ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569”
เปิดเวทีประชันไอเดียและทักษะด้านหุ่นยนต์! ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญนักเรียนนักศึกษา สกร. และครูที่ปรึกษา เข้าร่วมโครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทการแข่งขัน กำหนดการ ร่วมแสดงศักยภาพด้าน STEM ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ พร้อมโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศ รายละเอียดโครงการและกำหนดการ ดูได้จากเอกสารแนบ FacebookFacebookXTwitterLINELine
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
วิทยาศาสตร์ในการทำเต้าหู้
เต้าหู้ (Tofu) อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้จากพืช มีปริมาณโปรตีนสูงเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของผู้ที่บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัติ ที่มีการนำเอาเต้าหู้มาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นอกจากเต้าหู้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว เต้าหู้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น มีการบันทึกเรื่องราวการทำเต้าหู้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 2,000 ปีก่อน และกลายมาเป็นอาหารที่นิยมในประเทศแถบเอเชียในเวลาต่อมา เมื่อความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการผลิตเต้าหู้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เต้าหู้กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อผู้บริโภคทั่วโลก กระบวนการผลิตเต้าหู้เริ่มจากการนำถั่วเหลืองมาล้างและแช่น้ำให้พองตัว แล้วจึงนำถั่วเหลืองมาบดคั้นกับน้ำ กรองแยกกากถั่วเหลืองออก หลังจากนั้นจึงนำน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นที่ได้มาต้ม เพื่อทำลายสารยับยั้งทริปซิน (Trypsin inhibitors) ที่มีผลในการย่อยโปรตีน, ซาโปนิน (Saponins) ที่ทำให้เกิดรสฝาด และสารอื่น ๆ เช่น เอนไซม์ลิพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) ที่ทำให้เกิดกลิ่นถั่ว (Beany flavor) ถึงขั้นตอนนี้แล้วจะได้น้ำนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ที่สามารถนำมาดื่มได้เลย โดยน้ำนมถั่วเหลืองที่เราได้มานี้จะถูกนำมาแปรรูปให้เป็นเต้าหู้ ด้วยการเติมสารตกตะกอน (Coagulant) ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เป็นของเหลวสีขาวขุ่นกลายมาเป็นเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ซึ่งสารตกตะกอนที่นิยมนำมาใช้ในการทำเต้าหู้ คือ กรด (เช่น […]
พลาสติกชีวภาพ เป็นมิตรหรือศัตรูกับสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่รู้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นของการใช้ถุงพลาสติกมาจากความต้องการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการตัดไม้ ทำลายป่า จากการใช้ถุงกระดาษ ด้วยคุณสมบัติที่ดีของพลาสติกที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบาและสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าถุงพลาสติกเป็นตัวปัญหาที่ใหญ่กว่าในการจัดการ เนื่องจากถุงพลาสติกถูกใช้แล้วทิ้งเพียงครั้งเดียวไม่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ อีกทั้งการย่อยสลายใช้เวลานานทำให้มันตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมจนเกิดปัญหาขยะล้นโลกในที่สุด นวัตกรรมการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่ายจึงเกิดขึ้นเป็นที่มาของพลาสติกแตกสลายทางชีวภาพได้ (biodegradable plastics) แต่ก็ยังคงพบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพนี้ คือ พลาสติกย่อยสลายเองไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพลาสติกกลุ่มนี้มีการผสมสารอินทรีย์บางส่วน ทำให้จุลินทรีย์ย่อยสลายได้เฉพาะส่วนที่เป็นสารอินทรีย์ แต่ยังคงเหลือพลาสติกที่ย่อยสลายยากอยู่ ทำให้พลาสติกที่ได้มีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากเดิมที่ใช้เวลานานกว่าจะถูกย่อยสลายในสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างพลาสติกในกลุ่มนี้ที่ถูกนำมาใช้ คือ พลาสติกย่อยสลายได้ชนิดอ๊อกโซ (oxo-degradable plastics) เป็นพลาสติกที่ผลิตเหมือนพลาสติกทั่วไป แต่เติมสารเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นสารเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเพื่อย่อยสลายได้ โดยต้องอาศัยปฏิกิริยาเคมีทางธรรมชาติ คือ แสงแดด ความร้อน และออกซิเจน ทำให้พลาสติกแตกสลายกลายเป็นพลาสติกที่มีขนาดเล็ก ๆ ที่เรียกกันว่า ไมโครพลาสติก (microplastics) ทำให้ในหลายประเทศต้องออกประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกในกลุ่มนี้ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นพลาสติกชีวภาพ (bioplastics) ที่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ (bio-based plastics) โดยใช้แหล่งคาร์บอนที่มีอยู่ในโมเลกุลของแป้ง น้ำตาล น้ำมันพืช หรือเซลลูโลส ที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายพอลิเมอร์ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น มาใช้แทนวัตถุดิบที่ได้จากการสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล […]
เหล็กใน อาวุธป้องกันที่อันตราย
เหล็กในเป็นอวัยวะสำคัญที่ผึ้งใช้ในการป้องกันตนเองและปกป้องรังจากศัตรู โดยเฉพาะในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อยศัตรู เหล็กในของผึ้งจะฝังติดอยู่กับผิวหนังของเหยื่อ ส่งผลให้อวัยวะภายในบางส่วนถูกดึงออกมาด้วย และทำให้ผึ้งต้องสละชีวิต เหล็กใน (sting) เป็นอวัยวะป้องกันตัวที่พบในผึ้งนางพญาและผึ้งงาน โดยเหล็กในของนางพญาจะมีไว้ต่อสู้กับนางพญาตัวอื่นเท่านั้น ส่วนผึ้งเพศเมียมีหน้าที่ดูแล ปกป้องรังและหาอาหาร อวัยวะนี้วิวัฒนาการมาจากอวัยวะวางไข่และเชื่อมต่อกับถุงพิษที่อยู่ภายในช่องท้อง เมื่อผึ้งต่อย กล้ามเนื้อในช่องท้องจะบีบตัวเพื่อฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายของศัตรู และเมื่อเหล็กในฝังเข้าไปแล้ว ผึ้งจะไม่สามารถดึงกลับได้ ส่งผลให้ชิ้นส่วนอวัยวะภายในฉีกขาดออกมา ทำให้มันตายในที่สุด พิษผึ้ง (Bee Venom) เป็นของเหลวใส มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นนมแมว มีรสขม และมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนประกอบสำคัญของพิษผึ้ง ได้แก่ สำหรับบางคนที่แพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรง อาจเกิดภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายถึงชีวิตและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยด่วน วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย หากถูกผึ้งต่อย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้: เหล็กในของผึ้งเป็นกลไกป้องกันตัวที่ทรงพลัง แต่ก็แลกมาด้วยชีวิตของมันเอง พิษผึ้งสามารถก่อให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบได้ ในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกผึ้งต่อย จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine

