ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เจาะลึกใต้ผิวหนัง ส่องดูส่วนประกอบของเลือด
เลือดเปรียบเสมือนระบบขนส่งของร่างกาย มีหน้าที่สำคัญคือ นำออกซิเจนที่เราได้จากการหายใจ สารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป รวมทั้งสารอื่น ๆ ไปยังเซลล์และอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่วนของเสียจากร่างกาย เลือดก็มีหน้าที่นำของเสียเหล่านี้ไปยังอวัยวะที่ใช้ในการขับถ่าย เพื่อกำจัดออกจากร่างกายอีกด้วย เรามาเจาะลึกลงไปดูกันว่า ในเลือดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เลือดที่เราเห็นสีแดงเข้มนี้ ถ้าเราลองนำไปปั่นเหวี่ยงแยกชั้นตามความหนาแน่นของสาร เราจะเห็นเลือดมีการแยกชั้นแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นของเหลว เรียกว่า น้ำเลือดหรือพลาสมา (Plasma) พบประมาณ 55% ประกอบด้วยสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว (Fibrinogen), แอนติบอดี (Antibody), เอนไซม์, ฮอร์โมน เป็นต้น ชั้นถัดมาอยู่ตรงกลางมีสีขาวเป็นส่วนของเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาว มีปริมาณไม่ถึง 1% ส่วนชั้นล่างสุดมีสีแดง เป็นส่วนของเม็ดเลือดแดง มีประมาณ 45% เมื่อเรานำเลือดมาส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นส่วนประกอบของเซลล์หลัก ๆ 3 ชนิด คือ 1. เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red blood cells หรือ RCB) เป็นเซลล์ที่พบได้มากที่สุดในน้ำเลือด พัฒนามาจากสเต็มเซลล์ในไขกระดูก มีขนาดประมาณ 6 ไมโครเมตร […]
ชื่อแร่ไพไรต์ แต่ทำไมเรียก “ทองคนโง่”
หลายครั้งที่เราเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการที่ผู้คนพบวัตถุหรือก้อนแร่ที่มีลักษณะคล้ายทองคำโดยบังเอิญ สร้างความยินดีแก่ผู้ที่พบและนำกลับมาครอบครอง เมื่อผู้คนมากมายทราบข่าว ต่างก็หลั่งไหลไปค้นหาด้วยหวังว่าจะเป็นผู้โชคดีเช่นกัน แต่สุดท้ายไม่เป็นดังหวัง เป็นเพราะอะไร แร่ไพไรต์ (Pyrite) มีองค์ประกอบทางเคมี คือ FeS2 หรือมีชื่อเรียกแบบโบราณว่า เพชรหน้าทั่ง ลักษณะเด่นที่เห็นชัดคือ ผลึกของแร่มีลักษณะเป็นลูกบาศก์มุมตัด ที่ผิวมีลักษณะเป็นร่องเล็กในแนวขนานกัน หรือพบว่าเกิดเป็นมวลเม็ดหรือมวลก้อนกลมได้เช่นกัน แร่ชนิดนี้มีความแข็งแต่เปราะ แนวแตกเรียบชัดเจนแต่มีรอยแตกแบบก้นหอยถึงขรุขระ มีความแข็งประมาณ 6- 6.5 ตามโมห์สเกล และมีความวาวแบบโลหะ แต่สมบัติสำคัญที่ทำให้แร่ชนิดนี้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแร่ทองคำ นั่นคือ สีของแร่ไพไรต์มีสีเหลืองคล้ายโลหะทองเหลือง แต่เมื่อทดสอบด้วยการขูดแร่กับกระเบื้องไม่เคลือบ จะพบว่าผงแร่มีสีดำออกเขียว แร่ไพไรต์จัดเป็นแร่ในกลุ่มซัลไฟด์ที่พบได้แพร่หลาย โดยแหล่งแร่ไพไรต์แหล่งใหญ่ของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดยะลา แร่ไพไรต์ไม่ใช่แร่ทองคำ แต่ด้วยลักษณะของสีที่คล้ายกัน หากไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย จึงทำให้ได้รับฉายาว่า “ทองคนโง่” อย่างไรก็ตาม แม้แร่ไพไรต์หรือทองคนโง่จะไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลดังเช่นแร่ทองคำ แต่ก็มีประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะเป็นสินแร่กำมะถันที่สำคัญ ที่ใช้ประโยชน์เพื่อทำกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นกรดตั้งต้นที่จะนำไปผลิตกรดชนิดอื่น ๆ และ Copperas (Ferrous sulfate) ซึ่งใช้ในการทำสีย้อมและการทำหมึก ทำยารักษาเนื้อไม้และยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ในบางแหล่งของโลกอาจจะมีการทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อเอาแร่ทองคำกับแร่ทองแดงที่เกิดปนอยู่ด้วย และในบางประเทศที่หาแหล่งเหล็กออกไซด์ไม่ได้จะทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อถลุงเอาโลหะเหล็กมาใช้งาน จากนี้ไป หากมีโอกาสพบเห็นแร่ที่มีลักษณะดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะดีใจกระจายข่าวให้ผู้คนร่วมยินดี ขอให้ท่านตั้งสติแล้วลองทดสอบแร่ด้วยวิธีการขูดดูสีผงของแร่ก่อนซักนิด หากสีผงที่ได้มีสีดำออกเขียว ไม่เป็นสีทองดังหวัง […]
