
ตามที่ วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เป็นวันวิ
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ

ตามที่ วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เป็นวันวิ
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
กลับมาเป็นกระแสในสังคมที่คนต่างพูดถึงกันอีกครั้ง เมื่อเหล้ากลายมาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากเกินไปแต่ความปลอดภัยกลับลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าถึงสารเคมีต่าง ๆ ง่ายขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตเหล้าออกมาจำหน่ายในท้องตลาดมากมาย ทั้งเหล้าที่ได้รับมาตรฐานและไม่ได้รับมาตรฐานที่เราเรียกกันว่า “เหล้าเถื่อน” ซึ่งมีส่วนประกอบของ “เมทานอล” สารเคมีที่ไม่ควรนำมาบริโภค เพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายถึงขั้นเสียชีวิตได้ เมทานอล หรือเมทิลแอลกอฮอล์ (Methanol or Methyl alcohol : CH3OH) คือ แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่มีความเป็นพิษสูง เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่เกิดจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ระเหยง่าย และมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ยากต่อการแยกแยะจากเอทานอล (Ethanol) ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ที่สามารถรับประทานได้ เมทานอลเป็นสารเคมีที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เป็นตัวทำละลาย ผลิตเชื้อเพลิง สีทาไม้ และเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารเคมีอื่น ๆ เหล้าเถื่อน คืออะไร ทำไมมีเมทานอล แม้ว่าเมทานอลจะไม่ได้ถูกใช้ในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วไป แต่สำหรับเหล้าเถื่อนหรือสุราปลอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตอย่างผิดกฎหมายเพราะไม่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ หากผู้ประกอบการต้องการลดต้นทุนการผลิต การนำเมทานอลมาผสมรวมกับเอทานอลจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจวิธีหนึ่งในการเพิ่มปริมาณดีกรีแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้น และอีกสาเหตุที่ทำให้เหล้าเถื่อนมีเมทานอล คือ ขั้นตอนการผลิต กระบวนการหมัก หรือการกลั่นที่ไม่มีมาตรฐาน ใช้วัตถุดิบที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้เกิดแอลกอฮอล์ประเภทเมทานอลแทนที่จะเป็นเอทานอลเมื่อสิ้นสุดกระบวนการผลิต อันตรายจากเมทานอล เมทานอลสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการหายใจ รับประทาน […]
ปัจจุบันหนังกลางแปลงเป็นกิจกรรมรื่นเริงชนิดหนึ่งที่จัดขึ้นในเวลากลางคืนในที่โล่งแจ้ง โดยจะใช้เครื่องฉายหนังชนิดฟิล์ม หรือเครื่องฉายเตาถ่าน ในการฉายภาพลงบนผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ มักจัดขึ้นในงานวัด หรืองานรื่นเริงประจำหมู่บ้านในละแวกพื้นที่นั้น ที่มาของหนังกลางแปลง ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์หนังกลางแปลงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตกลายเป็นประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลก เนื่องด้วยทั้งสองฝั่งมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่เป็นของตนเอง และมุ่งหวังให้ไทยเป็น “ป้อมปราการต่อต้านคอมมิวนิสต์” หนังกลางแปลงจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่อุดมการณ์ในด้านการเมือง อีกทั้งยังใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ในด้านรัฐบาล และเอกชน รวมไปถึงใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายใน หมู่บ้านนั้นๆ อีกด้วย หนังกลางแปลงถูกเรียกอีกหลากหลายชื่อ เช่น หนังล้อมผ้าหรือหนังล้อมรั้ว หนังเร่ หนังขายยา หน่วยประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยแต่ละชื่อจะใช้เรียกตามบรรยากาศที่มองเห็นจากภายนอก อย่างเช่น หนังล้อมผ้าหรือหนังล้อมรั้ว จะใช้เรียกเมื่อพื้นที่ของหนังกลางแปลงจะล้อมไปด้วยผ้า หรือสังกะสี โดยหนังดังกล่าวจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายก่อนการเข้ารับชม ในส่วนของหนังขายยา จะเป็นหนังกลางแปลงที่เข้ารับชมฟรี แต่จะมีการขายผลิตภัณฑ์สลับกับการฉายหนัง และในชื่อหน่วยประชาสัมพันธ์ ก็เป็นการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารภายในหมู่บ้านนั่นเอง เอกลักษณ์ของหนังกลางแปลงที่เป็นที่รู้จักกันในอดีตนั่นคือหนังกลางแปลงจะฉายในเวลากลางคืน ใช้เครื่องฉายฟิล์มฉายลงบนผืนผ้าสีขาวขนาดใหญ่ ควบคู่กับเครื่องขยายเสียง และนักพากย์สดพร้อมกับหนัง แต่ในปัจจุบันจะเป็นการฉายหนังพร้อมเสียงพูดที่มาพร้อมกับหนัง ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์ของนักพากย์สดจะหายไป หนังกลางแปลงก็ถือว่ายังเป็นที่นิยมและเป็นความบันเทิงในกลุ่มคนที่ชอบความย้อนยุคอีกด้วย ภาพยนตร์ถูกนำมาฉายได้อย่างไร ภาพยนตร์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยคณะละครเร่ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า เอส จี มาร์คอฟสกี (S.G. Marchovsky) โดยภาพยนตร์ที่ได้ถูกนำมาจัดแสดงสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรก เป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศสฉายเมื่อวันที่ […]
