ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ใบหน้าเปล่งประกายด้วยไมกา
เครื่องสำอางเสริมความงามหลากหลายชนิด มักถูกเสริมเติมด้วยคุณสมบัติเด่นมากมายลงในเครื่องสำอางเพื่อสร้างให้เกิดเป็นแรงจูงใจสำหรับการเลือกซื้อไปใช้โดยคุณสมบัติเด่นหนึ่งที่ได้รับความนิยม นั่นคือ ประกายระยิบระยับประดับใบหน้าประกายนี้คืออะไร ประกายที่พบในเครื่องสำอางเสริมความงามเหล่านี้ คือ แร่ในกลุ่มไมกา (Mica) หรือแร่กลีบหิน ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะแร่ไมกาเพียง 2 ชนิด คือ แร่มัสโคไวต์ (Muscovite) และแร่เซริไซต์ (Sericite) เท่านั้น แร่มัสโคไวต์ (Muscovite) มีส่วนประกอบทางเคมี คือ KAI2(AlSi3O10)(OH)2 มีความแข็งประมาณ 2 – 2.5 ตามโมห์สเกล ความวาวแบบแก้วถึงแบบใยไหมหรือแบบมุก ปกติมีสีขาวใสถึงไม่มีสี มักพบแร่ในลักษณะเป็นแผ่นบางซ้อนกันจนหนา รูปหกเหลี่ยม แนวแตกเรียบสมบูรณ์ สามารถลอกแร่ออกเป็นแผ่น ๆ ได้ อีกทั้งแผ่นแร่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอแล้วกลับคืนรูปเดิมได้ แร่มัสโคไวต์เป็นแร่ประกอบหินที่สำคัญ หากเป็นหินอัคนีมักพบในหินเพกมาไทต์ และหินแกรนิต แต่สามารถพบในหินแปร เช่น หินชีสต์ ได้เช่นกัน ซึ่งแร่มัสโคไวต์ในหินชีสต์บางชนิดจะมีลักษณะเป็นเส้นใย ซึ่งเกิดจากการแปรเปลี่ยนสภาพของส่วนประกอบทางเคมีบางชนิดในแร่ จึงเรียกแร่มัสโคไวต์ที่แปรสภาพนี้ว่า แร่เซริไซต์ แร่ไมกาใช้ประโยชน์ในการผลิตเครื่องมือสำคัญหลากหลายชนิด เช่น หากเป็นไมกาแผ่น จะใช้ทำแผ่นกรองแสงของอุปกรณ์ทางตา ผนังกันความร้อนในเตาเผา ใช้ทำเครื่องปรับกระแสไฟฟ้า […]
Sea Moss Gel : ซุปเปอร์ฟู้ดกินยากแต่มากประโยชน์
หลายเดือนที่ผ่านมา “ซีมอสเจล” (Sea Moss Gel) ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ ในฐานะซูเปอร์ฟู้ดรูปแบบเจลที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซีมอสเจลแปรรูปมาจากมอสทะเล (Chondrus crispus) ที่เรียกว่า ซีมอส (Sea Moss) หรือไอริสมอส (Irish Moss) สาหร่ายทะเลสีแดงที่เติบโตได้ดีบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งพบมากในแถบทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป เดิมทีซีมอสถูกนำมาสกัดเป็นสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนอาหารที่เรารู้จักกันในชื่อคาร์ราจีแนน (Carrageenan) ซึ่งช่วยเพิ่มความข้นหนืดในอาหาร เช่น นมข้นหวาน ไอศกรีม เยลลี่ และพุดดิ้ง ซีมอสเป็นพืชจำพวกสาหร่ายที่ชาวตะวันตกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่คนไทยเรารู้จัก “ไข่ผำ” ปัจจุบันซีมอสได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะจากกระแสผลิตภัณฑ์ซีมอสเจลของ Erewhon แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติอเมริกันที่ขายวัตถุดิบและอาหารออร์แกนิกที่มีคุณภาพและโภชนาการสูง รวมถึงเครื่องดื่มสมูทตี้ที่เป็นกระแสในช่วงนี้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนอยากลิ้มลองรสชาติสักครั้งในชีวิต อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่เหล่านางแบบและเซเลบริตี้สายสุขภาพชื่อดังระดับโลก ได้ออกมาแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพและผิวพรรณโดยการรับประทานซีมอสเจลต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน เพื่อสุขภาพที่ดี แม้ว่ากลิ่นและรสชาติอาจไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ทั้งรูปลักษณ์ที่เหมือนขี้ผึ้ง รสชาติจืดชืด และมีกลิ่นคาวทะเล แต่ซีมอสกลับอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุมากถึง 92 ชนิด (ยังรอการวิจัยเพิ่มเติม) ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของซีมอสเจล ข้อควรระวังในการรับประทานซีมอสเจล จะเห็นได้ว่าซีมอสมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารมากมาย แต่ถึงอย่างไรการรับประทานซีมอสซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตจากท้องทะเลในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ […]
