
ตามที่ วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวั
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ปิดบริการทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ตามที่ วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวั
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ปิดบริการทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
นับเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นในภารกิจที่ล้มเหลวของอะพอลโล 13 ที่สามารถนำนักบินอวกาศทั้งสามคนอย่าง เจมส์ โลเวลล์ (James Lovell) จอห์น สไวเกิร์ต (John Swigert) และเฟรด ไฮส์ (Fred Haise) กลับมาสู่โลกได้ ในวันที่ 17 เมษายน 1970 แม้ว่ายานอะพอลโล 13 จะมีภารกิจหลัก คือส่งมนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์และเก็บข้อมูลตัวอย่างกลับมาศึกษาอย่างปลอดภัย แต่ระหว่างการเดินทาง ถังออกซิเจนบนยานได้ระเบิดขึ้น ทำให้ยานส่วนหนึ่งเกิดความเสียหาย จึงต้องยุติภารกิจและเปลี่ยนเป็นภารกิจกู้ชีพนักบินแทน โดยใช้ยานลงจอดดวงจันทร์ (Lunar Module) ในการนำนักบินกลับสู่โลก หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญและถูกใช้ในเทคโนโลยีอวกาศที่ทำให้นักบินกลับสู่โลกได้สำเร็จ นั่นก็คือ เช็คลิสต์ (checklist) โดยปกติแล้วในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อต้องการเดินทางไกลด้วยรถยนต์จะต้องตรวจสอบรถยนต์ตามเช็คลิสต์ไปทีละขั้นตอนว่าอยู่ในสภาพพร้อมต่อการใช้งานหรือไม่ เช็คลิสต์ของนักบินอวกาศก็เช่นกัน ต้องมีการตรวจสอบและตั้งค่าไปตามลำดับขั้นตอน จากในภาพเช็คลิสต์มีขั้นตอน (procedure) การแปลงจากคอมมานด์โมดูล (Command Module) ไปสู่ยานลงจอดดวงจันทร์ เพื่อปรับระบบอ้างอิง (Lunar Module’s reference system) การตรวจสอบและตั้งค่าตามลำดับขั้นตอนเพื่อใช้ยานในการนำนักบินกลับสู่โลก สิ่งที่สำคัญของเช็คลิสต์ คือจะต้องมีความรอบคอบในการใช้งานเป็นอย่างสูง อีกทั้งการใส่ค่าตัวเลขต่าง ๆ […]
หากกล่าวถึงสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษหรือ exotic pets คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษสามารถจำแนกได้หลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กลุ่มสัตว์ปีก กลุ่มปลาแปลก และกลุ่มเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม นอกจากกลุ่มที่กล่าวมาแล้วนี้แล้วยังสามารถแบ่งตามแนวทางการเลี้ยงและความชอบส่วนบุคคล เช่นความแปลกเนื่องจากเป็นชนิดพันธุ์ที่หายาก (rare & very rare species) หรือความแปลกเนื่องจากความผิดปกติของยีนและเม็ดสี (morphs) ที่เราเรียกกันว่าสัตว์เผือก เป็นต้น และสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษยังหมายถึงสัตว์พื้นบ้านหรือสัตว์ป่าประจำถิ่นที่ไม่ผิดกฎหมายด้วย อยากจะเลี้ยงต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ในการจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษจะต้องคำนึงถึงกฎหมายก่อนเป็นอันดับแรก ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษบางชนิดไม่ต้องขออนุญาตในการครอบครอง แต่บางชนิดยังต้องมีการขออนุญาตตามข้อบังคับของไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น เต่าดาวอินเดียที่ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ จะไม่สามารถเลี้ยงได้เนื่องจากผิดกฎหมาย ส่วนคนที่มีในครอบครองอยู่แล้วจะต้องไปจดทะเบียนไว้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบเช่นกรมป่าไม้ หรือกรมคุ้มครองสัตว์ป่า กรณีสัตว์ป่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในไทย เช่น พญากระรอกดำ แมวดาว ห้ามมีไว้ครอบครอง แต่กรณีเป็นกลุ่มสัตว์ป่าที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศสามารถเลี้ยงได้และถ้ามีใบอนุญาตเพาะพันธุ์ก็จะถือว่าไม่ผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องของกฎหมายแล้วผู้เลี้ยงจะต้องศึกษาทำความเข้าใจ และรู้จักนิสัยของสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษเป็นอย่างดีก่อนนำมาเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาหาร สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พฤติกรรมทางธรรมชาติของสัตว์ชนิดนั้น รวมไปถึงการหาข้อมูลโรงพยาบาลสัตว์พิเศษเนื่องจากสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษต้องมีหมอเฉพาะทางในการรักษาและต้องใช้เครื่องมือที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไป เลี้ยงแล้ว อย่าทิ้ง (กัน) นะ สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขายและเพาะพันธุ์ได้อย่างถูกกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นผู้ที่สนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษจะต้องคำนึงเสมอว่าสัตว์เหล่านี้ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อให้แตกต่างจากสัตว์ที่เจอตามธรรมชาติ จึงไม่ควรไปจับ […]
นิทรรศการโค้ดดิ้ง ทักษะเพื่อชีวิต เป็นนิทรรศการที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวโค้ดดิ้ง (CODING) ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งภายในนิทรรศการประกอบด้วยเนื้อหา ดังนี้ ความหมายของโค้ดดิ้ง (CODING) ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (DIGITAL LITERACY) ตรรกศาสตร์ (LOGIC) อัลกอริทึม หรือการลำดับขั้นตอนของคำสั่ง (ALGORITHM) ภาษาคอมพิวเตอร์ (COMPUTER LANGUAGE) ระบบเลขฐานสอง (BINARY DIGIT) การเขียนโปรแกรม (PROGRAMMING) ปัญญาประดิษฐ์ (AI : ARTIFICIAL INTELLIGENCE) หุ่นยนต์ (ROBOTIC) โดยในนิทรรศการจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับโค้ดดิ้งหลากหลายรูปแบบให้ผู้ชมได้เข้าร่วม เช่น เกมเรือข้ามฝั่ง ทดลองขบคิดหาวิธีพาสุนัขจิ้งจอก กระต่าย และเห็ด นั่งเรือข้ามฝั่งไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้ได้ เกมเรียงลำดับฮีโร่ ฮีโร่แต่ละคนมีพลังแตกต่างกัน จงพาฮีโร่ไปยังตำแหน่งที่เรียงลำดับถูกต้องตามคำสั่งและรูปแบบที่กำหนดไว้ เกมแปลงเลขฐานสองเป็นอาร์ต ทดลองวางตำแหน่งของบล็อกสี ที่แต่ละสีแทนด้วยเลข 0 และ 1 เพื่อสร้างภาพแบบต่าง ๆ ขึ้นมา เกมถอดรหัสเลขฐานสอง จากเลขฐานสองที่กำหนดให้ […]
“บ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิต The Big House of living things” โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีความมหัศจรรย์มากเพราะมีดาวเคราะห์ไม่กี่ดวงเท่านั้นที่จะมีน้ำและสภาวะแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต หรีอว่า “โลก” จะเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ พื้นที่ส่วนใหญ่บนโลก ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ทั้งยังมีอุณหภูมิ และชั้นบรรยากาศซึ่งประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ องค์ประกอบของโลกมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงชั้นบรรยากาศเหล่านี้เป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการกำเนิดและการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกมานานนับพันล้านปีแล้ว สิ่งมีชีวิตชนิดแรกบนโลก คือ ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) นับเป็นจุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พื้นที่โลกถูกปกคลุมด้วยน้ำประมาณ 3 ใน 4 ส่วน อีกทั้งโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอเหมาะจึงมีความอบอุ่น และได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอาหารของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้น ชั้นบรรยากาศยังช่วยให้อากาศภายในโลกมีความสมดุล ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งมีชีวิตจึงสามารถก่อกำเนิด และอาศัยอยู่บนโลกนี้ได้ โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ แผ่นดิน พื้นน้ำ และธาตุต่าง ๆ อย่างสมดุล โดยทุกอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเป็นสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เราควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ “โลก” เป็นบ้านหลังใหญ่อันแสนสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิต FacebookFacebookXTwitterLINELine
