ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
จิ้งหรีดนักดนตรียามค่ำคืน
จิ้งหรีด แมลงตัวจิ๋วที่เต็มไปด้วยประโยชน์ทั้งต่อสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติด้วยกันเองและต่อมนุษย์ พวกมันถือได้ว่าเป็นแมลงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจมากในปัจจุบัน “จิ้งหรีด” อยู่ในอันดับ Orthoptera มีลักษณะทั่วไป คือ มีปากแบบปากกัด มีตารวม หนวดยาว ขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เพศเมียปีกเรียบ มีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้องส่วนเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น อาศัยอยู่ตามคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า รูใต้ดิน และใต้กองเศษหญ้า ในยามค่ำคืน ในยามค่ำคืนเราเคยได้ยินเสียงกรีดร้องของแมลงกันไหม หนึ่งในนั้นก็คือเสียงของจิ้งหรีดนั้นเอง จิ้งหรีดได้รับฉายาว่า นักดนตรียามค่ำคืน เนื่องจากพวกมันมักจะส่งเสียงก้องกังวานลั่นทุ่งแบบไม่เหน็ดไม่เหนื่อยเหมือนกำลังบรรเลงบทเพลงอยู่ในคอนเสิร์ตก็ว่าได้ แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าเสียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการร้องออกมาจากปากของมันและมีแค่จิ้งหรีดเพศผู้เท่านั้นที่ทำเสียงเช่นนี้ได้ โดยมันจะมีอวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง คือ ปีกคู่หน้าที่มีลักษณะย่นทำให้เกิดเสียงได้จากการถูหรือสีกัน ปกติปีกจะทับกันเหนือลำตัวเพศผู้ปีกขวาจะทับปีกซ้ายส่วนเพศเมียปีกซ้ายจะทับปีกขวา ขณะทำเสียงจะยกปีกคู่หน้าขึ้นใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวาพร้อม ๆ กับการโยกตัว เสียงร้องที่ขับขานออกมาจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมของจิ้งหรีดในขณะนั้น ได้แก่ เสียง กริก…กริก…กริก… นาน ๆ แสดงว่าอยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่ เสียง กริก…กริก…กริก… ลากเสียงยาว เป็นการประกาศอาณาเขต หาที่อยู่ได้แล้ว เสียง กริก…กริก…กริก… เบา ๆ และถี่ ๆ ติดต่อกัน แสดงความต้องการผสมพันธุ์ เพศผู้จะถอยหลังเข้าหาเพศเมียเพื่อให้เพศเมียขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ […]
IoT คืออะไร ใครรู้บ้าง
Internet of Things (IoT) หมายถึง “สิ่ง” จำนวนมากมายที่เชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ต หรือหมายถึงการเชื่อมโยงของอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลายผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สามารถแบ่งปันข้อมูลกับสิ่งต่าง ๆ และนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ IoT ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตัวอย่างอุปกรณ์ IoT ในชีวิตประจำวัน 1. ระบบการสั่งงานสมาร์ตโฟนด้วยเสียงเป็นระบบ IoT ที่ถูกนำมาใช้กับการควบคุมสมาร์ตโฟนจะเห็นได้ในมือถือแทบทุกยี่ห้อ เช่น ระบบ Voice Access ของระบบปฏิบัติการ Android ที่บริษัท Google พัฒนาขึ้นมาแทนการสั่งการสัมผัสหน้าจอ 2. ระบบไฟอัจฉริยะเป็นระบบ IoT ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูแลสั่งการ การทำงานของระบบไฟส่องสว่างภายในบ้าน การปรับระดับแสงหรือสีไฟ รวมทั้งการตั้งเวลาเปิดปิด ทั้งจากการสั่งการด้วยเสียงและระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว รวมทั้งการสั่งงานผ่านสมาร์ตโฟน 3. ระบบควบคุมเครื่องปรับอุณหภูมิภายในบ้านเป็นระบบ IoT ที่สามารถสั่งงานเครื่องปรับอุณหภูมิได้ล่วงหน้าก่อนเดินทางกลับถึงบ้าน เหมาะสำหรับเมืองไทยซึ่งเป็นเมืองร้อน และทำให้เย็นได้ทันทีที่กลับบ้าน 4. ระบบสวิตช์ไฟอัจฉริยะภายในบ้านเป็นระบบ IoT ซึ่งติดตั้งระบบเซนเซอร์แต่ละตัวลงไปยังระบบไฟส่องสว่างตามจุดที่สำคัญของบ้าน เช่น ประตู หน้าต่าง ห้องเก็บตู้เซฟ เป็นต้น เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบการทำงานที่ผิดปกติก็จะแจ้งไปยังผู้ใช้งาน ผ่านทางแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟนทันที […]
