ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Ant-man กับ Pym Particle
Ant-man กับ Pym Particle วิทยาศาสตร์ในหนังแฟนตาซี ถ้าหากพูดถึงฉากที่เป็นภาพจำของใครหลายคนจากเรื่อง Ant-Man หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel คงหนีไม่พ้นฉากที่สก็อตต์ แลง ตัวเอกของเรื่องยกกองทัพมดพร้อมกับขี่พวกมันเพื่อไปบุกฐานทัพของ Avenger หรือจะเป็นฉากที่ตัวสก็อตต์ แลง ย่อขยายตัวไปมาตลอดเวลาขณะที่สู้อยู่กับฟอลคอน โดยไม่ว่าเขาจะมีขนาดตัวเล็กเท่าใด แรงที่ใช้ในการต่อสู้ก็จะมีขนาดเท่ากันกับตอนที่เขามีขนาดตัวปกติ หากมองในโลกของความเป็นจริงแล้ว การย่อขยายขนาดตัวของเขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะการที่เราทำการบีบอัดหรือเปลี่ยนความหนาแน่นของร่างกายอย่างฉับพลัน จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงอวัยวะภายในก็ได้รับผลกระทบด้วย อีกทั้งการย่อขนาดให้เล็กลงจะทำให้มวลลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นอัตราส่วนระหว่างมวลต่อปริมาตร นั่นคือ ”ความหนาแน่น” ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในตัวภาพยนต์เน้นย้ำว่าพละกำลังและความแข็งแกร่งยังเท่าเดิม หากสก็อตต์ แลง มีขนาดเท่าแมลง โดยในความเป็นจริงแรงกับมวลควรลดลงไปในทิศทางเดียวกัน แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ Pym Particle ทฤษฎีที่อธิบายการย่อขยายของร่างกายสก็อตต์ แลง ในเรื่อง Ant-Man ซึ่งเป็นเพียงวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่มีเพียงในหนังเท่านั้น Pym Particles หรือ อนุภาคพิม ที่ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Ant-Man เป็นอนุภาคที่ถูกค้นพบโดย Dr. Henry Pym ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของทฤษฎีนี้คือ Pym Particles เป็นอนุภาคย่อยพิเศษที่สามารถอธิบายการย่อหรือขยายของสิ่งมีชีวิตและวัตถุไว้ว่า […]
เวย์โปรตีน ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ
ปัจจุบันการออกกำลังกายกำลังได้รับความนิยม ผู้คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้เวย์โปรตีนเข้าไปมีบทบาทในฐานะที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงในกลุ่มของผู้ที่รักสุขภาพหรือรักการ ออกกำลังกายนอกจากการกินอกไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อที่ไม่ติดมันแล้ว เวย์โปรตีน ถือเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกที่ดี เนื่องจากทานง่าย ร่างกายย่อยและนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็ว นอกจากนี้ยังช่วยเสริม สร้างกล้ามเนื้อทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายได้อีกด้วย เวย์โปรตีน (WheyProtein) เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สกัดได้จากนมวัว นมขาดมันเนย หรือ การทำชีส โดยการนำนมวัวมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การใช้เอนไซม์ การปรับ pH ให้เป็นกรดมากขึ้น เพื่อให้นมเกิดการตกตะกอนออกมาเป็นก้อนขาว ๆ โดยก้อนขาว ๆ นี้จะนำไปบ่มทำเป็นชีส ส่วนน้ำใส ๆ ที่เหลือหลังจากตักก้อนขาว ๆ ออกเรียกว่า Whey ในอดีตโรงงานทำชีสคิดว่าส่วนนี้ไม่มีประโยชน์จึงทิ้งไป แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้นำเอาส่วนน้ำใส ๆ มาศึกษา พบว่ามีโปรตีนที่เป็นประโยชน์อยู่หลายตัว เช่น อัลฟ่าแลคตาบูมิน (α-lactabumin) แลคโตเฟอริน (Lactoferrin) และเบต้าแลคโตโกล-บูลิน (β-lactoglobulin) จึงมีการนำมาแยกไขมันและคาร์โบไฮเดรตออกอีกครั้งให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ได้โปรตีนที่เข้มข้น ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากนั้นนำมาผ่าน กระบวนการทำให้แห้งเพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นานในรูปของผง ในท้องตลาดเรามักพบเวย์โปรตีน มากมาย […]
