ผีเสื้อ แมลงที่ต้องคุ้มครอง

แมลง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีความสำคัญในการรักษาสมดุลระบบนิเวศ เนื่องจากมีความหลากหลายของชนิดมากเป็นอันดับต้น ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่พบบนโลก การเปลี่ยนแปลงจำนวนชนิดและประชากรของแมลงจึงสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ แม้ว่าแมลงจะมีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้รวดเร็ว สามารถปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ แต่ปัจจุบันปัจจัยต่าง ๆ ล้วนทำให้แมลงปรับตัวได้ยากลำบากยิ่งขึ้นและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยหนึ่งในแมลงที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง คือ ผีเสื้อ แมลงสวยงามที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติ

ผีเสื้อ สัตว์จำพวกแมลงถูกจัดอยู่ในไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) อันดับ – เลพิดอปเทอรา (Order Lepidoptera) ที่มีลักษณะเด่น คือ ลำตัวไม่มีโครงกระดูกภายในเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแต่จะมีเปลือกแข็งที่เกิดจากสารจำพวกไคติน (Chitin) หุ้มอยู่ภายนอก ร่างกายแบ่งออกได้ 3 ส่วน คือ หัว อก และท้อง

  • ส่วนหัว (Head) ประกอบด้วย ปาก ลักษณะเป็นท่อเหมือนงวงใช้สำหรับดูดน้ำหวาน มีหนวด 1 คู่ มีตาเดี่ยวและตาประกอบ 1 คู่
  • ส่วนอก (Thorax) ประกอบด้วย ขา 3 คู่ และปีก 2 คู่
  • ส่วนท้อง (Abdomen) แบ่งเป็นปล้อง ๆ 10 ปล้อง มีอวัยวะในการหายใจ ย่อยอาหาร ขับถ่าย และอวัยวะสืบพันธุ์

ผีเสื้อ แมลงที่มีปีกสวยงามแต่อายุไม่ยืนยาวเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ อาจด้วยรูปร่างและแผ่นปีกที่บอบบาง เมื่อตายไปก็ยากที่จะบอกเล่าเรื่องราวได้มากนัก ในอดีตการอนุรักษ์ผีเสื้อ ในประเทศไทยมีรูปแบบที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ไม่ได้กำหนดให้แมลงเป็นสัตว์ป่า ทำให้มีการดักจับผีเสื้อเพื่อนำไปขายหรือทำเป็นของที่ระลึกไม่ผิดกฎหมายจนผีเสื้อบางชนิดสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว

นอกจากนี้สภาพพื้นที่ป่า แหล่งอาศัย และพืชอาหารของผีเสื้อมีความอุดมสมบูรณ์ลดลง บางแห่งถูกบุกรุกทำลาย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผีเสื้อเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้นับตั้งแต่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาจนถึงพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 (ฉบับปัจจุบัน) จึงได้จัดให้ผีเสื้อจำนวน 16 ชนิด เป็นแมลงคุ้มครอง โดยห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้าหรือส่งออก และห้ามมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะผีเสื้อ หลายชนิดอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์และบางชนิดคาดว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้

  • ผีเสื้อภูฐาน (Bhutanitis lidderdalii)
  • ผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล (Teinopalpus imperialis)
  • ผีเสื้อถุงทองป่าสูง (Troides helena)
  • ผีเสื้อถุงทองปักษ์ใต้ (Troides amphrysus)
  • ผีเสื้อนางพญาเมืองเหนือ (Stichophthalma camadeva)
  • ผีเสื้อนางพญากอดเฟรย์ (Stichophthalma godfreyi)
  • ผีเสื้อนางพญาเขมร (Stichophthalma cambodia)
  • ผีเสื้อนางพญาพม่า (Stichophtalma louisa)
  • ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว (Papilio palinulus)
  • ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ (Meandrusa sciron)
  • ผีเสื้อหางดาบปีกโค้ง (Maendrusa payeni)
  • ผีเสื้อรักแร้ขาว (Papilio protenor)
  • ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายตรง (Actias rhodopneuma)
  • ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก (Actias maenas)
  • ผีเสื้อหางยาวสี่ตาปีกลายตรง (Actias selene)
  • ผีเสื้อหางยาวสี่ตาลายหยัก (Actias sinensis)

ประเทศไทยเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทั้งทรัพยากรธรรมชาติและพันธุ์พืช จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบผีเสื้อโบยบินอวดปีกให้พบเห็นบ่อยครั้งในธรรมชาติ แต่ด้วยปัจจัยที่ได้กล่าวมาข้างต้นทำให้ผีเสื้อหลายชนิดหายไปจากระบบนิเวศอย่างถาวร เช่น ผีเสื้อภูฐาน และผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียลที่ไม่พบในธรรมชาติมานานแล้ว

ผีเสื้อ แมลงที่มีดีมากกว่าความสวยงามนี้ พวกมันมีบทบาทต่อระบบนิเวศ โดยในระยะตัวหนอนจะกินใบไม้เป็นอาหารทำให้ใบไม้บนต้นพืชไม่หนาแน่นจนเกินไป ช่วยให้แสงแดด ลอดส่องถึงพื้นด้านล่างซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอื่น และตัวหนอนยังเป็นอาหารให้กับสัตว์ต่าง ๆ เมื่อมันเจริญเติบโตเป็นผีเสื้อจะมีหน้าที่ในการผสมเกสร ช่วยกระจายพันธุ์ให้แก่พืช ส่งผลให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร ดังนั้นเราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ผีเสื้อให้คงอยู่เพื่อสร้างสีสันให้กับธรรมชาติต่อไป

อ้างอิง