หน่วยวัดความเผ็ดของพริก
ถ้าหากพูดถึงอาหารไทย หลายคนคงนึกถึงอาหารที่มีความเผ็ดเป็นแน่ ซึ่งสังเกตได้จากอาหารหลาย ๆ อย่างจะต้องมีพริกเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหาร ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า พริกที่ให้ความเผ็ดนั้นใช้หน่วยอะไรในการวัดระดับกันนะ หน่วยวัดความเผ็ดในพริก เรียกว่า “สโกวิลล์ ฮีต ยูนิต” หรือ“เอสเอชยู” (Scoville Heat Unit ; SHU) โดยคำว่า Scoville มาจากชื่อของผู้คิดค้นวิธีการวัดระดับ คือ วิลเบอร์ สโกวิลล์ (Wilber Scoville) นักเคมีชาวอเมริกัน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1912 จากการใช้วิธีทดสอบความเผ็ดของพริกโดยทดสอบทางประสาทสัมผัส และใช้แอลกอฮอล์ละลายสารให้ความเผ็ดหรือแคปไซซิน (Capsaicin) แล้วนำไปเจือจางในน้ำ ทดลองให้คนชิมแล้วเพิ่มปริมาณขึ้นทีละนิดจน 3 ใน 5 คนที่เป็นผู้ทดลองชิมจะไม่สามารถรับรู้ถึงรสเผ็ดได้ ถ้าหากมีการเจือจางมากครั้งก็แสดงว่าพริกนั้นเผ็ดมากถ้าเจือจางน้อยครั้งก็แสดงว่าเผ็ดน้อย ปัจจุบันความเข้มข้นของแคปไซซินถูกกำหนดโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการทดสอบทั่วไปนั้นจะใช้วิธี High Pressure Liquid Chromatography (HPLC) เป็นการวัดแคปไซซินโดยตรงที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำกว่าวิธีทางประสาทสัมผัส ค่าตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งทำให้พริกมีระดับความเผ็ดมากเท่านั้น เรามาดูตัวอย่างระดับความเผ็ดของพริกแต่ละชนิดกันเลย อ้างอิง https://1th.me/Gz6t0https://1th.me/JPfPV FacebookFacebookXTwitterLINELine
แฝดสาม พันธุ์ไม้หน้าตาคล้ายกัน
หากใครชอบเดินเล่นตามสวนสาธารณะ หรือมีโอกาสขับรถไปตามถนนสักเส้น รวมถึงเดินผ่านบริเวณด้านหน้าอาคารท้องฟ้าจำลองกรุงเทพของเรา คงจะเคยเห็นไม้ยืนต้นดอกสวยหลากหลายสายพันธุ์บริเวณริมถนนกันมาบ้าง ด้วยลักษณะของดอกเมื่อผลิออกตามช่วงเดือนต่าง ๆ มีความสวยงามและรูปร่างคล้ายคลึงกันมาก จนทำให้หลายคนแยกไม่ออกว่าเป็นสายพันธุ์ไหนกันแน่ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับไม้ยืนต้นผลัดใบที่ได้รับฉายาว่า “แฝดสาม” กันสักหน่อย ตะแบก เสลา อินทนิล เป็นพรรณไม้กลุ่มพืชมีดอกในวงศ์ Lythraceae ด้วยลักษณะเด่นของสีดอกที่คุมโทนม่วงเป็นหลัก ได้แก่ ม่วงเข้ม ม่วงอ่อน และม่วงอมชมพู อีกทั้งยังมีสีขาวประปราย ความสวยงามและความแตกต่างของดอกเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้เกิดความสับสนในสายพันธุ์ หากว่าเราเจอต้นไม้เหล่านี้ในช่วงฤดูกาลที่ยังไม่ออกดอก จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นต้นไม้สายพันธุ์ใด ตะแบก (Bungor) ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia floribunda Jack. ไม้ยืนต้นสูง 15-20 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นมันและหลุดล่อนคล้ายลำต้นฝรั่ง ใบอ่อนมีขนนุ่มปกคลุมตลอดทั้งใบ ส่วนใบแก่ผิวเรียบเกลี้ยง ดอกออกตามปลายกิ่งชูช่อตามเรือนยอด มีตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงม่วงอมชมพู และดอกเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวแลดูสวยงาม ดอกออกให้เชยชมในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ตะแบกเป็นไม้ยืนต้น ปลูกง่าย ชอบแดด ทนแล้ง โตเร็ว ทรงพุ่มใหญ่กว้าง และให้ร่มเงาได้ดี จึงนิยมปลูกตามสวนสาธารณะนั่นเอง เสลา (Thai bungor) ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudonii […]

