ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Plant-based food เปลี่ยนอาหารให้รักษ์โลก
จากกระแสความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้รูปแบบของอาหารปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช หรือที่เราเรียกกันว่า plant-based food เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก (alternative protein) ที่ทำมาจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว เห็ด สาหร่าย ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการเลี้ยงสัตว์และผลิตเนื้อสัตว์ หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน อีกทั้งการผลิตเนื้อสัตว์มีการใช้ทรัพยากรมากกว่าการปลูกพืชอีกด้วย นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชยังช่วยในเรื่องสุขภาพที่ดีของเรา เนื่องจากการกินเนื้อสัตว์แปรรูปปริมาณมาก ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในเลือดสูง และเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชนี้สามารถบริโภคทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลย เนื่องจากมีการเพิ่มสารอาหาร เพื่อช่วยให้คนที่ไม่กินเนื้อเลย สามารถได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เช่น วิตามินบี 12, สังกะสี, เหล็ก, แคลเซียม และโอเมก้า-3 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนรักสุขภาพ และคนที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น (flexitarian) ซึ่งเป็นกลุ่มบริโภคมังสวิรัติเป็นหลักสลับกับเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา มีตัวเลือกอาหารที่ทำจากพืชมากขึ้น จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชเหล่านี้ เราได้บริโภคกันมานานมากแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติและอาหารเจ นั่นคือ โปรตีนเกษตร แต่ปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์อาหารมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้กลิ่นรส เนื้อสัมผัส สีสัน […]
ลัมปี สกิน โรคอุบัติใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม
ปัจจุบันผู้คนกำลังประสบกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรงทั่วทั้งโลกไม่เพียงแค่ผู้คนที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่น่าลำบากเช่นนี้ ในขณะเดียวกันเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ได้มีรายงานการพบโคเนื้อที่แสดงอาการของเชื้อไวรัสโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน “ลัมปี สกิน” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Lumpy skin disease virus สกุล Capripoxvirus ที่พบและแพร่กระจายในโค กระบือ แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอันฑะและหว่างขา โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตกและตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตายหรือมีหนอนชอนไชได้ นอกจากนี้ยังพบตุ่มน้ำใสที่เยื่อเมือกทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์มีอาการน้ำลายไหล ไม่เพียงแค่อาการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเหล่านี้เท่านั้น แต่สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีลักษณะซึม เบื่ออาหาร รวมถึงอาจมีภาวะเป็นหมันหรือแท้งลูก สำหรับในโคนมน้ำนมจะลดลง 25 – 65 เปอร์เซ็นต์ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการตายจะสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน โดยโรคลัมปี สกินนี้มีพาหะมาจากแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน และยุง รวมไปถึงน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล การใช้อุปกรณ์ร่วมกันของสัตว์ เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อในช่วงแรกจะต้องทนกับอาการที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่สามารถพูดหรือบอกได้เหมือนมนุษย์เมื่อเจ็บป่วย สำหรับการรักษาจะไม่มีการรักษาที่จำเพาะ ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคนี้จะมีเฉพาะในประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคมาก่อนแล้วเท่านั้น […]
