ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
อาหารอินทรีย์ เรื่องที่สายออร์แกนิกต้องรู้
อาหารอินทรีย์ หรือที่เราเรียกกันว่า อาหารออร์แกนิก (organic food) ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาหารที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาหารมีการปรุงด้วยส่วนประกอบทุกอย่างที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต และไม่มีการตัดต่อทางพันธุกรรม (genetic modification, GMO) จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารนั้นมีความปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ ซึ่งแตกต่างกับอาหารปลอดภัย ที่ยังสามารถใช้สารเคมี แต่ต้องอยู่ในมาตรฐานของการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) และมีการเว้นช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้สารเคมีในอาหารอยู่ในระดับที่ปลอดภัยในการบริโภค กว่าจะได้มาเป็นอาหารอินทรีย์ที่เราบริโภคกัน มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใส่ใจมากกว่าปกติ เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน อุดมด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีและปลอดสารพิษ โดยเริ่มต้นจากต้นทาง คือ การทำเกษตรอินทรีย์ที่ใช้วิธีการทางธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีการเลี้ยงดูด้วยการให้อาหารอินทรีย์ ไม่เจือปนสารเคมี หรือการใช้ยา และฮอร์โมน ทำให้สามารถรักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต จึงถือว่าเป็นการเกษตรที่คำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แล้วถ้าจะเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบปกติมาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ได้อย่างไร? กรณีที่เคยทำเกษตรที่ใช้สารเคมีมาก่อนจะต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกก่อน โดยต้องกำหนดแผนในการปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 12 – 36 เดือน ขึ้นกับรูปแบบที่เลือกในการปรับ มีวิธีการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีที่มาจากดิน น้ำ และอากาศ หรือการทำแนวกันชนระหว่างแปลงปลูก และพื้นที่ทำเกษตรต้องอยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนการเลือกพันธุ์พืชต้องมีความต้านทานต่อศัตรูพืช ไม่มีการตัดต่อสารพันธุกรรม หรือผ่านการอาบรังสี รวมทั้งต้องปลูกพืชหลากหลายพันธุ์และปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศไปด้วย […]
ปลวก นักย่อยสลายบำรุงดิน
หากเราพูดถึงปลวก หลายๆคนอาจจะมองว่าปลวกเป็นแมลงรบกวนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ในธรรมชาตินั้นปลวกกลับมีประโยชน์อย่างมากในระบบนิเวศ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลาย (Decomposer) ช่วยในการบำรุงดิน การย่อยสลายนั้น ปลวกมีตัวช่วยเป็นจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ นั่นคือ โปรโตซัว (Protozoa) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวกซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันแบบภาวะพึ่งพา (Mutualism) ปลวกย่อยสลายไม้ได้อย่างไร? แหล่งอาหารของปลวกเป็นจำพวกเนื้อไม้ เศษไม้ ซากพืช ซึ่งปลวกสามารถกินไม้เหล่านี้ได้ แต่ไม่สามารถย่อยสลายเซลลูโลส (Cellulose) ได้ จึงต้องอาศัยโปรโตซัวที่มีชื่อว่า ไตรโคนิมฟา (Trichonympha sp.) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลายเซลลูโลสให้กลายเป็นอาหารแก่ปลวก ในขณะเดียวกันก็เป็นอาหารให้กับโปรโตซัวเองด้วย ประโยชน์จากการย่อยสลาย การย่อยสลายซากพืช เศษไม้ของปลวกในธรรมชาติทำให้เกิดการสลายสารอินทรีย์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัส (Humus) เกิดการหมุนเวียนแร่ธาตุในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบนิเวศต่อไป ที่มา : ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม TPA NEWS คบเด็กสร้างบ้าน ตอน 2 ปลวก ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิสตา ปลวกผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศ รูปภาพ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ชื่อแร่ไพไรต์ แต่ทำไมเรียก “ทองคนโง่”
