ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Rhizopus เชื้อราขนมปัง
เชื้อรา หรือรา (Mold) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่หลายคนคงพอรู้จักมาแล้วบ้าง เนื่องจากมักทำให้ พืชผักและอาหารต่าง ๆ เน่าเสีย ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) กลุ่มเดียวกับเห็ด มีโครงสร้างเป็นเส้นใย (hyphae) คล้ายรากพืช ในเชิงนิเวศวิทยาเชื้อรามีบทบาทเป็นผู้ย่อยสลาย เมื่อซากพืช ซากสัตว์ตายลงมันจะทำหน้าที่กำจัดซากเน่าเหล่านั้น Rhizopus เป็นหนึ่งในสกุลเชื้อราแบบเส้นใยไม่มีผนังกั้น โดยจะมีลักษณะสำคัญ คือ สีจะเปลี่ยน ไปได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและในแต่ละช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของมัน นอกจากนี้มันยังสามารถ สร้างสปอร์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยสปอร์แบบไม่อาศัยเพศเรียกว่า สปอแรงจิโอสปอร์ (sporangiospores) ซึ่งเกิดจากปลายเส้นใยพองออกเป็นกระเปาะคล้ายหัวเข็มหมุดมีผนังหนา จากนั้นจะเจริญเป็นอับสปอร์ (sporangium) และมีก้านชูอับสปอร์ (sporangiophore) ส่วนสปอร์แบบอาศัยเพศ เรียกว่า zygospore เคยสังเกตขนมปังที่เราซื้อมารับประทานกันไหม หากหมดอายุหรือเก็บไว้นานจะพบจุดสีดำ บนแผ่นขนมปังและมีเส้นใยสีขาวฟูรอบ ๆ นั่นแหละเรียกว่า “เชื้อรา” เชื้อราที่พบในขนมปังส่วนใหญ่ คือ Rhizopus stolonifer หรือที่รู้จักในชื่อ ราขนมปัง (bread mold) มันมีโครงสร้างเส้นใยที่เรียกว่า สโตลอน (stolon) มีคุณสมบัติในการขยายโคโลนี […]
อิมัลชัน ความต่างที่เข้ากันได้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้วนั้นว่า ถ้าเราผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน สุดท้ายแล้วสารทั้ง 2 ชนิดก็จะแยกชั้นไม่สามารถผสมกันได้ แต่อิมัลชัน (emulsion) สามารถทำให้สารที่เข้ากันไม่ได้นี้สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยใช้สารที่มีส่วนของโมเลกุลที่ชอบน้ำ (hydrophilic) และไม่ชอบน้ำหรือชอบน้ำมัน (hydrophobic) เรียกสารนี้ว่า อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ซึ่งช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างสารทั้ง 2 ชนิด ทำให้เราสามารถผสมน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกันได้ อิมัลชันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ น้ำมันในน้ำ (oil in water, O/W) ตัวอย่างเช่น น้ำนม ซึ่งมีไขมันนมกระจายตัวอยู่ในน้ำ ทำให้มองเห็นน้ำนมเป็นสีขาวขุ่นจากแสงที่เกิดการสะท้อน เมื่อกระทบลงบนหยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่ในน้ำ อิมัลชันอีกประเภทหนึ่งคือ น้ำในน้ำมัน (water in oil, W/O) ตัวอย่างเช่น มาการีน ซึ่งมีหยดน้ำกระจายตัวอยู่ในน้ำมันพืช ตัวอย่างอิมัลชันที่เราสามารถเตรียมได้อย่างง่าย ๆ คือ การทำน้ำสลัด ที่ต้องใช้น้ำมันและน้ำ (หรือบางสูตรใช้น้ำส้มสายชู) ตีผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้น้ำมันแตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจายในน้ำ แต่ถ้าเราไม่ใช้สารอิมัลซิไฟเออร์สุดท้ายสารทั้ง 2 ต้องแยกออกจากกันอยู่ดี […]
เชื้อราในหอมแดงและกระเทียมกับอันตรายที่ควรรู้
