ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
อิมัลชัน ความต่างที่เข้ากันได้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้วนั้นว่า ถ้าเราผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน สุดท้ายแล้วสารทั้ง 2 ชนิดก็จะแยกชั้นไม่สามารถผสมกันได้ แต่อิมัลชัน (emulsion) สามารถทำให้สารที่เข้ากันไม่ได้นี้สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยใช้สารที่มีส่วนของโมเลกุลที่ชอบน้ำ (hydrophilic) และไม่ชอบน้ำหรือชอบน้ำมัน (hydrophobic) เรียกสารนี้ว่า อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ซึ่งช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างสารทั้ง 2 ชนิด ทำให้เราสามารถผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันได้ อิมัลชันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ น้ำมันในน้ำ (oil in water, O/W) ตัวอย่างเช่น น้ำนม ซึ่งมีไขมันนมกระจายตัวอยู่ในน้ำ ทำให้มองเห็นน้ำนมเป็นสีขาวขุ่นจากแสงที่เกิดการสะท้อน เมื่อกระทบลงบนหยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่ในน้ำ อิมัลชันอีกประเภทหนึ่งคือ น้ำในน้ำมัน (water in oil, W/O) ตัวอย่างเช่น มาการีน ซึ่งมีหยดน้ำกระจายตัวอยู่ในน้ำมันพืช ตัวอย่างอิมัลชันที่เราสามารถเตรียมได้อย่างง่าย ๆ คือ การทำน้ำสลัด ที่ต้องใช้น้ำมันและน้ำ (หรือบางสูตรใช้น้ำส้มสายชู) ตีผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้น้ำมันแตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจายในน้ำ แต่ถ้าเราไม่ใช้สารอิมัลซิไฟเออร์สุดท้ายสารทั้ง 2 ต้องแยกออกจากกันอยู่ดี […]
ความรักที่น่ายกย่องของนกเงือก
นกเงือก (Hornbills) เป็นนกโบราณที่มีขนาดใหญ่ โดยรูปร่างของมันจะมีจะงอยปากใหญ่และโค้ง มีสีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำและขาว มีขนตายาวและโค้งงอน และเมื่อนกบินผ่านก็จะได้ยินเสียงดังตอนที่กระพือปีก เพราะนกเงือกไม่มีขนคลุมปีก ลมจึงผ่านช่องว่างระหว่างโคนขนปีกแล้วทำให้เกิดเสียงขึ้นมา นกเงือกเป็นนกที่กินผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะผลไม้สุก เช่น ไทร มะเมื่อย ตาเสือ และยางโอน นกเงือกนั้นถูกพูดถึงในแง่ของการเป็นต้นแบบของความรักที่น่ายกย่อง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ช่วยกันสร้างรังเพื่อเลี้ยงลูกในช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกเงือกจะจับคู่เพื่อผสมพันธุ์เพียงแค่ตัวเดียว (monogamous) ในหนึ่งช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น พ่อและแม่นกเงือกจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดถึงครึ่งปีเพื่อช่วยดูแลลูกนกเงือกให้ออกมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรงพร้อมที่จะดูแลชีวิตของตัวเองได้ กว่าที่ตัวผู้จะมัดใจตัวเมียได้นั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการหารังที่เหมาะสม เนื่องจากปกตินกเงือกมักจะอยู่กันเป็นฝูง แต่พอถึงช่วงฤดูผสมพันธุ์ก็จะแยกจากฝูงไปเป็นคู่ เพื่อทำรังเลี้ยงลูก นกเงือกจะทำรังในโพรงไม้ แต่ไม่สามารถสร้างโพรงรังขึ้นมาเองได้จึงต้องอาศัยโพรงที่เกิดจากสัตว์ตัวอื่นที่สร้างโพรงทิ้งไว้แล้วอย่างเช่น เกิดจากนกหัวขวานมาเจาะทำรัง เมื่อเวลาผ่านไปโพรงก็จะขยายขึ้นจากเชื้อรา และเกิดจากผึ้งมาทำรังทำให้หมีมาขุดหาน้ำหวานจนเกิดเป็นโพรง นกเงือกตัวเมียจะต้องอยู่ภายในรังประมาณ 3-4 เดือนเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูก ลักษณะของโพรงจะต้องไม่ใหญ่หรือแคบไปเพราะฉะนั้นการหารังที่ดี ๆ ของตัวผู้จึงเป็นการมัดใจให้ตัวเมียตัดสินใจพร้อมผสมพันธุ์โดยต้องใช้เวลาเกือบเดือน นอกจากนี้ตัวผู้ยังต้องดูแลเอาใจใส่โดยจะตามติดตัวเมียตลอดเวลา ตัวเมียบินไปไหนตัวผู้ก็จะบินตามไปด้วยพร้อมทั้งหาอาหารมาให้ตัวเมีย จนในที่สุดตัวเมียก็พร้อมที่จะรับคำขอของตัวผู้เมื่อตัวเมียตัดสินใจจะเข้าไปอยู่ในโพรง ก็เริ่มทำความสะอาดโพรงและตัวเมียจะปิดปากโพรงโดยใช้เศษดิน เศษไม้หรือมูลของมันมาฉาบรอบรูโพรงให้แคบลง ให้สามารถรับอาหารจากตัวผู้และถ่ายมูลได้อย่างเดียว หลังจากนี้พ่อและแม่นกเงือกจะรับหน้าที่ที่สำคัญในการเลี้ยงลูกนกเงือก โดยแม่นกจะอยู่ในรังกับลูกตลอด ไม่ใช่แค่เพียงที่กล่าวมาเท่านั้นเพราะพ่อนกยังจะคอยหาอาหารมาให้แม่นกและจะเริ่มหาอาหารมาป้อนบ่อยขึ้น หลังจากมีลูกนกฟักไข่ออกมา พ่อนกจะไม่ได้หาเฉพาะผลไม้แต่จะหาอาหารชนิดอื่นอย่างเช่น แมลง งู ไข่ และลูกนก เพื่อให้ได้โปรตีน และแคลเซียมสูง ทำให้ลูกนกเจริญเติบโตได้สมบูรณ์และแข็งแรงถึงแม้พ่อนกจะเจออุปสรรคหรือบาดเจ็บอย่างไร […]
