ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
Sea Moss Gel : ซุปเปอร์ฟู้ดกินยากแต่มากประโยชน์
หลายเดือนที่ผ่านมา “ซีมอสเจล” (Sea Moss Gel) ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ ในฐานะซูเปอร์ฟู้ดรูปแบบเจลที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซีมอสเจลแปรรูปมาจากมอสทะเล (Chondrus crispus) ที่เรียกว่า ซีมอส (Sea Moss) หรือไอริสมอส (Irish Moss) สาหร่ายทะเลสีแดงที่เติบโตได้ดีบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งพบมากในแถบทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป เดิมทีซีมอสถูกนำมาสกัดเป็นสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนอาหารที่เรารู้จักกันในชื่อคาร์ราจีแนน (Carrageenan) ซึ่งช่วยเพิ่มความข้นหนืดในอาหาร เช่น นมข้นหวาน ไอศกรีม เยลลี่ และพุดดิ้ง ซีมอสเป็นพืชจำพวกสาหร่ายที่ชาวตะวันตกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่คนไทยเรารู้จัก “ไข่ผำ” ปัจจุบันซีมอสได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะจากกระแสผลิตภัณฑ์ซีมอสเจลของ Erewhon แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติอเมริกันที่ขายวัตถุดิบและอาหารออร์แกนิกที่มีคุณภาพและโภชนาการสูง รวมถึงเครื่องดื่มสมูทตี้ที่เป็นกระแสในช่วงนี้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนอยากลิ้มลองรสชาติสักครั้งในชีวิต อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่เหล่านางแบบและเซเลบริตี้สายสุขภาพชื่อดังระดับโลก ได้ออกมาแชร์เคล็ดลับดูแลสุขภาพและผิวพรรณโดยการรับประทานซีมอสเจลต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน เพื่อสุขภาพที่ดี แม้ว่ากลิ่นและรสชาติอาจไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ทั้งรูปลักษณ์ที่เหมือนขี้ผึ้ง รสชาติจืดชืด และมีกลิ่นคาวทะเล แต่ซีมอสกลับอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุมากถึง 92 ชนิด (ยังรอการวิจัยเพิ่มเติม) ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของซีมอสเจล ข้อควรระวังในการรับประทานซีมอสเจล จะเห็นได้ว่าซีมอสมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารมากมาย แต่ถึงอย่างไรการรับประทานซีมอสซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตจากท้องทะเลในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ […]
แก้วตาเสือ (Tiger’s eye) ได้มาจากแก้วตาของเสือจริงหรือไม่
หินสีสวย เล่นแสงเหลือบวับวาวดูลึกลับมีพลังอำนาจข่มขวัญลายคล้ายนัยน์ตาของเสือ ด้วยลักษณะเด่นที่แตกต่างจากหินและแร่ทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ ทำเครื่องรางนำโชคตามความเชื่อของแต่ละบุคคล แก้วตาเสือ..ชื่อนี้มีที่มา แก้วตาเสือ มีสมบัติทั่วไปคล้ายแร่ควอตซ์ทุกประการ มีส่วนประกอบทางเคมี คือ SiO2 ความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล มีความถ่วงจำเพาะ 2.65 โปร่งใสถึงโปร่งแสง มีความวาวแบบแก้ว บางครั้งอาจพบว่ามีความวาวคล้ายน้ำมันหรือยางสน เป็นต้น มักพบสีเหลืองแกมน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแดง บางครั้งพบสีน้ำเงินอีกด้วย แก้วตาเสือ หรือ Tiger’s eye เกิดจากการที่แร่ควอตซ์เข้าไปแทนที่แร่โครซิโดไลต์เดิมซึ่งมีลักษณะเป็นเสี้ยน โดยรูปร่างภายนอกของผลึกแร่ยังคงสภาพเดิมทุกประการ ซึ่งการแทนที่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า สัณฐานเทียม หรือ Pseudomorph ทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบพราวเป็นแถบคล้ายเส้นไหม ปรากฏการณ์เหลือบแสงเช่นนี้เรียกว่า chatoyancy หรือ chatoyance หรือ cat’s eye effect ซึ่งสามารถพบได้ในแร่ที่มีโครงสร้างแบบเสี้ยน ซึ่งจากการที่แร่มีผลึกเรียงตัวในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบนี้ เมื่อมีแสงตกกระทบจึงทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบเป็นแนวดังกล่าวเช่น การเหลือบแสงของพลอยตาแมวพบในแร่คริโซเบอริล (Chrysoberyl) และการเหลือบแสงของหินแก้วตาเสือพบในแร่โครซิโดไลต์ (Crocidolite) เป็นต้น จากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นของหินแก้วตาเสือ ประกอบกับสีสันและลักษณะภายนอกที่ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมดุดันคล้ายกับแววตาของเสือที่จับจ้องเหยื่อ จึงทำให้ได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อเอาใจนักสะสมหาไว้มาประดับสะสมตามความชอบ เช่น […]