หอมแดง กระเทียม พืชสวนครัวที่เป็นวัตถุดิบที่มีในครัวเรือนไทย นำไปใช้ประกอบอาหารหรือปรุงรสได้หลากหลาย เมื่อเก็บหอมหรือกระเทียมไว้นาน ๆ เราเคยสังเกตเห็นรอยหรือจุดดำ ๆ บนหอมแดง กระเทียมกันหรือไม่ ? รอยหรือจุดดำที่ปรากฏนั้น อาจเกิดได้จากสาเหตุ 2 อย่าง คือ เชื้อราดำที่อยู่บนพืชผักอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหัวหอม กระเทียมหรือธัญพืชต่าง ๆ มีความเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษ อย่างสารอะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) สารที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ ดังนั้นการบริโภคกระเทียม หัวหอมดิบที่มีจุดดำ ๆ แบบกินสด อาจจะไม่ปลอดภัย จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค จุดดำเล็ก ๆ บนอาหารที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนยอดของเชื้อรา แต่รากของเชื้อรานั้นแผ่กระจายลงไปในอาหารเป็นบริเวณกว้าง แม้จะตัดเอาส่วนที่เห็นเชื้อราออกไปแล้ว แต่ยังมีส่วนของเชื้อราที่เรามองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ในอาหารด้วย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้วิธีเฉือนเนื้อที่เป็นราดำออกก่อนนำไปประกอบอาหาร ให้ปรุงสุกโดยใช้ความร้อนสูงถึง 270 องศาเซลเซียส ถึงจะลดความเสี่ยงและทำลายสารอะฟลาท็อกซินได้ หากรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินในปริมาณมาก จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดอาการชัก หากรับประทานในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมส่งผลอันตรายต่อตับ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ทั้งยังอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอีกด้วย การเลือกซื้อกระเทียมและหอมแดงอย่างไรให้ได้คุณภาพ การเก็บรักษามีหลายวิธี ดังนี้ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
Dr.Stone กับเรื่องวิทยาศาสตร์พลังงานไฟฟ้าในยุคหิน
ปัจจุบัน สื่อบันเทิงอย่างอนิเมะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ให้ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น Dr. Stone เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่ปราศจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ สร้างไฟฟ้าด้วยแม่เหล็ก ในเรื่อง Dr. Stone ตัวเอก “อิชิงามิ เซ็นคู” ได้ทดลองสร้างพลังงานไฟฟ้าโดยใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ homopolar ซึ่งเป็นไอเดียของไมเคิล ฟาราเดย์ หลักการง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีแผ่นโลหะหมุนอยู่ในสนามแม่เหล็ก จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปแรงดันไฟฟ้าที่ได้จะค่อนข้างต่ำ แม้ว่ากำลังไฟที่ได้จะยังไม่มากพอสำหรับอุปกรณ์ใหญ่ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เปลี่ยนพลังงานฟ้าผ่าให้เป็นแม่เหล็ก ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีพลังงานมหาศาล ที่สามารถเปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นแม่เหล็กได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Lightning-induced Remanent Magnetism (LIRM) หรือ แม่เหล็กตกค้างจากฟ้าผ่า ซึ่งมักเกิดกับหินที่มีแร่แม่เหล็ก เช่น แมกนีไทต์ เนื่องจากฟ้าผ่ามีพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเข้มรอบ ๆ วัตถุที่ฟ้าผ่าถึง และเกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้า แต่แม่เหล็กที่เกิดขึ้นมักไม่ถาวร และอาจอ่อนกำลังลงเมื่อเวลาผ่านไป การทำหลอดไฟแบบเอดิสัน แสงสว่างเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตในยามค่ำคืนได้สะดวกขึ้น ซึ่งโทมัส อัลวา เอดิสัน […]

