ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไม “กอด” ถึงชาร์จพลังได้
อาการหมดไฟ หรือหมดพลังในการทำบางสิ่งบางอย่างที่ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เคยชื่นชอบ การเหนื่อยกับการทำงาน เหนื่อยกับการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสภาพจิตใจของคน ๆ นั้น อาจทำให้มีความคิดที่เลวร้าย เช่น การไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วซึ่งนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายตัวเอง อาการเหล่านี้ใช่ว่าไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาให้ดีขึ้นไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยได้โดยที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนนั่นคือ การกอด การกอด คือ การแสดงความรักเป็นภาษากายที่ใช้ทักทายและบอกลาเพื่อน ครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย กอดมีค่ามากกว่าการเป็นสื่อแสดงความรัก เราสามารถเรียกการกอดได้ว่า “พลัง” เพราะขณะที่ร่างกายเรากำลังหมดแรง รู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือเศร้าใจ การได้กอดดี ๆ จากคนที่เรารักจะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตให้เต็มอีกครั้ง เนื่องจากการกอดเป็นการสัมผัสที่ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียด ช่วยทำให้รู้สึกมั่นคง ปลอดภัยทางอารมณ์ เมื่อมีการสัมผัสไม่ว่าจะเป็นการจับมือหรือการกอดนานกว่า 20 วินาที เราจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น และร่างกายก็จะมีการตอบสนอง โดยสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จะผลิตสารเคมีที่เรียกว่า ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งปล่อยออกมาจากต่อมใต้สมอง ทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ทำให้ลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สุขภาพดี […]
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับแตงโม
ถ้าหากพูดถึงผลไม้รสหวานฉ่ำ เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยคลายร้อนและเพิ่มความสดชื่น หลายคนคงต้องนึกถึงแตงโมเป็นแน่ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรับประทานแบบสดกัน แต่แตงโมก็ยังสามารถทำเป็นน้ำผลไม้หรือเมนูอาหารอื่นได้ นอกจากนี้แตงโมยังมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการอีกด้วย แตงโม (Watermelon) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrullus lanatus (Thunb.) Mats. & Nakai ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับแคนตาลูป ฟักทอง แตงกวา ประโยชน์ทางโภชนาการของการรับประทานแตงโม แตงโมเป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ แถมยังประกอบด้วยน้ำ ประมาณ 91 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรับประทานแล้วยังทำให้เราไม่ขาดน้ำอีกด้วย โดยแตงโมนั้นมีประโยชน์ทางโภชนาการดังนี้ ไลโคปีน (Lycopene) เป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ชนิดหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ และยังสร้างสีแดง สีส้มและสีเหลืองในผักและผลไม้ การรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนเป็นประจำยังยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย วิตามินเอ (Vitamin A) มีความสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ช่วยในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน การมองเห็น และการทำงานของอวัยวะสำคัญ ๆ วิตามินซี (Vitamin C) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี้จำเป็นสำหรับสุขภาพผิวและการทำงานของภูมิคุ้มกัน ซิทรูลีน (Citrulline) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบในแตงโมซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ […]
ทำไมรุ้งกินน้ำถึงเป็นเส้นโค้ง ทั้งที่แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ?
