ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569”
เปิดเวทีประชันไอเดียและทักษะด้านหุ่นยนต์! ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญนักเรียนนักศึกษา สกร. และครูที่ปรึกษา เข้าร่วมโครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทการแข่งขัน กำหนดการ ร่วมแสดงศักยภาพด้าน STEM ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ พร้อมโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศ รายละเอียดโครงการและกำหนดการ ดูได้จากเอกสารแนบ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หน่วยวัดความเผ็ดของพริก
ถ้าหากพูดถึงอาหารไทย หลายคนคงนึกถึงอาหารที่มีความเผ็ดเป็นแน่ ซึ่งสังเกตได้จากอาหารหลาย ๆ อย่างจะต้องมีพริกเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหาร ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า พริกที่ให้ความเผ็ดนั้นใช้หน่วยอะไรในการวัดระดับกันนะ หน่วยวัดความเผ็ดในพริก เรียกว่า “สโกวิลล์ ฮีต ยูนิต” หรือ“เอสเอชยู” (Scoville Heat Unit ; SHU) โดยคำว่า Scoville มาจากชื่อของผู้คิดค้นวิธีการวัดระดับ คือ วิลเบอร์ สโกวิลล์ (Wilber Scoville) นักเคมีชาวอเมริกัน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1912 จากการใช้วิธีทดสอบความเผ็ดของพริกโดยทดสอบทางประสาทสัมผัส และใช้แอลกอฮอล์ละลายสารให้ความเผ็ดหรือแคปไซซิน (Capsaicin) แล้วนำไปเจือจางในน้ำ ทดลองให้คนชิมแล้วเพิ่มปริมาณขึ้นทีละนิดจน 3 ใน 5 คนที่เป็นผู้ทดลองชิมจะไม่สามารถรับรู้ถึงรสเผ็ดได้ ถ้าหากมีการเจือจางมากครั้งก็แสดงว่าพริกนั้นเผ็ดมากถ้าเจือจางน้อยครั้งก็แสดงว่าเผ็ดน้อย ปัจจุบันความเข้มข้นของแคปไซซินถูกกำหนดโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการทดสอบทั่วไปนั้นจะใช้วิธี High Pressure Liquid Chromatography (HPLC) เป็นการวัดแคปไซซินโดยตรงที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำกว่าวิธีทางประสาทสัมผัส ค่าตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งทำให้พริกมีระดับความเผ็ดมากเท่านั้น เรามาดูตัวอย่างระดับความเผ็ดของพริกแต่ละชนิดกันเลย อ้างอิง https://1th.me/Gz6t0https://1th.me/JPfPV FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมถึงต้องหาว
เมื่อพูดถึงการ “หาว” หรือเห็นคนที่หาวเราจะรู้สึกว่าคนคนนั้นต้องกำลังง่วงแน่นอน แล้วทุกคนเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องหาว การหาวเกิดจากอะไรกันแน่เป็นเพราะเราง่วงจริง ๆ หรือไม่ แล้วถ้าหาวบ่อย ๆ จะส่งผลเสียอะไรต่อร่างกายบ้างไหม วันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยและทำความเข้าใจกับการหาวให้มากยิ่งขึ้น การหาว (Yawning) ถือเป็นการรักษาสมดุลของร่างกายโดยการนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดแก๊สออกซิเจนหรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมีมากเกินไป จากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศไม่ถ่ายเท ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า หรือมีการพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง นอกจากนี้แล้วการหาวยังเป็นสัญญาณเตือนอาการป่วยที่รุนแรงของโรคต่าง ๆ ได้เมื่อการหาวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น โรคเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคลมชัก โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นต้น โรคที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะมีอาการร่วมกันคือหาวบ่อยที่เกิดจากแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มีความผิดปกติของหลอดเลือดหรือการกดทับของเนื้องอก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีการหาวบ่อย ดังนั้นเราควรที่จะสังเกตตัวเองอยู่เสมอและควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายได้รับแก๊สออกซิเจนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าเพื่อเพิ่มแก๊สออกซิเจนให้กับเลือด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเท และห้ามมองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกายเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพของเราก็ได้ อ้างอิง https://bit.ly/3BnCLGhhttps://bit.ly/3DvAPxm FacebookFacebookXTwitterLINELine
ถ้าหวัดหายไปจากโลก
FacebookFacebookXTwitterLINELine
Plant-based food เปลี่ยนอาหารให้รักษ์โลก
จากกระแสความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้รูปแบบของอาหารปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช หรือที่เราเรียกกันว่า plant-based food เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก (alternative protein) ที่ทำมาจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว เห็ด สาหร่าย ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการเลี้ยงสัตว์และผลิตเนื้อสัตว์ หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน อีกทั้งการผลิตเนื้อสัตว์มีการใช้ทรัพยากรมากกว่าการปลูกพืชอีกด้วย นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชยังช่วยในเรื่องสุขภาพที่ดีของเรา เนื่องจากการกินเนื้อสัตว์แปรรูปปริมาณมาก ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในเลือดสูง และเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชนี้สามารถบริโภคทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลย เนื่องจากมีการเพิ่มสารอาหาร เพื่อช่วยให้คนที่ไม่กินเนื้อเลย สามารถได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เช่น วิตามินบี 12, สังกะสี, เหล็ก, แคลเซียม และโอเมก้า-3 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนรักสุขภาพ และคนที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น (flexitarian) ซึ่งเป็นกลุ่มบริโภคมังสวิรัติเป็นหลักสลับกับเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา มีตัวเลือกอาหารที่ทำจากพืชมากขึ้น จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชเหล่านี้ เราได้บริโภคกันมานานมากแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติและอาหารเจ นั่นคือ โปรตีนเกษตร แต่ปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์อาหารมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้กลิ่นรส เนื้อสัมผัส สีสัน […]