กล้วย ผลไม้รสอร่อยคู่ครัวไทย
กล้วย ผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทาน มีการปลูกกันมาอย่างช้านาน ด้วยรสชาติที่อร่อย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร จึงทำให้กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู กล้วยที่นิยมในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก เป็นต้น กล้วยเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัวหรือเหง้า ต้นที่เห็นอยู่เหนือดิน แท้จริงแล้วไม่ใช่ลำต้น แต่เป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ส่วนบนมีใบและช่อดอก ในช่อดอกจะมีดอกย่อยเป็นกลุ่ม ๆ ระหว่างกลุ่มจะมีกาบปลีสีม่วงแดงกั้นไว้ กลุ่มดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคน ดอกเพศผู้อยู่ส่วนปลาย เราเรียกส่วนนี้ว่าหัวปลี ผลกล้วยเกิดจากดอกเพศเมีย ซึ่งจะอยู่ที่โคน โดยดอกเพศเมีย 1 กลุ่ม เจริญเป็นผล 1 หวี ส่วนช่อดอกเจริญเป็น 1 เครือ ดังนั้นกล้วย 1 เครืออาจจะมี 2-3 หวี หรือมากกว่านั้น กล้วยขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือใช้เมล็ด ปัจจุบันกล้วยที่บริโภคกัน หากแยกชนิดตามจีโนมโดยวิธีของซิมมอนดส์ และเชบเฟิร์ด จะมีต้นกำเนิดมาจากกล้วย กล้วยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ 3 ชนิด […]
เมื่อใบตองกลายเป็นอาหาร: เทรนด์ใหม่หรือความเข้าใจผิด?
ในโลกของอาหารที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การค้นหาวัตถุดิบใหม่ ๆ หรือการนำสิ่งที่คนเคยมองข้ามกลับมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างกระแสและเติมความสดใหม่ให้กับวงการอาหาร “ใบตอง” ซึ่งเคยถูกใช้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุรองอาหาร ปัจจุบันกำลังถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นอาหารทานเล่น โดยการนำใบตองอ่อนมาชุบแป้งทอดกรอบ แม้จะไม่ใช่อาหารจานหลัก แต่แท้จริงแล้วใบตองสามารถเป็น “อาหาร” ได้จริงหรือเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่เกิดจากกระแสนิยม ทว่าเมื่อศึกษาในแง่โภชนาการ ใบตองกลับมีองค์ประกอบที่น่าสนใจดังนี้ เส้นใยอาหาร (Dietary Fiber) ใบตองประกอบด้วยเส้นใยจากเซลลูโลสในปริมาณสูง สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ใบตองมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายให้แข็งแรง วิตามิน ใบตองมีวิตามินในปริมาณเล็กน้อย เช่น วิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งช่วยในเรื่องการบำรุงผิวและเสริมภูมิคุ้มกัน แร่ธาตุ มีแร่ธาตุในปริมาณเล็กน้อย เช่น โพแทสเซียมและแคลเซียม ซึ่งดีต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ สารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ใบตองมีสารประกอบแทนนิน (Tannin) , สารประกอบพอลิฟีนอลิก (Polyphenolic compounds) และสารกันหืนอย่างบิวทิลเลตเตด ไฮดรอกซีโทลูอีน (Butylated hydroxytoluene : BHT) ในปริมาณเล็กน้อย จึงทำให้สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และเป็นสารกันหืน ทำให้สามารถยืดอายุของอาหารได้ดีด้วย แม้ใบตองจะมีประโยชน์ แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของการทำอาหาร จัดเสิร์ฟอาหาร หรือห่ออาหารมากกว่านำมารับประทานเพราะยังมีข้อจำกัดบางประการ ได้แก่ […]