นิทรรศการพลังวิทย์พิชิตยาเสพติด (Anti – drug exhibition)
นิทรรศการพลังวิทย์พิชิตยาเสพติด (Anti – Drug Exhibition) จัดแสดงที่ชั้น 1 อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดในด้านวิทยาศาสตร์ เป็นการสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ โดยใช้สื่อประสบการณ์จำลองกระตุ้นให้เกิดคำถาม และทดลอง นำไปสู่คำตอบ ผู้ชมมีส่วนร่วมในนิทรรศการในรูปแบบ Interactive เพื่อให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกัน และรู้เท่าทันอันตรายของยาเสพติด โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้ โซนที่ 1 : ภัยร้ายใกล้ตัว เพื่อให้เยาวชนรู้ทันอันตรายของยาเสพติดที่มาในรูปแบบต่าง ๆ โซนที่ 2 : รู้จักเพื่อรู้หลีก เพื่อให้เยาวชนรู้จักประเภทและชนิดของยาเสพติด โซนที่ 3 : ยาเสพติดมีฤทธิ์ร้าย เพื่อให้เยาวชนมีความเข้าใจภาวะของผู้ติดยาเสพติด และผลเสียต่อชีวิตและสังคม โซนที่ 4 : กลับตัวกลับใจ สังคมให้อภัย เพื่อให้เยาวชนถึงการป้องกัน และการบำบัดยาเสพติด FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ
ทองคำ แร่โลหะมูลค่าสูงมีประโยชน์มากมายทั้งใช้เป็นหลักประกันในการแลกเปลี่ยนเงินตราของนานาประเทศ ใช้ทำเครื่องประดับ ทำส่วนประกอบของเครื่องมือวิทยาศาสตร์และงานอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงสามารถใช้แปรเปลี่ยนเป็นเงินได้ในยามขัดสน และในบางครั้งทองคำถูกนำมาใช้ในด้านส่งเสริมความงาม ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ ทอง เป็นแร่ธาตุโลหะตามธรรมชาติที่มีสมบัติเด่นคือ สีผิวและสีผงของแร่มีสีเหลืองทองเช่นเดียวกัน มีน้ำหนักตึงมือเนื่องจากมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงถึง 15 – 19 ขึ้นอยู่กับมลทินที่ปะปนแล้ว มีความแข็งที่ประมาณ 2-3 ตามโมห์สเกล มีความวาวแบบโลหะ และยังมีความอ่อนตัวจึงสามารถทุบเป็นแผ่นบาง ดัดและดึงเป็นเส้นได้ ทองคำ พบได้ในหินเกือบทุกชนิด แต่พบในปริมาณน้อยเฉลี่ยเพียง 0.0035 กรัมต่อตันเปลือกโลกเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางพื้นที่มีสภาพทางธรณีวิทยาเหมาะสมกับการเป็นแหล่งสะสมตัวทองคำ เช่นแหล่งทองคำที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเลย มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทองคำหลากหลายรูปแบบ โดยมากจะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในทุกระดับ และยังมีการนำทองคำผสมในเครื่องสำอางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าโดยอ้างสรรพคุณลดเลือนริ้วรอย ถึงแม้ว่าปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีการค้นพบว่าทองคำสามารถต้านอนุมูลอิสระและรักษาการอักเสบของโรคเก๊าได้ดี จึงทำให้เกิดแนวคิดว่าหากนำทองคำมาใช้ในการต้านอนุมูลอิสระที่ผิวหนังน่าจะได้ผลดีเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยใดรองรับแนวคิดนี้ และถึงแม้ว่าทองคำบริสุทธิ์จะไม่ได้เป็นพิษต่อร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และหากถูกสังเคราะห์ให้อนุภาคมีขนาดเล็กลงหรืออยู่ในรูปของเกลือและรับเข้าสู่ร่างกาย ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในและยับยั้งการสร้างเม็ดเลือดได้อีกด้วย จากคำถามที่ว่า “ทองคำเสริมความงามจากภายในได้จริงหรือ” เมื่อยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบด้านถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา รวมถึงความคุ้มค่าและเงินในกระเป๋าสตางค์ อ้างอิง แร่ : กรมทรัพยากรธรณีhttps://bit.ly/3kuDvE2https://bit.ly/3lMfDuJhttps://bit.ly/3AvJU7hhttps://bit.ly/3CD5qb7 FacebookFacebookXTwitterLINELine

