ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ จัดแสดงภาพยนตร์เต็มโดมเดือนมีนาคม 2569 เรื่อง การมองเห็น เมื่อแสงจากดวงดาว เดินทางเข้าไปยังจิตใจ (SEEING! a photon’s journey across space, time and mind)
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้บริการส่วนการแสดงท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ เปิดการแสดงเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 1 ชั่วโมง ให้บริการผู้ชม 280 ที่นั่ง ต่อ 1 รอบการแสดง ช่วงแรกของการแสดงฯ เป็นการบรรยายให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศ โดยนักวิชาการศึกษา และช่วงท้ายเป็นการฉายภาพยนตร์เต็มโดมจากเครื่องฉายดาวและสื่อมัลติมีเดีย การแสดง ภาพยนตร์เต็มโดมเดือนมีนาคม 2569 เรื่อง การมองเห็นเมื่อแสงจากดวงดาวเดินทางเข้าไปยังจิตใจ (SEEING! a photon’s journey across space, time and mind) แสงจากดวงดาวเดินทางผ่านอวกาศนับล้านปี ก่อนมาถึงตาและสมองของนักดูดาวตัวน้อย เชิญชมเรื่องราวของการมองเห็นที่ซ่อนอยู่ในร่างกายและจิตใจมนุษย์ เรียนรู้การเดินทางของแสงจากดวงดาวที่ห่างไกล, กลไกการมองเห็นของมนุษย์ และความเชื่อมโยงระหว่างดาราศาสตร์กับการรับรู้ผ่านสมองและจิตใจ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หูไม่ใช่หู หางไม่ใช่หาง เรื่องจริงของทากทะเล
‘กระต่ายทะเล’ ‘แกะทะเล’ นี่คือชื่อเรียกสุดน่ารักที่ผู้คนตั้งให้กับทากทะเลตัวจิ๋ว จากลักษณะเด่นของพวกมัน ได้แก่ ส่วนที่ยื่นออกมาจากส่วนหัวดูคล้ายหูยาว ๆ และพวงหางที่ดูนุ่มฟูตรงส่วนท้ายของลำตัว แต่แท้จริงแล้วนั้น หูกลับไม่ใช่หู และหางกลับไม่ใช่หางอย่างที่คิด ทากทะเล หรือ ทากเปลือย (Nudibranch) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจัดอยู่ในไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) เช่นเดียวกับหอยและหมึก กลุ่มเดียวกับหอยฝาเดียว แต่เปลือกถูกลดรูปจนไม่เหลือให้เห็นจากภายนอก ลำตัวมีขนาดเล็กโดยมีตั้งแต่ขนาด 2 มิลลิเมตรไปจนถึง 30 เซนติเมตรได้เลยทีเดียว ส่วนมากอาศัยอยู่ในทะเลและสามารถพบได้ตามบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารของพวกมัน เช่น ตามแนวปะการัง โขดหิน และสาหร่าย ทำให้ทากทะเลสามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ ทากทะเลมีรูปร่างและสีสันที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปตามแต่ละชนิด แต่มีลักษณะที่คล้ายกันนั่นคือ ลำตัวแบน และมีส่วนที่คล้ายหูหรือเขา 2 ข้างที่ส่วนหัว ซึ่งความจริงแล้วอวัยวะส่วนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในการรับเสียงแบบหูของกระต่ายหรือแกะแต่อย่างใด แต่มันคือ ไรโนฟอร์ (Rhinophore) เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการรับสารเคมีในน้ำ หรือใช้ในการรับกลิ่นเหมือนจมูก เพื่อตรวจหากลิ่นของอาหาร รวมทั้งหากลิ่นของฮอร์โมนจากเพศตรงข้ามได้อีกด้วย และส่วนที่คล้ายหางบริเวณปลายลำตัวก็ไม่ได้ใช้ในการเคลื่อนที่หรือการทรงตัว แต่มันคือเหงือก (Gill plume หรือ Branchial plume) ที่ช่วยในการหายใจเหมือนสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ […]
รู้จักไหม?? ผึ้งสายพันธุ์ใหม่ของโลก
แมลง สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติไม่น้อยไปกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะแมลงหลายชนิดไม่เพียงแค่มีหน้าที่ผสมเกสรให้แก่พืชเท่านั้น แต่บางชนิดยังช่วยควบคุมปริมาณประชากรแมลงอื่น ๆ ที่เป็นศัตรูพืช รวมไปถึงการเป็นแหล่งอาหารให้กับมนุษย์ ปัจจุบันแมลงที่พบบนโลกมีมากมายทั้งที่ถูกระบุชนิดไว้แล้วและที่ระบุชนิดไม่ได้ ซึ่งมาวันนี้ได้มีข่าวดีให้กับวงการวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เมื่อได้มีการค้นพบผึ้งชนิดใหม่ของโลก “หยาดอำพันภูจองนายอย” และ “บุษราคัมภูจองนายอย” นี่คือชื่อของผึ้งที่เราอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก โดยผึ้ง 2 ชนิดนี้ถูกค้นพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี นำทีมโดย ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ์ จากสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และนายภากร นลินรชตกัณฑ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่สำคัญของประเทศและของโลก ผึ้งหยาดอำพันภูจองนายอย (Phujong resin bee) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anthidiellum phuchongensis Nalinrachatakan & Warrit, 2021 เป็นผึ้งเฉพาะถิ่นในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่างกายมีสีโทนส้มแดงสลับกับลวดลายสีดำ รูปร่าง สั้นป้อม ขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ขาคู่หน้ามีสีส้มเหลือง ส่วนคู่กลางและคู่หลังมีสีน้ำตาลแดงเข้มปกคลุมด้วยขนสีดำ ส่วนท้ายของท้องมีขนสีเหลืองทองปกคลุมอยู่ […]
ปลากระเบนแมนตา…ยักษ์ใหญ่แห่งแนวปะการัง
สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คนมักจะนึกถึงกลุ่มสัตว์ขนาดมหึมา เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างกลุ่มของวาฬ หรือไม่ก็ปลาฉลาม แต่ในทะเลไม่ได้มีแค่กลุ่มวาฬกับปลาฉลามเท่านั้นที่ตัวใหญ่ ยังมีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเช่นเดียวกันกับปลาฉลาม มีร่างกายที่แบน และว่ายน้ำเหมือนกำลังบินบนอากาศ สัตว์น้ำชนิดนี้ถูกเรียกว่าปลากระเบนแมนตานั่นเอง ซึ่งก็เป็นปลาขนาดใหญ่ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง มาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้ไปด้วยกัน ยักษ์ใหญ่ของเรามีชื่อเต็มว่า ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Reef manta ray) และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mobula alfredi จัดอยู่ในกลุ่มของปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปลากระเบนทั้งหมด ความกว้างโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 300-350 เซนติเมตร แต่ตัวที่เคยสำรวจแล้วพบว่ากว้างมากที่สุดกว้างถึง 400 เซนติเมตร รูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หางแหลมยาว มักกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารในบริเวณแนวปะการังและทะเลลึก โดยกินแบบกรองเหมือนวาฬ คือ การเคลื่อนน้ำผ่านอวัยวะที่กรองแพลงก์ตอนในน้ำเหมือนเครื่องกรองน้ำ อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ตัวไม่ได้ใหญ่อย่างเดียว แต่สมองก็มีขนาดใหญ่ตามตัวเช่นกัน ทำให้ปลากระเบนแมนตานี้สามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเห็นตัวเองในกระจกจะเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกระจกคือตัวเอง (Self-directed) เหมือนกับลิงชิมแปนซีหรือนก และสมองที่มีขนาดใหญ่ก็ยังช่วยจดจำได้มากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ จึงสามารถรู้สถานที่ในการหาอาหาร เป็นเหตุผลว่าทำไมปลากระเบนแมนตาแนวปะการังจึงสามารถว่ายไปและกลับจากแนวปะการังเดิมได้ โดยตอนกลางวันจะอยู่ตามแนวปะการัง ส่วนตอนกลางคืนหาแพลงก์ตอนในทะเลลึก จากพฤติกรรมการหาอาหารที่ได้ศึกษาล่าสุด พบว่าหลังจากปลากระเบนแมนตาแนวปะการังได้หาอาหารในทะเลลึกแล้วจะว่ายขึ้นมาในแนวปะการังเพื่อทำความสะอาดตัว เช่น การกำจัดปรสิต และถ่ายของเสีย อันประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและการเจริญเติบโตให้กับปะการัง มันจึงช่วยให้เกิดวัฏจักรของสารอาหารระหว่างระบบนิเวศแนวปะการังกับระบบนิเวศในทะเลลึก เพียงแต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาที่มากพอ นอกจากนั้นปลากระเบนแมนตาแนวปะการังยังถูกจัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ตามสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ […]

