ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
พิราบ สุดยอดนกนำทางพันธุ์อึด
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พิราบสื่อสาร” เนื่องจากในสมัยโบราณ เราใช้นกพิราบในการนำส่งสารหรือข้อความไปยังที่ห่างไกล ปัจจุบัน นกพิราบได้กลายมาเป็นเกมการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยการปล่อยนกพิราบที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้บินออกไปในระยะไกล เพื่อแข่งขันระยะเวลาในการเดินทาง ว่าแต่…ทำไมนกพิราบจึงจดจำเส้นทางได้นับ 1,000 กิโลเมตร นกพิราบมีตาอยู่ด้านข้าง จึงมองเห็นได้เป็นมุมกว้างถึง 340 องศา มันสามารถได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นมีความถี่เพียง 0.1 Hz อีกทั้งการรับรู้กลิ่นยังช่วยให้มันหาทางกลับบ้านได้ด้วย และจากการค้นคว้าในปี พ.ศ. 2524 เราจึงได้รู้ว่า นกพิราบมีแม่เหล็กในตัว (Magnetite) ซึ่งมันสามารถสัมผัสถึงสนามแม่เหล็กโลกได้ นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประสาทบริเวณจะงอยปาก ซึ่งสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงรับรู้พลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเวลากลางคืน พวกมันจะใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของนกพิราบ รวมกับความสามารถในการหาทิศทางของพวกมัน ทำให้นกพิราบสามารถจดจำเส้นทางการบินได้ทั้งไปและกลับ อีกทั้งพวกมันยังสามารถบินได้ในระยะไกล สมกับเป็นนกนำทางพันธุ์อึด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมน้ำทะเลมีสีฟ้า?
มีใครเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมน้ำทะเลที่เห็นจึงมีสีฟ้า บ้างก็มีสีเขียว หรือสีน้ำเงินเข้ม แต่เมื่อเราใช้แก้วน้ำตักน้ำทะเลขึ้นมา กลับมีสีใสเหมือนน้ำที่เราใช้ดื่มหรือใช้อาบในทุกวัน ไม่ได้มีสีสันสวยงามเหมือนที่เรามองเห็นเลยแม้แต่น้อย ความจริงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์การกระเจิงแสง โดยการที่เราสามารถมองเห็นสีสันของสิ่งต่าง ๆ ได้นั้น เกิดจากแสงที่มีแหล่งกำเนิดมาจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับพื้นผิวน้ำหรือสิ่งของต่าง ๆ แล้วแสงนั้นสะท้อนมายังดวงตา จึงทำให้เรามองเห็นสีสันของสิ่งต่าง ๆ แต่สำหรับน้ำ เมื่อแสงที่มีช่วงคลื่นของสีต่าง ๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงินที่มีความยาวคลื่นสั้นตกกระทบกับน้ำ จะเกิดการกระเจิงหรือการแพร่กระจายของแสงในน้ำได้ดีที่สุดและถูกโมเลกุลของน้ำดูดกลืนไว้ได้น้อย ต่างจากช่วงแสงสีแดงที่จะถูกดูดกลืนไว้ได้มาก และช่วงแสงสีเขียวรองลงมา เมื่อแสงสีแดงและแสงสีเขียวถูกโมเลกุลของน้ำดูดกลืนไว้ได้ดีกว่าสีน้ำเงิน แสงทั้งสองสีนี้จึงหายไปได้ง่ายเมื่อลงสู่น้ำ สีน้ำทะเลที่ปรากฏออกมาให้เห็นจึงเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินนั่นเอง แต่แล้วทำไมน้ำทะเลบางที่ถึงมีสีเขียว สีน้ำเงิน หรือสีฟ้า แตกต่างกันออกไป สิ่งนี้เกิดจากความตื้นและลึกของน้ำทะเล และสิ่งเจือปนต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำทะเล การที่น้ำในทะเลลึกอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินมาก จะมีสิ่งเจือปนต่าง ๆ อยู่น้อย น้ำในบริเวณนี้จะใสมากและเกิดการดูดกลืนแสงสีแดงและแสงสีเขียวอย่างสมบูรณ์ จึงเห็นเพียงแสงสีน้ำเงินเข้มเท่านั้นที่กระเจิงได้ดีและโดดเด่นขึ้นมา ต่างจากบริเวณชายฝั่งที่มีสิ่งเจือปนอยู่มาก สีของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งจึงมีสีที่ผิดเพี้ยนแตกต่างกันออกไปตามสีของสิ่งเจือปนนั้น ๆ แต่สำหรับทะเลบางที่ที่มีสีเขียว จะแสดงถึงทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก บริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนพืช ซึ่งแพลงก์ตอนเหล่านี้จะดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสะท้อนแสงสีเขียวออกมาแทน จึงทำให้น้ำทะเลมีสีเขียวสวยงาม อ้างอิง https://bit.ly/2YlqVOChttps://bit.ly/3Fn3aH FacebookFacebookXTwitterLINELine