รู้จักไหม?? ผึ้งสายพันธุ์ใหม่ของโลก
แมลง สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติไม่น้อยไปกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะแมลงหลายชนิดไม่เพียงแค่มีหน้าที่ผสมเกสรให้แก่พืชเท่านั้น แต่บางชนิดยังช่วยควบคุมปริมาณประชากรแมลงอื่น ๆ ที่เป็นศัตรูพืช รวมไปถึงการเป็นแหล่งอาหารให้กับมนุษย์ ปัจจุบันแมลงที่พบบนโลกมีมากมายทั้งที่ถูกระบุชนิดไว้แล้วและที่ระบุชนิดไม่ได้ ซึ่งมาวันนี้ได้มีข่าวดีให้กับวงการวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เมื่อได้มีการค้นพบผึ้งชนิดใหม่ของโลก “หยาดอำพันภูจองนายอย” และ “บุษราคัมภูจองนายอย” นี่คือชื่อของผึ้งที่เราอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก โดยผึ้ง 2 ชนิดนี้ถูกค้นพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี นำทีมโดย ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ์ จากสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และนายภากร นลินรชตกัณฑ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่สำคัญของประเทศและของโลก ผึ้งหยาดอำพันภูจองนายอย (Phujong resin bee) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anthidiellum phuchongensis Nalinrachatakan & Warrit, 2021 เป็นผึ้งเฉพาะถิ่นในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่างกายมีสีโทนส้มแดงสลับกับลวดลายสีดำ รูปร่าง สั้นป้อม ขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ขาคู่หน้ามีสีส้มเหลือง ส่วนคู่กลางและคู่หลังมีสีน้ำตาลแดงเข้มปกคลุมด้วยขนสีดำ ส่วนท้ายของท้องมีขนสีเหลืองทองปกคลุมอยู่ […]
เพราะอะไร!! ทำไมฉันจึงถนัดซ้าย
ลองสังเกตคนรอบตัวคุณดูสักนิดมีใครถนัดซ้ายไหม นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมปัจจุบันสักเท่าไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในอดีตมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าคนที่ถนัดซ้ายเป็นคนประหลาด และมองว่าคือ ปีศาจ จนทำให้องค์กรหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสิทธิของคนเหล่านี้ รวมถึงสร้างความตระหนักเรื่องความเสมอ ภาคในตัวของบุคคล ถึงขั้นจัดตั้งวันคนถนัดซ้ายสากล หรือ Happy Left Handers Day ขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 13 สิงหาคมของทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับคนถนัดซ้ายที่ถูกรังเกียจว่าแปลกประหลาด อีกทั้งยังรณรงค์ให้เห็นว่าแม้จะถนัดซ้ายคนเหล่านั้นก็มีความเป็นมนุษย์เหมือน ๆ กัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราถนัดขวามากกว่าซ้าย 80-90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเลยทีเดียว เพราะเหตุใดจึงมีคนถนัดซ้ายเพียงเล็กน้อยแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ กันนะ สาเหตุของการถนัดซ้าย งานวิจัยของ eLife เชื่อว่าความถนัดของมือมีต้นเหตุมาจากการทำงานที่ไม่สมดุลกันของยีนภายในกระดูกไขสันหลังของตัวอ่อนขณะอยู่ในมดลูก โดยการเคลื่อนไหวของมือและแขนของมนุษย์เกิดจากการสั่งงานของสมองส่วน Motor Cortex ที่เป็นตัวส่งสัญญาณประสาทไปที่ไขสันหลัง เพื่อทำหน้าที่แปลผลคำสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหวมือและแขน ซึ่งการแสดงออกของยีนนี้จะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ผลการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การที่พ่อ แม่ หรือญาติพี่น้องถนัดซ้ายนั้น จะเพิ่มโอกาสให้ลูกถนัดซ้ายได้เช่นกัน จากงานวิจัยในประเทศเบลเยี่ยมพบว่า เด็กแฝด ไม่ว่าจะแฝดแท้หรือแฝดเทียม (Fraternal twin) หากมีหนึ่งคนถนัดขวา อีกคนมักจะถนัดซ้าย ซึ่งอัตราส่วนความเป็นไปได้ถึง 21 เปอร์เซ็นต์ […]
