
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ดาวน์โหลดตารางภาพยนตร์วิทยาศาสตร์

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ดาวน์โหลดตารางภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
เรารู้อายุของมนุษย์และสัตว์ได้ด้วยการคำนวณจากวันเดือนปีเกิด ส่วนอายุของต้นไม้ก็คำนวณได้จากวงปีในเนื้อไม้ของต้นไม้นั้น ๆ ถ้าเราอยากรู้อายุของปลา จะรู้ได้จากอะไร ปลาเป็นสิ่งมีชีวิต ย่อมต้องมีการเจริญเติบโต จากรายงานทางวิชาการพบว่าปลาทะเลบางชนิดในเขตอบอุ่นมีอายุถึง 20 ปี เช่น ปลาแฮร์ริ่งในทะเลเหนือ หรือปลาบึกในแม่น้ำโขงอาจมีอายุมากกว่า 15 ปี ในขณะที่ ปลาทูอาจมีอายุเพียง 3 ปี ก่อนจะถูกชาวประมงจับ นักวิทยาศาสตร์มีวิธีคำนวณอายุของปลาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของปลานั้น ๆ สำหรับปลามีเกล็ด จำนวนเกล็ดจะไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดจนตาย เราจึงไม่สามารถรู้อายุของปลาจากจำนวนเกล็ดได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงใช้วิธีนับจำนวนวงปีบนเกล็ดปลา ซึ่งวงปีดังกล่าว มีลักษณะเป็นวง และมีเส้นขอบชัดเจนเป็นการแสดงระยะเวลาการเจริญเติบโตของปลาเหล่านั้น หากบนเกล็ดปลานั้นมีวงปีจำนวนมาก แสดงว่าปลานั้นมีอายุมาก ในกรณีที่ปลาไม่มีเกล็ด จะใช้วิธีคำนวณอายุจากกระดูกหูของปลา (กระดูกชิ้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างหูกับกระเพาะลม) โดยการนำกระดูกหูไปตัดขวาง แล้วสังเกตวงปีบนกระดูกหูของปลานั้น อ้างอิง หนังสือ 243 คำถามวิทย์ต่อยอดความคิดไม่รู้จบ หนังสือ ชีวิตน่ารู้ นานมีบุ๊คส์ 2543 https://www.saranukromthai.or.th FacebookFacebookXTwitterLINELine
ดอกทานตะวันมักถูกมองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสดใส ความรักที่เชื่อมั่น มั่นคง เช่นเดียวกับพฤติกรรมที่ทานตะวันหันตามแสงอาทิตย์อยู่เสมอ และพฤติกรรมนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ทานตะวัน (Helianthus annuus) เป็นพืชตระกูลเดียวกับ คำฝอย ดาวเรือง เป็นพืชล้มลุกที่นิยมปลูกกันมากในเขตอบอุ่น ทานตะวันมีลำต้นตั้งตรงแข็งแรง และรากของทานตะวันยังมีประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำมาก ทานตะวันเป็นพืชที่ขึ้นชื่อในเรื่องการหันตามแสง (heliotropism) ซึ่งเป็นกลไกที่น่าสนใจในแง่ชีววิทยาของพืช ในเวลากลางวันดอกทานตะวันจะหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ ขณะที่กลางคืนจะค่อย ๆ หมุนกลับไปทางทิศตะวันออกเพื่อรอรับแสงในเช้าวันถัดไป พฤติกรรมนี้จะเห็นได้ชัดในช่วงที่ทานตะวันยังเป็นต้นกล้า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการที่ดอกทานตะวันมีพฤติกรรมหันตามแสงเป็นผลจากการทำงานของฮอร์โมนพืชที่เรียกว่า ออกซิน (auxin) ซึ่งเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตหลักในพืช ออกซินมีบทบาทสำคัญในการยืดตัวของเซลล์พืช และกระจายตัวไปในส่วนที่ได้รับแสงน้อยกว่า ทำให้ด้านที่อยู่ในร่มเงาของลำต้นเติบโตเร็วกว่าและดันให้ลำต้นเอนไปทางแหล่งกำเนิดแสง ส่งผลให้ต้นทานตะวันสามารถหมุนตามดวงอาทิตย์ได้ตลอดวัน อย่างไรก็ตามเมื่อดอกทานตะวันโตเต็มที่และเริ่มออกดอกใหญ่ขึ้นการเคลื่อนไหวนี้ก็จะค่อย ๆ ลดลง หยุดหมุน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเป็นหลัก เป็นเพราะช่วงเวลานี้ดอกทานตะวันมุ่งเน้นรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์แสงทำให้สร้างพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ดอกทานตะวันไม่ได้หันตามแสงอาทิตย์ตลอดไป แต่เลือกที่จะหันไปยังทิศทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวมันเอง เช่นเดียวกับความรักที่ไม่ได้หมายถึงการตามหาใครสักคนไปตลอดชีวิต แต่เป็นการเติบโตไปด้วยกันและเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ความสัมพันธ์แข็งแรงและยั่งยืน ทั้งดอกทานตะวันและหัวใจของเรา ต่างต้องการแสงที่ทำให้เติบโตได้อย่างแท้จริง อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ก่อนที่จะหาคำตอบของคำถามนี้ เรามารู้จักเรือใบเบื้องต้นจากเรือใบขนาดเล็กกันก่อน เรือใบขนาดเล็กนั้นนอกจากตัวเรือแล้วยังมีส่วนประกอบที่สำคัญหลักคือ ใบเรือ หางเสือเรือ และคัดแคง ใบเรือ (Sail) ทำหน้าที่รับลมและและสร้างแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้า แต่ใบเรือต้องอยู่ในองศาเหมาะสมกับทิศทางลม หางเสือเรือ (Rudder) ใช้ควบคุมทิศทางเรือ เมื่อหางเสือปัดไปทางใด หัวเรือก็จะหันไปในทิศทางเดียวกัน คัดแคง (Center Board หรือ Drager Board) มีลักษณะเป็นแผ่นกระดานยื่นลงไปใต้ท้องเรือ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เรือเซหรือเอียงเมื่อแล่นขวางทิศทางลม การแล่นของเรือใบ เกิดจากใบเรือได้รับแรงจากลมที่พัดมา แรงลมก็จะไหลไปตามพื้นผิวของใบเรือและแรงนั้นจะถูกส่งไปยังท้ายเรือ เกิดเป็นแรงผลักให้เรือแล่นไปข้างหน้าได้ โดยการที่เรือใบจะเคลื่อนที่ไปยังทิศทางที่ต้องการได้นั้นขึ้นอยู่กับใบเรือและหางเสือ ใบเรือต้องอยู่ในองศาที่เหมาะสมกับทิศทางลม และหางเสือต้องบังคับเรือไปยังทิศทางที่ใบเรือรับลมได้ ซึ่งการปรับองศาของใบเรือต้องสัมพันธ์กับทิศทางของลมที่พัดมา ทั้งนี้สามารถบังคับเรือให้ไปยังทิศทางที่สวนลมได้อีกด้วย ตามปกติแล้วหากเป็นลมสวนในทิศทางตรง ใบเรือจะไม่สามารถรับลมให้เรือแล่นไปข้างหน้าตรง ๆ ได้เลย การจะแล่นเรือใบในสภาวะสวนลมได้ การบังคับเรือต้องให้องศาของใบเรืออยู่ในลักษณะเฉียงกับทิศทางลมที่สวนมา แรงลมสวนที่ปะทะใบเรือจะถูกเปลี่ยนทิศทางโดยใบเรือที่เปลี่ยนองศาไปขณะแล่นอยู่ ส่งผลให้เรือแล่นในลักษณะโค้งสลับไปมา จนไปถึงจุดหมายด้านหน้าได้ อ้างอิง https://www.blockdit.com/posts/5ee43aeb3d014a0ca37861a1 http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/physcis-for-everyday/physics-for-everydayuse-content/1-20/indexcontent20.htm FacebookFacebookXTwitterLINELine
กล้วย ผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทาน มีการปลูกกันมาอย่างช้านาน ด้วยรสชาติที่อร่อย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร จึงทำให้กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู กล้วยที่นิยมในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหักมุก เป็นต้น กล้วยเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัวหรือเหง้า ต้นที่เห็นอยู่เหนือดิน แท้จริงแล้วไม่ใช่ลำต้น แต่เป็นลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ส่วนบนมีใบและช่อดอก ในช่อดอกจะมีดอกย่อยเป็นกลุ่ม ๆ ระหว่างกลุ่มจะมีกาบปลีสีม่วงแดงกั้นไว้ กลุ่มดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคน ดอกเพศผู้อยู่ส่วนปลาย เราเรียกส่วนนี้ว่าหัวปลี ผลกล้วยเกิดจากดอกเพศเมีย ซึ่งจะอยู่ที่โคน โดยดอกเพศเมีย 1 กลุ่ม เจริญเป็นผล 1 หวี ส่วนช่อดอกเจริญเป็น 1 เครือ ดังนั้นกล้วย 1 เครืออาจจะมี 2-3 หวี หรือมากกว่านั้น กล้วยขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือใช้เมล็ด ปัจจุบันกล้วยที่บริโภคกัน หากแยกชนิดตามจีโนมโดยวิธีของซิมมอนดส์ และเชบเฟิร์ด จะมีต้นกำเนิดมาจากกล้วย กล้วยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน อุดมไปด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ 3 ชนิด […]