กล้วย ผลไม้รสอร่อยคู่ครัวไทย
กล้วย ผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทาน มีการปลูกกันมาอย่างช้านาน ด้วยรสชาติที่อร่อย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร จึงทำให้กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู กล้วยที่นิยมในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก เป็นต้น กล้วยเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัวหรือเหง้า ต้นที่เห็นอยู่เหนือดิน แท้จริงแล้วไม่ใช่ลำต้น แต่เป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ส่วนบนมีใบและช่อดอก ในช่อดอกจะมีดอกย่อยเป็นกลุ่ม ๆ ระหว่างกลุ่มจะมีกาบปลีสีม่วงแดงกั้นไว้ กลุ่มดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคน ดอกเพศผู้อยู่ส่วนปลาย เราเรียกส่วนนี้ว่าหัวปลี ผลกล้วยเกิดจากดอกเพศเมีย ซึ่งจะอยู่ที่โคน โดยดอกเพศเมีย 1 กลุ่ม เจริญเป็นผล 1 หวี ส่วนช่อดอกเจริญเป็น 1 เครือ ดังนั้นกล้วย 1 เครืออาจจะมี 2-3 หวี หรือมากกว่านั้น กล้วยขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือใช้เมล็ด ปัจจุบันกล้วยที่บริโภคกัน หากแยกชนิดตามจีโนมโดยวิธีของซิมมอนดส์ และเชบเฟิร์ด จะมีต้นกำเนิดมาจากกล้วย กล้วยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ 3 ชนิด […]
ทำความรู้จักกับ “นก” สัตว์ป่าคุ้มครองที่ยังพบเห็นได้ในเมือง
นก เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เป็นสัตว์ปีกที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชั้นAves เป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ออกลูกเป็นไข่ รยางค์คู่หน้าของมันจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นปีก มีขนหนาและมีกระดูกที่กลวงเบา และในประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของนกมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศและพบนกมากถึง 1,011 ชนิด แต่ก็มีนกหลายชนิดที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ความหมายของสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ สัตว์ป่าตามที่กระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้ายของกฎกระทรวง มีรายชื่อนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมากถึง 952 ชนิด ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ล่าหรือมีไว้ในครอบครอง รวมถึงซากของสัตว์เหล่านี้ด้วยเว้นแต่การกระทำโดยทางราชการ เมื่อเราได้ความรู้เกี่ยวกับนกและสัตว์ป่าคุ้มครองในเบื้องต้นกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูตัวอย่างนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่สามารถพบเจอได้ในเมืองกัน 1. นกสีชมพูสวน นกสีชมพูสวนเป็นนกที่มีลำตัวขนาดเล็ก ตัวผู้จะมีสีสันสดใส ตั้งแต่หน้าผากถึงตะโพกเป็นแถบยาวสีแดงสดส่วนตัวเมียจะมีสีน้ำตาล มีเพียงส่วนตะโพกและขนคลุมหางสีแดงสด มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและล้านนาตะวันออก โดยสามารถพบนกสีชมพูสวนได้ในป่าโปร่ง ชายป่า สวนผลไม้ และสวนสาธารณะ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชื่ออังกฤษ : Scarlet-backed Flowerpecker ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicaeum cruentatum (Linnaeus, 1758) วงศ์ (Family) : Dicaeidae 2. นกกาเหว่า นกกาเหว่าหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านกดุเหว่า เป็นนกที่มีขนาดใกล้เคียงกับอีกา มีลำตัวเพรียวยาว ตาสีแดงและมีหางยาวแข็ง ตัวผู้มีสีดำ ปากมีสีเขียวเทา […]

