ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
รอเธอทุกฤดูกาล
ฤดูกาล (Seasons) เป็นผลมาจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ในขณะที่แกนของโลกจะเอียงทำมุม 23.5 องศา คงที่ตลอดเวลา ทำให้บริเวณซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน เมื่อขั้วโลกเหนือเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ จะเป็นฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ และเมื่อขั้วโลกใต้เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ก็จะเป็นฤดูหนาวในซีกโลกเหนือ โลกมี 4 ฤดูกาล สำหรับซีกโลกเหนือเป็นดังนี้ สำหรับประเทศไทย ตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรและได้รับอิทธิพลของลมมรสุม (Monsoon) จึงมีฤดูกาลดังนี้ คำว่า “ฤดูกาล” ที่กล่าวมาข้างต้น ใช้เพื่อบ่งบอกถึงช่วงเวลาของแต่ละปีตามที่เราคุ้นเคยกัน นอกจากนี้ฤดูกาลอาจเป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ฤดูพายุเฮอริเคน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของปีที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดพายุเฮอริเคนมากที่สุด และฤดูกาลสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ เช่น ฤดูล่าสัตว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของปีที่ชุมชนอนุญาตให้ผู้คนล่าสัตว์ป่าบางชนิดได้ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
สัตว์น่ารักอันตรายกว่าที่คิด
สิ่งมีชีวิตมี “พิษ” ที่เปรียบเสมือนอาวุธที่ใช้เอาชีวิตรอด เมื่อพูดถึงสัตว์มีพิษหลายคนคงคิดถึงงู หรือแมลงต่าง ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าสัตว์ที่มีหน้าตาน่ารักอย่าง “นางอาย” ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมนั้นจะมีพิษร้ายแรงด้วยเหมือนกัน อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันนี้มีคนที่เลี้ยงสัตว์แปลก ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งนางอายก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่มีคนแอบลักลอบเลี้ยง นอกจากผิดกฎหมายแล้วยังอันตรายกว่าที่คุณคิด เนื่องจากนางอายมีต่อมผลิตพิษใต้แขน โดยมันจะเลียพิษที่ออกมาจากต่อมผสมกับน้ำลายก่อนกัดจะทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าและกลายเป็นหลุมทำให้เนื้อตายในภายหลังและถ้ากัดคนพิษของมันอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หายใจไม่ออกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนางอายก็ยังมีตุ่นปากเป็ดที่มีเดือยพิษที่ฝ่าเท้าด้านหลังไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่จะทำให้สัตว์ผู้ล่ารู้สึกระคายเคืองเจ็บปวดจนไม่อยากกินมันได้ ถึงแม้สัตว์บางตัวจะหน้าตาน่ารักแค่ไหนเราก็ไม่ควรที่จะไปสัมผัสหรือนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ควรปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติและชื่นชมอย่างห่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยสัตว์และตัวเราเอง อ้างอิง https://www.bbc.com/thai/features-51414582https://www.bbc.com/thai/international-55608809http://realmetro.com/slow-lorishttps://board.postjung.com/1069220 FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว
ไขมัน (Fat) เป็นสารที่เกิดจากสารประกอบหลายชนิดร่วมกัน สามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์แต่ไม่ละลายน้ำ ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแต่ต้องได้รับในปริมาณที่พอดีเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมากจนเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน และไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันชนิดทรานส์ (Trans Fat) หรือที่เราเรียกกันว่า ไขมันทรานส์ คือ ไขมันจำพวกไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) ซึ่งในธรรมชาติจะพบกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดซิส (Cis) เป็นหลัก แต่กรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenation) เพื่อทำให้เปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลว เช่น เนยเทียม เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม กระบวนการไฮโดรจีเนชัน (Hydrogenation) เป็นวิธีการแปรรูปน้ำมันพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (Full Hydrogenation) เป็นกระบวน การผลิตขั้นสูงมีขั้นตอนที่ซับซ้อน น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการนี้จะไม่เกิดไขมันทรานส์ แต่จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวแทน และอีกวิธีคือ การเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) ดังที่ได้กล่าวข้างต้น กระบวนการเติมไฮโดรเจนนี้มักดำเนินไปอย่างไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้น […]
ปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage)
มีใครเคยเห็นแอ่งน้ำบนถนนตอนกลางวันบ้างไหม? แอ่งน้ำนี้มักปรากฏในเวลากลางวัน และเมื่อเราเข้าใกล้จนถึงระยะหนึ่งกลับพบว่าแอ่งน้ำที่เรามองเห็นนั้นหายไป ซึ่งแอ่งน้ำที่เห็นนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ภาพลวงตาหรือมิราจ (Mirage) มิราจ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อน ตามท้องถนนหรือในเขตทะเลทราย เมื่ออากาศที่อยู่ติดพื้นถนนมีอุณหภูมิสูงมาก และอากาศที่อยู่เหนือถนนขึ้นไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้ความหนาแน่นของอากาศแตกต่างกัน แสงจึงเดินทางผ่านด้วยความเร็วที่เปลี่ยนไป เพราะตัวกลางทั้ง 2 ชนิดมีความหนาแน่นแตกต่างกัน เกิดการหักเหของแสงขึ้น และเมื่อมุมตกกระทบของแสงดังกล่าวกว้างกว่ามุมวิกฤต ก็จะเกิดการสะท้อนกลับหมด แล้วเมื่อเรามองไปที่ถนน จึงเห็นคล้ายกับน้ำนองหรือกระจกอยู่บนพื้นแต่แท้จริงแล้วพื้นที่ตรงนั้น ไม่ได้มีแอ่งน้ำอยู่นั่นเอง อ้างอิง เพราะอะไรถึงเห็นแอ่งน้ำบนถนน ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการหักเหของแสง FacebookFacebookXTwitterLINELine

