THE DEAD
เปิดชื่อหัวเรื่องมาแบบนี้ บางคนอาจจะนึกถึงภาพยนตร์แนวซอมบี้ขึ้นมาทันที เพราะมีอยู่หลายเรื่องที่ชอบตั้งชื่อแล้วเติมด้วยประโยคว่า of the dead snail of the dead หรือหอยทากแห่งความตายที่จะกล่าวถึงก็เช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องราวของหอยทากที่กลายเป็นซอมบี้!! เราคงไม่ทราบหรอกว่าซอมบี้ (zombie) มันมีจริงหรือไม่ แต่ในโลกใบนี้มันก็มีสภาวะใกล้เคียงการเป็นซอมบี้แบบในภาพยนตร์อยู่ด้วย หอยทากซอบบี้ (snail zombie) เป็นสภาวะที่หอยทากในตระกูลซัคซิเนีย (Succinea) ถูกปรสิตที่ชื่อว่า “ลิวโคคลอริเดียม พาราดอกซัม” (Leucochloridium paradoxum) หรือ “หนอนบรูดแซคแถบเขียว” (the green-banded broodsac) เข้าไปครอบครองร่าง และบงการให้หอยทากผู้โชคร้ายตัวนั้นคืบคลานไปสู่ความตาย หนอนบรูดแซคแถบเขียว เป็นหนอนตัวแบนที่อาศัยอยู่ภายในทางเดินอาหารของนก และจะวางไข่ปะปนกับมูลของนกที่ถ่ายออกมา และเมื่อหอยทากไปกินมูลของนก ไข่ของหนอนบรูดแซคแถบเขียวจะแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของทอยหากไปด้วย เมื่อไข่ของหนอนปรสิตเดินทางสู่ระบบย่อยอาหารของหอยทาก ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน อาศัยกินอยู่ภายในร่างของหอยทากอับโชคตัวนี้ และตัวอ่อนเหล่านั้นจะเดินทางสู่กระบอกตาของหอยทาก เพิ่มสีสันอันสวยงาม (รึเปล่า?) ให้ก้านตา และเมื่อตัวอ่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นจะเห็นเป็นหนอนผู้สิงร่างเต็มกระบอกตาของหอยทาก ปกติแล้วหอยทากจะหากินในที่อับชื้นและมืด แต่เมื่อถูกหนอนสิงร่างอยู่ทำให้ดวงตาของมันสูญเสียความสามารถในการรับแสงไป หอยทากจึงคืบคลานเข้าหาแสงได้ บางครั้งไปอยู่บริเวณยอดของต้นไม้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ก้านตาที่กลายสภาพเป็นหนอนเต้นกระดุกกระดิกไปมา ทำให้หอยทากถูกสังเกตเห็นได้ง่าย และสุดท้ายก็ถูกนกโฉบไปกิน เป็นอันจบชีวิตหอยทากซอมบี้ที่น่าสงสาร […]