รู้ทันภัยร้ายจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุในประเทศไทยตอนนี้ ทำให้เราเห็นข่าวว่ามีคนที่เกิดอาการชักจนเสียชีวิต เพราะอากาศที่ร้อนมากเกินไปหรือโรคลมแดด (Heat Stroke) แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงเองก็พบว่าเวลาที่อากาศร้อนจะมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่มีอาการ Heat Stroke ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าร่างกายมีการตอบสนองเพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิ ถ้าหากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากจนเกินไปไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิต่ำหรือสูงก็อาจจะส่งผลที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรืออาจจะรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตดังที่เป็นข่าว โดยปกติร่างกายของสัตว์เลือดอุ่นรวมไปถึงมนุษย์นั้น จะรักษาอุณหภูมิคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามสิ่งแวดล้อม ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นที่จะต้องมีการรักษาสมดุลความร้อน หรือการสร้างความร้อนที่ได้สัดส่วนกับการกำจัดความร้อนนั่นเอง ซึ่งร่างกายจะถูกควบคุมด้วยสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypotalamus) ให้มีอุณหภูมิประมาณ 37 °C และร่างกายจะมีตัวรับ (Receptor) ที่ใช้ในการรับอุณหภูมิร้อนเย็น เมื่อร่างกายได้รับความร้อนผ่านตัวรับ ร่างกายจะมีการลดความร้อนและระบายความร้อนออกมา โดยการลดกระบวนการเผาผลาญลง หลั่งเหงื่อพร้อมกับมีการขยายตัวของหลอดเลือด เพื่อระบายความร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่เหงื่อออกและหน้าแดงเวลาที่อากาศร้อน เพื่อให้อุณหภูมิร่างกายลดลง ส่วนเวลาที่ร่างกายได้รับความเย็นผ่านตัวรับร่างกายจะตอบสนอง เพื่อสร้างความร้อนและลดการระบายความร้อนโดยการหนาวสั่นพร้อมกับมีการหดตัวของหลอดเลือด กล้ามเนื้อยึดเส้นขนบริเวณผิวหนังหดตัวดึงเส้นขนบริเวณผิวหนังให้ตั้งขึ้น เรียกว่าขนลุก อากาศจะไม่สามารถสัมผัสกับผิวหนังได้ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนในร่างกายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ปกติอุณหภูมิที่ร่างกายรับการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่ออุณหภูมิอยู่ในช่วง 36-40 °C ซึ่งถ้าร่างกายมีอุณหภูมิที่ผิดปกติ ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงถึง 41°C ระบบประสาทบางส่วนจะถูกทำลายอย่างถาวร ทำให้เกิดอาการมึนงงและชักอย่างรุนแรง ถ้าอุณหภูมิยังสูงถึง 45°C ซึ่งเป็นขีดสุดที่ร่างกายจะทนไหว หากไม่มีการช่วยลดอุณหภูมิ เซลล์ทั่วไปของร่างกายจะถูกทำลายและอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ในที่สุด […]
บานชื่น: สีสันไม้ดอก เสน่ห์ของบ้านและสวน
ดอกบานชื่น ดอกไม้สีสันสดใส สะดุดตา นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน ในกระถาง ริมรั้วหรือตามทางเท้าเพื่อความสวยงาม มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและในแถบอเมริกากลาง เป็นไม้ดอกล้มลุกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zinnia violacea Cav. และมีชื่อสามัญว่า Zinnia (ดอกซินเนีย) ปัจจุบันบานชื่นได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่หลากหลายสี เช่น สีแดง ชมพู ส้ม เหลือง ขาว ม่วง และอื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่นหอม ลักษณะลำต้นสูงประมาณ 20 – 120 ซม. ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นและใบมีขน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี ดอกเป็นช่อกระจุก มีแบบชั้นเดียวและแบบดอกซ้อนทับกันหลายชั้น กลีบดอกวงนอกมีสีต่าง ๆ ส่วนกลีบดอกวงในเป็นรูปหลอดสีเหลือง เกสรตัวผู้และตัวเมียมีขนาดเล็ก ดอกบานชื่นที่เป็นสายพันธุ์เก่า ลักษณะของดอกจะบานไม่พร้อมกัน ทำให้ต้นเดียวมีทั้งดอกใหม่และดอกโรย จึงมีชื่อเรียกว่า “Youth-and-old-age” บานชื่นเป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งรับแสงแดดโดยตรงได้ตลอดทั้งวัน สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศเย็นและอุณหภูมิต่ำจะทำให้ได้ต้นไม้ที่มีคุณภาพดี ดอกใหญ่ สีเข้มกว่าในช่วงฤดูอื่น ๆ เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แม้ต้นบานชื่นจะปลูกง่าย แต่มีข้อจำกัดคือเป็นไม้ที่มีอายุสั้น จึงต้องหมั่นเก็บเมล็ดไว้เพาะพันธุ์เสมอ […]

