ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
การเคี้ยวเอื้อง คือการเคี้ยวอย่างไร?
เคี้ยวเอื้องเป็นคำที่หลายคนมักคุ้นหูและเคยได้ยินกันมาบ้างว่า “มัวแต่เคี้ยวเอื้องเดี๋ยวไม่ทันกิน” ทำให้หลายคนก็คงแอบสงสัยว่าเคี้ยวเอื้องคือการเคี้ยวอย่างไร ใช่การกินอาหารช้าหรือไม่ แท้จริงแล้วการเคี้ยวเอื้องนั้นไม่ใช่การเคี้ยวช้า ๆ แต่อย่างใด การเคี้ยวเอื้องนั้นก็คือส่วนหนึ่งในกลไกการย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องนั่นเอง สัตว์กลุ่ม Ruminant หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Artiodactyla และเป็นสัตว์ที่กินพืชที่มีระบบทางเดินอาหารซับซ้อนกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยว โดยเฉพาะส่วนของกระเพาะอาหารที่มีการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่และแบ่งออกเป็น 4 ส่วนการย่อยอาหารจะเริ่มเคี้ยวแบบหยาบ ๆ แล้วส่งไปย่อยอาหารให้นุ่มก่อนในกระเพาะอาหารส่วนแรก ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของแบคทีเรียเป็นหลัก จากนั้นจึงสำรอกเอาอาหารที่ย่อยแล้วครึ่งหนึ่งออกมา เรียกว่า เอื้อง (cud) แล้วค่อย ๆ เคี้ยวอีกครั้ง กระบวนการเคี้ยวเอื้องอีกครั้งนี้มีเพื่อย่อยสลายสารที่มีอยู่ในพืชและกระตุ้นการย่อยอาหาร เรียกว่า “การเคี้ยวเอื้อง” (ruminating) สัตว์กลุ่มที่พบกระบวนการดังกล่าวนี้จึงถูกเรียกว่าสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยพบว่าโคใช้เวลาในการเคี้ยวเอื้อง 1 ใน 3 ของวัน หรือใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อที่จะทำการเคี้ยวเอื้องให้อาหารมีขนาดเล็กลง ส่วนสัตว์กินพืชทั่วไปเช่น หมู กระต่าย จะมีกระเพาะเดี่ยวเช่นเดียวกับคน ซึ่งจะมีการเคี้ยวอาหารจนละเอียดแล้วส่งต่อไปยังกระเพาะมีเพียงเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหารเท่านั้น กระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้ รูเมน (Rumen) หรือ กระเพาะผ้าขี้ริ้ว ลักษณะมีขนาดใหญ่ผนังภายในมีลักษณะเป็นตุ่มขนเล็ก ๆ ทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารถ่ายเทอาหารไปมากับส่วนเรติคิวลัม และมีจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยเซลลูโลสให้เป็นกลูโคส (Glucose) ที่ไม่พบในคน เรติคิวลัม […]
บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things
“บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things” โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีความมหัศจรรย์มากเพราะมีดาวเคราะห์ไม่กี่ดวงเท่านั้นที่จะมีน้ำและสภาวะแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต หรีอว่า “โลก” จะเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ พื้นที่ส่วนใหญ่บนโลก ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ทั้งยังมีอุณหภูมิ และชั้นบรรยากาศซึ่งประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ องค์ประกอบของโลกมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงชั้นบรรยากาศเหล่านี้เป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการกำเนิดและการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกมานานนับพันล้านปีแล้ว สิ่งมีชีวิตชนิดแรกบนโลก คือ ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) นับเป็นจุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พื้นที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำประมาณ 3 ใน 4 ส่วน อีกทั้งโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอเหมาะจึงมีความอบอุ่น และได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอาหารของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้น ชั้นบรรยากาศยังช่วยให้อากาศภายในโลกมีความสมดุล ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งมีชีวิตจึงสามารถก่อกำเนิด และอาศัยอยู่บนโลกนี้ได้ โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ แผ่นดิน พื้นน้ำ และธาตุต่าง ๆ อย่างสมดุล โดยทุกอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเป็นสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เราควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ “โลก” เป็นบ้านหลังใหญ่อันแสนสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิต FacebookFacebookXTwitterLINELine