หลายครั้งที่เราเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการที่ผู้คนพบวัตถุหรือก้อนแร่ที่มีลักษณะคล้ายทองคำโดยบังเอิญ สร้างความยินดีแก่ผู้ที่พบและนำกลับมาครอบครอง เมื่อผู้คนมากมายทราบข่าว ต่างก็หลั่งไหลไปค้นหาด้วยหวังว่าจะเป็นผู้โชคดีเช่นกัน แต่สุดท้ายไม่เป็นดังหวัง เป็นเพราะอะไร แร่ไพไรต์ (Pyrite) มีองค์ประกอบทางเคมี คือ FeS2 หรือมีชื่อเรียกแบบโบราณว่า เพชรหน้าทั่ง ลักษณะเด่นที่เห็นชัดคือ ผลึกของแร่มีลักษณะเป็นลูกบาศก์มุมตัด ที่ผิวมีลักษณะเป็นร่องเล็กในแนวขนานกัน หรือพบว่าเกิดเป็นมวลเม็ดหรือมวลก้อนกลมได้เช่นกัน แร่ชนิดนี้มีความแข็งแต่เปราะ แนวแตกเรียบชัดเจนแต่มีรอยแตกแบบก้นหอยถึงขรุขระ มีความแข็งประมาณ 6- 6.5 ตามโมห์สเกล และมีความวาวแบบโลหะ แต่สมบัติสำคัญที่ทำให้แร่ชนิดนี้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแร่ทองคำ นั่นคือ สีของแร่ไพไรต์มีสีเหลืองคล้ายโลหะทองเหลือง แต่เมื่อทดสอบด้วยการขูดแร่กับกระเบื้องไม่เคลือบ จะพบว่าผงแร่มีสีดำออกเขียว แร่ไพไรต์จัดเป็นแร่ในกลุ่มซัลไฟด์ที่พบได้แพร่หลาย โดยแหล่งแร่ไพไรต์แหล่งใหญ่ของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดยะลา แร่ไพไรต์ไม่ใช่แร่ทองคำ แต่ด้วยลักษณะของสีที่คล้ายกัน หากไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย จึงทำให้ได้รับฉายาว่า “ทองคนโง่” อย่างไรก็ตาม แม้แร่ไพไรต์หรือทองคนโง่จะไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลดังเช่นแร่ทองคำ แต่ก็มีประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะเป็นสินแร่กำมะถันที่สำคัญ ที่ใช้ประโยชน์เพื่อทำกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นกรดตั้งต้นที่จะนำไปผลิตกรดชนิดอื่น ๆ และ Copperas (Ferrous sulfate) ซึ่งใช้ในการทำสีย้อมและการทำหมึก ทำยารักษาเนื้อไม้และยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ในบางแหล่งของโลกอาจจะมีการทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อเอาแร่ทองคำกับแร่ทองแดงที่เกิดปนอยู่ด้วย และในบางประเทศที่หาแหล่งเหล็กออกไซด์ไม่ได้จะทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อถลุงเอาโลหะเหล็กมาใช้งาน จากนี้ไป หากมีโอกาสพบเห็นแร่ที่มีลักษณะดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะดีใจกระจายข่าวให้ผู้คนร่วมยินดี ขอให้ท่านตั้งสติแล้วลองทดสอบแร่ด้วยวิธีการขูดดูสีผงของแร่ก่อนซักนิด หากสีผงที่ได้มีสีดำออกเขียว ไม่เป็นสีทองดังหวัง […]
หยดน้ำข้างแก้ว เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
หลายคนคงเคยสังเกตเห็นเวลาเราดื่มน้ำเย็น จะมีหยดน้ำเกาะข้างแก้วน้ำหรือขวดพลาสติก แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า หยดน้ำนั้นมาจากไหน บางคนอาจคิดว่าเป็นน้ำที่อยู่ในแก้วหรือขวดพลาสติกซึมออกมา แต่จริง ๆ แล้วหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างภาชนะนั้น เป็นน้ำที่มาจากไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ! ไอน้ำ (vapor) คือน้ำที่อยู่ในสถานะแก๊ส หากอากาศมีปริมาณไอน้ำอยู่มาก แสดงว่ามีความชื้น (humidity) สูง แต่ถ้ามีไอน้ำน้อยแสดงว่ามีความชื้นต่ำ เมื่อวางแก้วน้ำเย็นไว้บนโต๊ะ ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศเจอกับความเย็นที่ผิวแก้ว จะเกิดการควบแน่น (condensation)โดยถ่ายเทพลังงานภายในออกมาในรูปของการคายความร้อนแฝง ทำให้เปลี่ยนสถานะจากแก๊สกลายมาเป็นของเหลว จึงทำให้เราพบเห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วได้นั่นเอง อ้างอิง การเปลี่ยนสถานะของน้ำ ความชื้นสัมพัทธ์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