ปลวก นักย่อยสลายบำรุงดิน
หากเราพูดถึงปลวก หลายๆคนอาจจะมองว่าปลวกเป็นแมลงรบกวนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ในธรรมชาตินั้นปลวกกลับมีประโยชน์อย่างมากในระบบนิเวศ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย (Decomposer) ช่วยในการบำรุงดิน การย่อยสลายนั้น ปลวกมีตัวช่วยเป็นจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ นั่นคือ โปรโตซัว (Protozoa) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวกซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันแบบภาวะพึ่งพา (Mutualism) ปลวกย่อยสลายไม้ได้อย่างไร? แหล่งอาหารของปลวกเป็นจำพวกเนื้อไม้ เศษไม้ ซากพืช ซึ่งปลวกสามารถกินไม้เหล่านี้ได้ แต่ไม่สามารถย่อยสลายเซลลูโลส (Cellulose) ได้ จึงต้องอาศัยโปรโตซัวที่มีชื่อว่า ไตรโคนิมฟา (Trichonympha sp.) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลายเซลลูโลสให้กลายเป็นอาหารแก่ปลวก ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารให้กับโปรโตซัวเองด้วย ประโยชน์จากการย่อยสลาย การย่อยสลายซากพืช เศษไม้ของปลวกในธรรมชาติทำให้เกิดการสลายสารอินทรีย์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัส (Humus) เกิดการหมุนเวียนแร่ธาตุในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบนิเวศต่อไป ที่มา : ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม TPA NEWS คบเด็กสร้างบ้าน ตอน 2 ปลวก ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา ปลวกผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศ รูปภาพ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมรุ้งกินน้ำถึงเป็นเส้นโค้ง ทั้งที่แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ?
หลังฝนหยุดตก คุณเคยสังเกตเห็นรุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้ากันบ้างไหมแล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ารุ้งกินน้ำที่เราเห็นกันทำไมถึงเป็นเส้นโค้ง ทำไมไม่เป็นรูปร่างอื่นบ้าง เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือเส้นตรงแล้วมีหลักการทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้างที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ในช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก และยังสามารถพบได้บริเวณน้ำพุ น้ำตก หรือ ละอองน้ำจากกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ ซึ่งมักจะพบรุ้งกินน้ำในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ โดยเกิดจากหลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า การหักเห และสะท้อนกลับหมดของแสง รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ หรือแสงขาวตกกระทบเข้าไปในละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหลังฝนตกจะเกิดการหักเห และการสะท้อนลับหมดของแสงออกมา ทำให้แสงสีทั้ง 7 สีของแสงขาวกระจายออกจากกัน แต่เนื่องจากแสงมีการเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน (จากอากาศสู่น้ำ) ผ่านผิวของละอองน้ำ ทำให้แสงสีต่าง ๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวภายในของละอองน้ำ หลังจากนั้นจะเกิดการหักเหจากภายในละอองน้ำออกสู่อากาศอีกครั้ง และละอองน้ำมีจำนวนมาก จึงทำให้แสงเกิดการหักเหเข้าตาเราไปในทิศทางที่แกต่างกัน โดยมีทั้งหักเหเป็นมุมโค้งขึ้น โค้งลง และโค้งออกมาทางด้านข้างละอองน้ำ แต่เราจะเห็นเพียงแสงที่หักเหเข้าสู่สายตาเป็นมุมออกมาประมาณ 40-42 องศาเท่านั้น ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุทำให้เราเห็นรุ้งกินน้ำเป็นเส้นโค้ง โดยมีสีเรียงจากล่างขึ้นบน คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แต่ในบางครั้งเราก็สามารถเห็นรุ้งกินน้ำ 2 ตัวได้ในเวลาพร้อมกัน รุ้งกินน้ำตัวแรกอยู่ด้านล่างคือ รุ้งปฐมภูมิ ที่เราคุ้นเคยกันคือแถบสีม่วงอยู่ข้างล่าง และแถบสีแดงอยู่ข้างบน ส่วนรุ้งกินน้ำตัวที่สองอยู่ด้านบนเรียกว่า […]