เชื้อราในหอมแดงและกระเทียมกับอันตรายที่ควรรู้
หอมแดง กระเทียม พืชสวนครัวที่เป็นวัตถุดิบที่มีในครัวเรือนไทย นำไปใช้ประกอบอาหารหรือปรุงรสได้หลากหลาย เมื่อเก็บหอมหรือกระเทียมไว้นาน ๆ เราเคยสังเกตเห็นรอยหรือจุดดำ ๆ บนหอมแดง กระเทียมกันหรือไม่ ? รอยหรือจุดดำที่ปรากฏนั้น อาจเกิดได้จากสาเหตุ 2 อย่าง คือ เชื้อราดำที่อยู่บนพืชผักอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหัวหอม กระเทียมหรือธัญพืชต่าง ๆ มีความเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษ อย่างสารอะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) สารที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ ดังนั้นการบริโภคกระเทียม หัวหอมดิบที่มีจุดดำ ๆ แบบกินสด อาจจะไม่ปลอดภัย จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค จุดดำเล็ก ๆ บนอาหารที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนยอดของเชื้อรา แต่รากของเชื้อรานั้นแผ่กระจายลงไปในอาหารเป็นบริเวณกว้าง แม้จะตัดเอาส่วนที่เห็นเชื้อราออกไปแล้ว แต่ยังมีส่วนของเชื้อราที่เรามองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ในอาหารด้วย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้วิธีเฉือนเนื้อที่เป็นราดำออกก่อนนำไปประกอบอาหาร ให้ปรุงสุกโดยใช้ความร้อนสูงถึง 270 องศาเซลเซียส ถึงจะลดความเสี่ยงและทำลายสารอะฟลาท็อกซินได้ หากรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินในปริมาณมาก จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดอาการชัก หากรับประทานในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมส่งผลอันตรายต่อตับ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ทั้งยังอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอีกด้วย การเลือกซื้อกระเทียมและหอมแดงอย่างไรให้ได้คุณภาพ การเก็บรักษามีหลายวิธี ดังนี้ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
Ant-man กับ Pym Particle
Ant-man กับ Pym Particle วิทยาศาสตร์ในหนังแฟนตาซี ถ้าหากพูดถึงฉากที่เป็นภาพจำของใครหลายคนจากเรื่อง Ant-Man หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel คงหนีไม่พ้นฉากที่สก็อตต์ แลง ตัวเอกของเรื่องยกกองทัพมดพร้อมกับขี่พวกมันเพื่อไปบุกฐานทัพของ Avenger หรือจะเป็นฉากที่ตัวสก็อตต์ แลง ย่อขยายตัวไปมาตลอดเวลาขณะที่สู้อยู่กับฟอลคอน โดยไม่ว่าเขาจะมีขนาดตัวเล็กเท่าใด แรงที่ใช้ในการต่อสู้ก็จะมีขนาดเท่ากันกับตอนที่เขามีขนาดตัวปกติ หากมองในโลกของความเป็นจริงแล้ว การย่อขยายขนาดตัวของเขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะการที่เราทำการบีบอัดหรือเปลี่ยนความหนาแน่นของร่างกายอย่างฉับพลัน จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงอวัยวะภายในก็ได้รับผลกระทบด้วย อีกทั้งการย่อขนาดให้เล็กลงจะทำให้มวลลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นอัตราส่วนระหว่างมวลต่อปริมาตร นั่นคือ ”ความหนาแน่น” ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในตัวภาพยนต์เน้นย้ำว่าพละกำลังและความแข็งแกร่งยังเท่าเดิม หากสก็อตต์ แลง มีขนาดเท่าแมลง โดยในความเป็นจริงแรงกับมวลควรลดลงไปในทิศทางเดียวกัน แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ Pym Particle ทฤษฎีที่อธิบายการย่อขยายของร่างกายสก็อตต์ แลง ในเรื่อง Ant-Man ซึ่งเป็นเพียงวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่มีเพียงในหนังเท่านั้น Pym Particles หรือ อนุภาคพิม ที่ปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Ant-Man เป็นอนุภาคที่ถูกค้นพบโดย Dr. Henry Pym ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของทฤษฎีนี้คือ Pym Particles เป็นอนุภาคย่อยพิเศษที่สามารถอธิบายการย่อหรือขยายของสิ่งมีชีวิตและวัตถุไว้ว่า […]