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้สิ่งมีชีวิตต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ เพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามหรือจากผู้ล่า “การพรางตัว” (Camouflage) ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้สิ่งมีชีวิตรอดจากภัยคุกคามเหล่านั้น การพรางตัวมีหัวใจหลัก ๆ คือ การทำตัวให้กลมกลืนกับสิ่งที่อยู่รอบข้างให้มากที่สุด เพื่อที่ผู้ล่าหรือเหยื่อจะไม่สามารถมองเห็นหรือระบุตำแหน่งได้ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดก็จะมีรูปแบบการพรางตัวที่แตกต่างกันตามลักษณะสิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และเป้าหมายในการพรางตัว ประเภทของการพรางตัว การใช้สีเพื่อซ่อนตัว (Cryptic coloration) เป็นการพรางตัวโดยทำให้สีและลวดลายกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่น เช่น นกเค้าแมวตะวันออกที่ปรับตัวให้ขนมีสีและลักษณะคล้ายเปลือกไม้ที่อาศัยอยู่ขนของจิงที่พรางตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่ปรับตัวให้สีขนกลืนไปกับหิมะในฤดูหนาว และเปลี่ยนสีขนให้กลืนกับก้อนหินและต้นไม้ในฤดูร้อน ม้าน้ำแคระ (Pygmy seahorse) จะมีพฤติกรรมเกาะอาศัยอยู่กับกัลปังหาสกุล Muricella เท่านั้น และมีการปรับตัวให้มีลักษณะคล้ายกับกัลปังหาที่อาศัยอยู่ เป็นการพรางตัวเพื่อหลบซ่อนจากสัตว์ผู้ล่า การพรางตัวแบบใช้สีให้สับสน (Disruptive coloration) เป็นการพรางตัวโดยทำให้เกิดลวดลายบนผิวหนังไม่ว่าจะเป็นแบบลายริ้ว, ลายแถบ หรือลายจุด เพื่อให้เหยื่อหรือผู้ล่าเกิดความสับสน ลายแถบเหล่านี้เมื่ออยู่ใต้แสงและเงามืด หรือแม้แต่การอยู่รวมกันเป็นฝูงจะก่อให้เกิดความคลุมเครือสับสน เช่นฝูงม้าลายเมื่ออยู่รวมกันจะทำให้ผู้ล่าระบุตำแหน่งได้ยาก เสือโคร่งที่มีแถบสีดำคาดบนตัวจะพรางตัวให้เหยื่อเห็นตัวได้ยากขึ้น การเลียนแบบ (Mimicry) เป็นการพรางตัวให้ร่างกายบางส่วนหรือทั้งหมดให้ดูคล้ายกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง หรือการที่สัตว์ชนิดหนึ่งมีลักษณะรูปร่างหรือสีสันคล้ายกับสัตว์อีกชนิด ส่วนใหญ่มักจะเป็นสัตว์ไม่มีพิษเลียนแบบสีของสัตว์มีพิษเป็นต้น โดยจะเรียกสิ่งมีชีวิตที่ถูกเลียนแบบว่าต้นแบบ (model) และเรียกสิ่งมีชีวิตที่เลียนแบบว่าตัวเลียนแบบ (mimic) ตั๊กแตนตำข้าวกล้วยไม้ (orchid mantis) […]
แน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหมูของไทยพุ่งกระฉูดถึงกิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน สาเหตุหนึ่งของวิกฤติครั้งนี้เกิดจากมีโรคระบาดที่ติดเชื้ออย่างรุนแรงในหมูเรียกว่า โรค ASF ย่อมาจาก African Swine Fever นั่นก็คือ โรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูนั่นเอง โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส กลุ่ม Asfarviridae โดยเชื้อไวรัสกลุ่มนี้สามารถแพร่ระบาดได้จากการกินอาหารที่ปนเปื้อน การสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ การหายใจนำเชื้อเข้าสู่ปอด ติดเชื้อทางบาดแผล และถูกเห็บอ่อนสกุล Ornithodoros ที่เป็นพาหะกัด ความสามารถในการแพร่กระจายของไวรัสนี้ทำให้โรคสามารถแพร่ระบาดไปได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกับหมูเลี้ยง ส่วนในหมูป่านั้นจะเป็นแหล่งรังโรค หรือแหล่งที่เชื้อก่อโรคอาศัยอยู่เพื่อเติบโตและเพิ่มจำนวนเท่านั้น ไม่ได้ทำให้หมูเกิดการเจ็บป่วย โดยอาการของโรคเมื่อหมูมีการติดเชื้อแล้วจะมีไข้สูง เกิดการอาเจียน ขับถ่ายเป็นเลือด และมีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำบริเวณใบหู นอกจากนี้ยังแท้งลูกทุกช่วงของการตั้งครรภ์อีกด้วย หลังจากการติดเชื้อจะแสดงอาการภายใน 3-4 วัน เมื่อเกิดการติดเชื้อโอกาสรอดจะน้อยมากเพราะมีอัตราการตายสูงเกือบ 100% ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้หมูขาดตลาดอย่างที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติ เนื่องจากถ้ามีการพบการระบาดของเชื้อภายในฟาร์ม หมูที่ตายจากโรคนี้ผู้เลี้ยงมักจะนำไปทำลายบางครั้งจะต้องมีการเคลื่อนย้าย ซึ่งอาจทำให้อากาศและแหล่งน้ำในเส้นทางที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายมีการปนเปื้อนจากเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งในร่างกาย อาหาร หรืออุจจาระของหมู การเคลื่อนย้ายจึงนับว่าเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโรคนี้ ดังนั้นเมื่อเจ้าของฟาร์มพบว่ามีหมูตายเฉียบพลันแสดงถึงมีการเกิดโรคจะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ ต้องทำลายหมูและซากทั้งฟาร์ม แจ้งกรมปศุสัตว์ให้มีการสอบสวนโรค เก็บตัวอย่างส่งตรวจ จำกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรคที่ฟาร์ม กำจัดสัตว์พาหะ ระหว่างนั้นจะต้องมีการพักคอกอีกอย่างน้อย 12 สัปดาห์ […]