หลังฝนหยุดตก คุณเคยสังเกตเห็นรุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้ากันบ้างไหมแล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ารุ้งกินน้ำที่เราเห็นกันทำไมถึงเป็นเส้นโค้ง ทำไมไม่เป็นรูปร่างอื่นบ้าง เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือเส้นตรงแล้วมีหลักการทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้างที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ในช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก และยังสามารถพบได้บริเวณน้ำพุ น้ำตก หรือ ละอองน้ำจากกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ ซึ่งมักจะพบรุ้งกินน้ำในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ โดยเกิดจากหลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า การหักเห และสะท้อนกลับหมดของแสง รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ หรือแสงขาวตกกระทบเข้าไปในละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหลังฝนตกจะเกิดการหักเห และการสะท้อนลับหมดของแสงออกมา ทำให้แสงสีทั้ง 7 สีของแสงขาวกระจายออกจากกัน แต่เนื่องจากแสงมีการเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน (จากอากาศสู่น้ำ) ผ่านผิวของละอองน้ำ ทำให้แสงสีต่าง ๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวภายในของละอองน้ำ หลังจากนั้นจะเกิดการหักเหจากภายในละอองน้ำออกสู่อากาศอีกครั้ง และละอองน้ำมีจำนวนมาก จึงทำให้แสงเกิดการหักเหเข้าตาเราไปในทิศทางที่แกต่างกัน โดยมีทั้งหักเหเป็นมุมโค้งขึ้น โค้งลง และโค้งออกมาทางด้านข้างละอองน้ำ แต่เราจะเห็นเพียงแสงที่หักเหเข้าสู่สายตาเป็นมุมออกมาประมาณ 40-42 องศาเท่านั้น ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุทำให้เราเห็นรุ้งกินน้ำเป็นเส้นโค้ง โดยมีสีเรียงจากล่างขึ้นบน คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แต่ในบางครั้งเราก็สามารถเห็นรุ้งกินน้ำ 2 ตัวได้ในเวลาพร้อมกัน รุ้งกินน้ำตัวแรกอยู่ด้านล่างคือ รุ้งปฐมภูมิ ที่เราคุ้นเคยกันคือแถบสีม่วงอยู่ข้างล่าง และแถบสีแดงอยู่ข้างบน ส่วนรุ้งกินน้ำตัวที่สองอยู่ด้านบนเรียกว่า […]
แร่ทัลก์…ในเครื่องสำอาง
แป้งฝุ่นโรยตัว แป้งผัดหน้านวล ที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใสเสริมความมั่นใจ อีกทั้งช่วยลดความชื้นของผิวให้ผ่อนคลายสบายตัว เคยสงสัยไหมว่าแป้งที่เราใช้นั้นทำมาจากอะไร Talcum powder หรือ แป้ง ผลิตได้จาก แร่ทัลก์ ซึ่งหากเอ่ยชื่อนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จัก ทั้งที่แร่ชนิดนี้อยู่ไม่ไกลจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราเลย ทัลก์ (Talc , สูตรเคมี Mg3(Si4O10)(OH)2) เป็นแร่ที่เกิดจากการผุหรือแปรสภาพของแร่แมกนีเซียมซิลิเกต ผลึกเป็นแผ่นหนารูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือหกเหลี่ยม พบได้ในธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นคือมีความอ่อนนุ่ม สามารถสร้างรอยขูดขีดที่ผิวแร่ได้ด้วยเล็บ และอาจพบเป็นส่วนประกอบในหินแปร ซึ่งหากเนื้อหินมีลักษณะสมานแน่นเรียก หินสบู่ soapstone เรานำแร่ทัลก์มาใช้ประโยชน์ตามคุณภาพของแร่ กล่าวคือ ทัลก์เกรดอุตสาหกรรม จะนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเสริมความแข็งแรง เช่น งานวัสดุทนไฟ งานวัสดุมุงหลังคา พลาสติกและสิ่งทอ อุตสาหกรรมสี เป็นต้น ส่วน ทัลก์เกรดที่มีความบริสุทธิ์สูง จะถูกนำไปใช้เพื่อการผลิต ยา อาหารและเครื่องสำอาง เป็นต้น รู้ไว้ใช่ว่า ในประเทศไทยพบแร่ทัลก์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และจันทบุรี ด้วยนะ แร่ทัลก์…ในเครื่องสำอาง ลองสังเกตส่วนประกอบที่เขียนไว้ข้างกระป๋องแป้งซักนิด ส่วนมากจะเจอคำว่า ทัลก์ (Talc) […]