กินทุเรียนอย่างไร ถึงจะพอดี ไม่อ้วน และปลอดภัย
สาวกทุเรียน ข้อแนะนำ: หากมีทุเรียนตบท้ายมื้ออาหาร มื้ออาหารนั้นควรลดอาหารกลุ่มข้าว แป้ง ของหวาน และเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง อย่างเช่น น้ำอัดลม และไม่ควรกินทุเรียนเกินครั้งละ 1-2 เม็ด และไม่ควรกินทุกวัน เพราะทุเรียนมีปริมาณน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูงมาก ทุเรียน 1 เม็ด (น้ำหนัก 40 กรัม) ให้พลังงาน 50 – 60 กิโลแคลอรี่ และเนื้อทุเรียน 1 กิโลกรัม อาจจะให้พลังงานมากถึง 1,350 แคลอรี่ โดยประมาณ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 68 ของพลังงานที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (2,000 แคลอรี่) นอกจากนั้น สาวกทุเรียนควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย สหายแอลกอฮอล์ ข้อแนะนำ: ควรเลี่ยงการกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรณีที่ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระบวนการเผาผลาญก็จะเพิ่มขึ้นตาม ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ จนอาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยกลุ่มโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบตัน […]
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร
การขยายพันธุ์พืชเป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืช มีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงสายพันธุ์ของพืชชนิดต่าง ๆ ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์และยังเป็นการขยายพันธุ์เพื่อการค้าด้วย ซึ่งมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและความเหมาะสม เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง การเสียบยอด และที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หากพูดถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ถ้าเป็นแต่ก่อนหลายคนคงสงสัยว่าคืออะไรกันนะ แต่ปัจจุบันคำนี้ได้แพร่หลายออกไปในแวดวงวิทยาศาสตร์และการเกษตร การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant tissue culture) คือ การนำชิ้นส่วนพืชที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิต ได้แก่ ดอก ใบ ลำต้น ผล และรากมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น เพื่อให้เซลล์พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงปราศจากเชื้ออันเป็นสาเหตุให้พืชหยุดการเจริญเติบโต ถือว่าเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่มจำนวนพืชได้ในปริมาณมาก ๆ ในแต่ละครั้งของการเพาะเลี้ยง และการเจริญเติบโตของต้นอ่อนค่อนข้างคงที่และใกล้เคียงกัน จึงเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรที่ต้องการวันจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอน อีกทั้งในเรื่องของการขนย้ายทำได้ง่ายและสะดวก เนื่องจากพืชมีขนาดเล็ก สำหรับพืชที่นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพืชที่มีปัญหาในเรื่องของโรคพืช หรือมีความอ่อนแอในด้านของเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ขิง กล้วยไม้ และพืชเศรษฐกิจ เช่นกุหลาบ ดาวเรือง ข้าว แครอท คาร์เนชั่น เยอร์บีร่า เป็นต้น ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มี […]

